"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น..."
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะมั่นคงเสมอของธามกลับสะดุดลงกลางคัน สิ้นเสียงประกาศกร้าวของเมย์ที่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางห้องประชุม บรรยากาศรอบตัวก็คล้ายถูกสูบออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอึดอัดที่หนาแน่นเสียจนแทบหายใจไม่ออก แววตาของพริ้มที่มองมาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวพ่นไฟเหมือนทุกที แต่มันกลับนิ่งสนิท... นิ่งจนน่ากลัว และนั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่หนุ่มวิศวะปีสี่ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างเขาต้องรีบหาทางดับไฟ
"แล้วคุณหมายความว่ายังไงล่ะคะ รุ่นพี่ธาม?"
พริ้มเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด เธอกวาดสายตามองเอกสารดีไซน์ในมือสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม "หรือโปรเจกต์นี้มันเด็กน้อยเกินกว่าสมองอันปราดเปรื่องของวิศวกรตึกวิศวะจะมาเสียเวลาทนดูร่วมกับเด็กกราฟิกอย่างพวกเราคะ?"
"พริ้ม..." ธามกัดกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยฟอร์มจัดของเจ้าตัว เขายื่นมือหมายจะคว้าข้อมือเล็กเพื่อรั้งให้อีกฝ่ายฟังคำอธิบาย แต่พริ้มกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแนบเนียนราวกับหลบสิ่งปฏิกูล กิริยาเช่นนั้นทำให้ธามรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยกไฟแดง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกระลอก ก่อนที่ร่างบางจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย ทิ้งให้เขายืนค้างอยู่ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของทีมงานคนอื่นๆ
ให้ตายเถอะ... ปากบ้าๆ นี่มันหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้วสินะ!
ผ่านไปเกือบชั่วโมง ณ มุมอับสายตาบริเวณระเบียงชั้นสามของตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ลมพัดเอื่อยๆ ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในอกของวิศวกรหนุ่มลดลงเลยสักนิด ธามยืนพิงระเบียงปูน มือหนากำกระป๋องกาแฟเย็นสีเข้มแน่นจนนิ้วข้อต่อขึ้นสีขาว ในหัวสมองวนเวียนคิดหาคำพูดที่จะเข้าไปงดความบาดหมางครั้งนี้อย่างยากลำบาก ปกติเขาไม่ใช่คนแคร์ความรู้สึกใครหน้าไหน แต่กับยัยตัวแสบปากเก่งคนนั้น... มันกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะกระป๋องกาแฟอีกกระป๋องเบาๆ ที่ข้างแก้มทำเอาพริ้มที่กำลังนั่งกอดอกหน้ามุ่ยอยู่บนม้าหินอ่อนสะดุ้งโหย่ง เธอหันขวับไปหมายจะด่ากราดใครก็ตามที่บังaอาจมารบกวนเวลาสงบสติอารมณ์ แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ เมื่อพบว่าเป็นร่างสูงโปรดของธามที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ พร้อมกับยื่นกระป๋องกาแฟลาเต้เย็นยี่ห้อโปรดของเธอมาตรงหน้า
"อะไรคะ?" พริ้มถามเสียงห้วน สะBัดหน้าหนีไปมองทางอื่น ไม่ยอมรับของที่ยื่นมา
"กาแฟ... ฉันรู้ว่าเธอชอบหวานน้อย" ธามเอ่ยเสียงเบาลงกว่าปกติครึ่งหนึ่ง ความเย่อหยิ่งทระนงตนเมื่อชั่วโมงก่อนหายวับไปกับตา เหลือเพียงความเก้ๆ กังๆ ของผู้ชายปากแข็งที่ไม่รู้จะเริ่มง้ออย่างไรดี "เรื่องในห้องประชุม... ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาดูถูกฝีมือเธอ"
พริ้มหันกลับมามองหน้าเขาเต็มตา ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความระแวง เธอยังจำแววตาเฉยชาและคำพูดเชือดเฉือนของเขาได้ขึ้นใจ "คำขอโทษจากปากรุ่นพี่ธาม ผู้ชายที่อีโก้สูงทะลุชั้นบรรยากาศเนี่ยนะคะ? ฝนคงจะตกขี้หมูคงจะไหลพังตึกคณะเราแล้วมั้งคะเนี่ย"
