"นี่พวกเธอ... แอบคบกันลับๆ งั้นเหรอธาม?!"
เสียงกรีดแหลมสูงของเมย์บาดทะลวงโสตประสาทท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดินตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ แรงปะทะทางอารมณ์จากประโยคเมื่อครู่ยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ เสมือนละอองฝุ่นที่รอวันตกลงมาฝังราก เมย์ในชุดนักศึกษาเข้ารูปเป๊ะและใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว จ้องมองฉันสลับกับร่างสูงของคนที่ยืนบังอยู่ข้างกาย สายตาคู่นั้นอาบไล้ด้วยความริษยาจนแทบจะแผดเผาเราให้เป็นจุล
ฉัน—พริ้ม สาวกราฟิกดีไซน์ปีสี่ผู้ไม่เคยคิดจะยอมก้มหัวให้ใคร—สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่ก่อนที่ฉันจะได้สวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบตามสไตล์ ธาม หนุ่มวิศวะปีสี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและเจ้าระเบียบกลับขยับตัวก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ของเขาทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังให้ฉันโดยอัตโนมัติ
"เลิกเพ้อเจ้อแล้วไสหัวไปซะ เมย์" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาและรำคาญใจเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาส่งประกายความหงุดหงิดชัดเจน "เธอไม่มีสิทธิ์มาโวยวายอะไรตรงนี้ และเราไม่ได้เป็นอะไรกัน... เลิกทำตัวน่ารำคาญสักที"
"ธาม!" เมย์กรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ใบหน้าสวยเฉี่ยวแดงก่ำด้วยความอับอายต่อหน้าเพื่อนร่วมคณะหลายคนที่เริ่มหันมามอง "นายกล้าหักหน้าฉันเพราะอีเด็กคณะศิลปกรรมนี่เนี่ยนะ?! มันมีดีอะไรนักหนวะ หน้าตาก็แค่จืดชืด..."
"ปากดีแบบนี้ คณะเธอนี่สอนมาดีจริงๆ สินะคะ" ฉันแทรกตัวออกมาจากด้านหลังแผ่นหลังกว้างของธาม ยิ้มหวานหยดแต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ถ้าว่างมากจนมีเวลามาเดินกรี๊ดกราดกลางตึกคนอื่น เอาเวลาไปพัฒนา EQ กับทักษะการใช้สมองส่วนหน้าดีกว่าไหมคะ จะได้ไม่ต้องมาแสดงอาการขาดสติให้คนเขาเวทนาเล่นแบบนี้"
"แก...!" เมย์พุ่งตัวเข้ามาหมายจะเหวี่ยงมือตบฉัน แต่มีหรือที่คนอย่างพริ้มจะยืนบื้อให้ใครมาทำร้ายร่างกายก่อน
ทว่า... มือหนาของธามกลับคว้าข้อมือเรียวของเมย์เอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนน่าเกลียด แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงอีกฝ่ายให้หยุดชะงัก
"พอที" ธามกดเสียงต่ำจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนาวเยือก "ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้สิทธิ์ของการเป็นประธานสาขาจัดการเรื่องพฤติกรรมไร้สาระของเธอ ก็ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนจริงๆ"
เมย์สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมด้วยความแค้นเคือง เธอถลึงตาใส่ฉันและธามสลับกันด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะกระทืบเท้าเดินหนีหายลับไปทางบันได ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้งท่ามกลางเศษซากความวุ่นวายที่เพิ่งจบลง
ฉันพรูลมหายใจยาวเหยียดออกทางปาก ยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากด้วยความหงุดหงิดปนเหนื่อยอ่อน หันไปมองพ่อหนุ่มวิศวะปากร้ายที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ข้างๆ "นายเนี่ยนะ... ตัวดึงดูดปัญหาชัดๆ ธาม ปากก็บอกว่ารำคาญนักหนา แต่ทำไมปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นตามตื๊อจนเกิดเรื่องได้ทุกวันล่ะหึ"
ธามหันมามองฉัน นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามเดิม เขาปัดเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองเบาๆ คล้ายจะปัดเป่าความรำคาญออกไปจากตัว "แล้วเธอล่ะ ยุ่งไม่เข้าเรื่อง ใครใช้ให้เธอเดินเข้ามาปะทะกับยัยนั่นคนเดียว?"
"อ้าว! นี่ฉันหวังดีช่วยแก้สถานการณ์ให้นะยะ ทำไมพูดจาแบบนี้ล่ะ?" ฉันเท้าสะเอว เชิดหน้าใส่อย่างไม่ยอมแพ้ "รู้แบบนี้ปล่อยให้เธอยืนกรี๊ดจนคอแตกตายไปซะก็ดี!"
