"ถ้าไม่อยากให้ป้ายนิเทศคณะเรากลายเป็นตลกคาเฟ่กลางค่ายอาสาปีนี้ ก็หุบปากแล้วช่วยจับปลายเชือกฝั่งโน้นให้มันตรึงเสียทีค่ะ คุณประธานค่าย!"
เสียงใสติดเหวี่ยงเล็กๆ แต่อัดแน่นด้วยความจริงจังดังขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายของลานอเนกประสงค์หลังอาคารภาควิชาวิศวกรรมโยธา พริ้มในชุดเสื้อยืดสีพื้นทับด้วยผ้ากันเปื้อนเลอะสีอคริลิค กวาดสายตามองคนตัวสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ปลายเสาโครงไม้ไผ่ ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท ไม่สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากแม่พิมพ์กราฟิกดีไซน์ตัวแสบประจำปีนี้เลยสักนิด
หลังจากเหตุการณ์ประหลาดในห้องประชุมวันนั้น ทั้งคู่ก็ถูกจับโยนลงมาเผชิญชะตากรรมร่วมกันในฐานะ "หัวหน้าฝ่ายประสานงานค่ายอาสาพัฒนาชนบท" ที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์ งานนี้บอกได้คำเดียวว่านรกชัดๆ สำหรับคนที่ไม่ค่อยจะกินเส้นกันเท่าไหร่
"เรียกให้มันดีๆ หน่อยสิครับ... อ๊ะ ขอโทษทีติดปากไปหน่อย ฉันหมายถึงว่า... เรียกให้มันรื่นหูกว่านี้หน่อยสิคะ คุณกราฟิกดีไซน์" ธามจงใจเน้นเสียงล้อเลียนคำพูดของเธอ พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ จนพริ้มต้องถอยหลังกรูดไปชนกับกองลังไม้ใส่อุปกรณ์
"นี่คุณ!" พริ้มตวัดสายตาคมกริบใส่
"ทำไมคะ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง ถึงได้มองด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายขนาดนั้น" ธามยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการทำงานกลางแดดทำเอาสติของพริ้มกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นโครมครามขึ้นมาเสียดื้อๆ ยิ่งนึกถึงคำพูดประกาศความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของวันนั้น ความร้อนก็พุ่งขึ้นมาเกาะกุมพวงแก้มจนต้องเบือนหน้าหนี
"ถอยไปเลยนะ! คนยิ่งรีบๆ อยู่ งานป้ายนิเทศจะเสร็จไม่ทันเย็นนี้อยู่แล้วเนี่ย ถ้าไม่อยากช่วยก็ไปไกลๆ ตาค่ะ เกะกะ!" พริ้มใช้มือข้างที่ถือแปรงทาสีผลอกอกแกร่งเบาๆ แต่ธามกลับคว้าข้อมือเธอไว้ทัน ปลายนิ้วอุ่นจัดกุมรอบข้อมือระหงอย่างถือวิสาสะ
"เกะกะเหรอ? เมื่อกี้ใครนะที่บอกว่าขาดฉันแล้วงานค่ายนี้จะล่ม?"
"ไม่มีใครพูดสักหน่อย!"
"อ้าวเหรอ หูฝาดไปเองสินะ..." ธามหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในท้องน้อยอย่างน่าประหลาด "แต่ก็นะ... ทำงานร่วมกันมาสามวันเต็มๆ นี่ฉันเพิ่งรู้ว่ายัยตัวแสบอย่างเธอก็จเบะปากเก่งเป็นเหมือนกันนี่"
"ปากฉันจะ เป็นยังไงก็เรื่องของฉันค่ะ ปล่อยมือได้แล้ว คนอื่นมองอยู่" พริ้มพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลของหนุ่มวิศวะปี 4 มีหรือที่เธอจะสู้ไหว ยิ่งดึงก็ยิ่งเหมือนเป็นการกระชับวงล้อมให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นไปอีก
"ปล่อยก็ได้... แต่มีข้อแม้" ธามหรี่ตามองอย่างเจ้าเลفت์ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูร้ายกาจเป็นบ้า "เย็นนี้เลิกกองแล้ว ต้องอยู่เคลียร์ผังบูธกับฉันสองคน"
"ทำไมต้องอยู่สองคนล่ะคะ? ให้คนอื่นอยู่ด้วยก็ได้นี่นา กายกับพวกเด็กปีสามก็อยู่ตั้งหลายคน" พริ้มปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีเอาเสียเลย
"กายมันพาแฟนไปกินหมูกระทะแล้ว ส่วนพวกปีสามฉันไล่ให้ไปพักผ่อนเตรียมลุยงานพรุ่งนี้หมดแล้ว เพราะฉะนั้น... เหลือแค่เธอกับฉัน สองต่อสอง" ธามพูดหน้าตาเฉย ราวกับว่าการบังคับให้ผู้หญิงอยู่กับตัวเองสองต่อสองในตึกร้างๆ (เอ้ย ตึกคณะ) เป็นเรื่องดินฟ้าอากาศปกติธรรมดา
พริ้มอ้าปากค้าง จะเอ่ยคำด่าทอสารพัดคำที่เตรียมไว้ในใจออกไป แต่จังหวะนั้นเอง เสียงหวานแหลมคุ้นหูก็แทรกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
"พี่ธามคะ! เมย์เอาเครื่องดื่มเย็นๆ มาฝากค่ะ ทุกคนเหนื่อยกันแย่เลย พักทานน้ำกันก่อนดีกว่านะคะ"