"พริ้ม... อย่ากวนประสาทได้ไหมวะ" ธามถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับเธอที่นั่งอยู่บนม้าหิน แววตาคมกริบที่มักจะมองคนอื่นด้วยความเหนือกว่า ตอนนี้กลับฉายแววเวงวอนและสำนึกผิดอย่างปิดไม่มิด "ฉันแค่... หงุดหงิด"
"หงุดหงิดเรื่องงานแล้วมาลงที่ฉันเหรอคะ? แฟร์มากมั้ง?" พริ้มสวนกลับทันควัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวแปลกๆ เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอมันใกล้กันจนเกินความจำเป็น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอฟรุ๊ตตี้จางๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้เธอต้องถอยร่นแผ่นหลังชิดพนักพิง
"เปล่า... ฉันไม่ได้หงุดหงิดเรื่องงาน" ธามเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ นัยน์ตาคู่นั้นไหวระริกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาพริ้มแทบหยุดหายใจ "ฉันหงุดหงิดที่เห็นไอ้รุ่นน้องวิศวะปีสามคนนั้นมันมองเธอต่างหาก... แล้วพอมันมาชมว่างานเธอสวย ฉันก็เลย... ควบคุมปากตัวเองไม่ได้"
ความเงียบเข้าจู่โจมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยมวลความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้มขาวเนียนของพริ้ม เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำพูดสารภาพแบบอ้อมๆ ของคนตรงหน้าไม่ทัน ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและปากร้ายคนนี้เนี่ยนะ... หึงเธอกับรุ่นน้องปีสาม?
"รุ่นพี่... พูดบ้าอะไรเนี่ยคะ" พริ้มหลบสายตา ร้อนผ่าวไปทั้งใบจนต้องยกมือขึ้นมาพัดหน้าแก้เก้อ "ใครให้คุณมาหึงฉันคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!"
"งั้นก็มาเป็นสิ..." ธามสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่จริงจังจนน่าตกใจ เขายื่นมือหนาออกมาหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของเธอ แต่วินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นๆ สัมผัสกับผิวแก้มของพริ้ม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบทสนทนาอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากหัวมุมทางเดิน
"อ้าว, ธาม! อยู่นี่เองเหรอวะ ฉันหากาแฟแทบพลิกตึก... เฮ้ย! พวกนายกำลังทำอะไรกันวะเนี่ย?"
เสียงของกายดังขึ้นแทรกกลางจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นโครมคราม ธามชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ส่วนพริ้มสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ทั้งสองคนหันขวับไปมองต้นเสียงพร้อมกัน
ทว่า... สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของธามและพริ้มเย็นเฉียบลงในพริบตา ไม่ใช่สีหน้าล้อเลียนเจ้าเล่ห์ของกายเพื่อนสนิท
แต่เป็นเงาร่างของบุคคลที่สามที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังกาย... เมย์ ยืนกอดอกพิงผนึกปูน ใบหน้าสวยเฉี่ยวกำลังบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองมาที่มือของธามที่เพิ่งผละออกจากแก้มของพริ้มเมื่อครู่ด้วยความริษยาอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"นี่พวกเธอ... แอบคบกันลับๆ งั้นเหรอธาม?!" เมย์แผดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ท่ามกลางความตกตะลึงที่หยุดทุกการเคลื่อนไหว ณ ตรงนั้น
--------------------------------------------------
ขอบคุณนักอ่านคนเก่งทุกท่านที่แวะมาเติมความฟินและความอบอุ่นหัวใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ!
วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 6
กาแฟหนึ่งแก้วกับการสงบศึก
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!