ธามไม่ตอบ เขาเพียงแค่ถอนหายใจยาว พลางเบือนหน้าหนีรอยยิ้มกวนประสาทของฉัน มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เจ้าตัวคงไม่ตั้งใจจะให้ฉันเห็น แต่ขอโทษเถอะ... สายตากราฟิกดีไซน์ที่ผ่านการฝึกฝนการสังเกตรายละเอียดมาอย่างโชกโชนอย่างฉัน ไม่มีทางพลาดรอยยิ้มจางๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีหยิ่งยโสคู่นั้นหรอกนะ
"กลับไปทำงานของเธอได้แล้วพริ้ม โปรเจกต์จบปีสี่ไม่ได้ทำเสร็จได้ด้วยการยืนเถียงกับฉันตรงนี้หรอกนะ"
"ย่ะ! พ่อคนเก่ง พ่อคนสมบูรณ์แบบ!" ฉันแลบลิ้นใส่เขาอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหมุนตัวเดินแยกออกมาทางห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เพื่อหาความสงบและสมาธิในการปั่นเลย์เอาต์กราฟิกที่ยังคั่งค้างอยู่
แสงยามบ่ายลอดผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องสมุด มอบบรรยากาศเงียบสงบและกลิ่นอายของกระดาษเก่าๆ ที่ช่วยให้จิตใจที่ร้อนรุ่มค่อยๆ เย็นลง ฉันเลือกมุมอับสายตาโซนในสุด ซึ่งติดกับชั้นหนังสือประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมเล่มหนา เพื่อความเป็นส่วนตัวในการสเก็ตช์งาน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกที แสงสีส้มแดงของพระอาทิตย์ยามเย็นก็เริ่มทอประกายอาบท้องฟ้าด้านนอกแล้ว ฉันวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน บิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้าตามข้อต่อ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปหยิบหนังสืออ้างอิงเล่มสุดท้ายที่ชั้นหนังสือแถวถัดไป
ทว่า... ขณะที่กำลังก้าวเท้าผ่านช่องแคบระหว่างชั้นหนังสือสูงทึบ เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่หลุดลอดออกมาจากมุมลับตา ก็ทำให้ฉันต้องชะงักกึก
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าผ่านช่องว่างของชั้นหนังสือ ทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ธาม... ผู้ชายที่เคยยืนค้ำฟ้าด้วยความมั่นใจและมาดเนี้ยบไร้ที่ติเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้กำลังนั่งพิงหลังกับชั้นหนังสือ ร่างสูงพับเพียบลงเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทราบไว้บนเข่า และสองมือหนาก็กำลังกุมขมับของตัวเองแน่น
ไหล่กว้างทั้งสองข้างไหวริกเบาๆ สอดรับกับเสียงหายใจหอบถี่และติดขัด ราวกับคนกำลังพยายามดึงอากาศเข้าปอดแต่ทำไม่ได้ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบในสายตาใครต่อใคร บัดนี้กลับสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุด
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่ไม่ใช่ธามคนปากร้ายที่ฉันรู้จัก... นี่คือมุมที่อ่อนแอ แตกสลาย และเปราะบางเสียจนน่าตกใจ
ความเงียบงันภายในห้องสมุดตอกย้ำความเปราะบางนั้นให้เด่นชัดขึ้น ฉันเห็นเขาซบหน้าลงกับฝ่ามือ ปล่อยให้ความเครียดที่สะสมมานานกัดกินความอดทนจนหยดสุดท้าย ภาพความสมบูรณ์แบบที่เขาพยายามแบกรับไว้บนบ่าเริ่มพังทลายลงต่อหน้าต่อตาฉัน
หัวใจข้างซ้ายกระตุกวูบ ความรู้สึกพยศและอยากเอาชนะที่มีต่อเขาเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบีบแน่นในอกอย่างประหลาด
ฉันก้าวเท้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว เพื่อจะปล่อยให้เขามีพื้นที่ส่วนตัวในยามที่อ่อนแอที่สุด แต่ทว่า... ปลายรองเท้าผ้าใบของฉันดันไปเตะเข้ากับกล่องกระดาษใส่หนังสือที่วางอยู่บนพื้นเข้าอย่างจัง!
*ก๊อก!*
เสียงวัตถุกระทบพื้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ร่างสูงที่นั่งกุมขมับอยู่สะดุ้งสุดตัว เขาดึงมือออกจากใบหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วหันขวับมามองต้นเสียงทันที
ดวงตาคู่คมที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคลอหน่วยประสานเข้ากับสายตาของฉันพอดิบพอดี!
ภายในเสี้ยววินาทีนั้น ลมหายใจของฉันสะดุดกึก ความลับที่เขาไม่เคยยอมให้ใครเห็น ถูกเปิดเผยออกหมดเปลือกภายใต้รอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เขายังพยายามฝืนทำ แต่มันกลับน่าสงสารเสียจนฉันแทบก้าวขาไม่ออก
"พริ้ม..." เสียงทุ้มแหบพร่าและสั่นเครือหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเขา พร้อมกับดวงตาที่มองตรงมายังฉันด้วยความตื่นตระหนก ราวกับเด็กน้อยที่ถูกจับได้ว่ากำลังร้องไห้งอแง
(ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ รี้ดที่รัก!)
วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 7
ความลับใต้รอยยิ้ม
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!