เมย์ ดาวคณะศิลปศาสตร์ก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดแก้วน้ำหวานสีสันสดใส รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่โปรยมาให้ธามนั้นแทบจะละลายน้ำแข็งได้ แต่พอหันมามองพริ้ม รอยยิ้มนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างในเสี้ยววินาที พริ้มไหวไหล่เบาๆ หลุดจากการเกาะกุมของธามทันทีอย่างรู้จังหวะ
"ตามสบายเลยนะคะ พอดีฉันต้องรีบไปดูงานตรงโน้นต่อ" พริ้มเอ่ยเสียงเรียบ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยศักดิ์ศรี ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีออกมาจากจุดนั้น ปล่อยให้ธามยืนหน้าตึงอยู่กับที่
บรรยากาศรอบตัวธามเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบทันทีที่เมย์เดินเข้ามาประชิดตัว ชายหนุ่มรับแก้วน้ำมาแบบส่งๆ โดยแทบจะไม่ชายตาแล "ขอบคุณครับ แต่ไม่ต้องลำบากเอามาให้หรอกครับ ผมบอกหลายครั้งแล้วว่าเกรงใจ"
"โธ่ พี่ธามคะ เมย์แค่อยากช่วยแบ่งเบา... อีกอย่าง เมย์เห็นพี่ต้องมาคลุกคลีกับคน... แบบนี้ เมย์กลัวพี่จะเหนื่อยแย่" เมย์จงใจทิ้งเสียงสูงเมื่อพูดถึงพริ้ม สายตากวาดมองตามแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกទៅอย่างดูแคลน
ธามหันขวับมามองเมย์ด้วยแววตาดุดัน รังสีความน่ากลัวแผ่ออกมาจากตัวหนุ่มวิศวะจนเมย์ถึงกับผะเผดถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ระวังคำพูดหน่อยครับ เมย์ไม่ใช่เจ้าของชีวิตผม และคนที่คุณกำลังพาดพิงถึง... เขามีสิทธิ์ในพื้นที่ของเขามากกว่าที่คุณคิด"
พูดจบ ธามก็วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ ไม่แม้แต่จะแตะต้องมันเลยสักนิด ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ตามร่างบางของพริ้มที่เดินหายเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ศิลป์ทันที
ปัง!
เสียงประตูกระจกห้องเก็บอุปกรณ์ปิดลงเบาๆ แต่แรงสะเทือนทำให้พริ้มที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดหลอดสีสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวหันขวับไปมองผู้บุกรุกที่ถือวิสาสะตามเข้ามาล็อกกลอนประตูด้านในหน้าตาเฉย
"นี่คุณ! เข้ามาทำไมเนี่ย ออกไปเลยนะ เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอก!" พริ้มโวยวายเบาๆ พลางถอยหลังจนสะโพชนิดติดกับชั้นวางของ
ธามไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งยันกับชั้นวางของกักตัวเธอไว้ตรงกลาง กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ โอบล้อมเธอไว้อีกครั้งในพื้นที่แคบๆ หัวใจของพริ้มเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
"กลัวคนอื่นเข้าใจผิด... หรือกลัวหัวใจตัวเองกันแน่ ที่วิ่งหนีออกมาเมื่อกี้" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนพริ้มขนลุกซู่
"ฉันไม่ได้หนี! แค่ไม่อยากอยู่ตรงนั้นให้รกหูรกตาต่างหาก... ปล่อยนะ!" พริ้มเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความดุดันแต่ทว่าแฝงความอ่อนโยนเอาไว้ลึกซึ้ง
"ปากเก่งนักนะ..." ธามพึมพำเบาๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบaสัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้พริ้มชะงักง้าง ลืมหายใจไปชั่วขณะ "รู้ไหม... ว่าเวลาเธอหึง มันน่ารำคาญน้อยกว่าเวลาเธอยิ้มให้ไอ้กายตั้งเยอะ"
"ใครหึงคุณ! หลอกตัวเองเก่งนักนะไอ้รุ่นพี่ปากเสีย!"
ธามหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เข้มงวดกับคนอื่นมาตลอดชีวิต แต่กับยัยตัวแสบคนนี้ เขากลับยอมพ่ายแพ้ให้ทุกที ใบโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร
"ถ้าไม่เชื่อ... เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้ดูตรงนี้แหละ ว่าฉันไม่ได้หลอกตัวเอง..."
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนชิด พริ้มหลับตาปี๋ด้วยความตื่นตระหนก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะحر แต่ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้แตะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของกายที่ทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ
"ไอ้ธาม! พริ้ม! อยู่ข้างในหรือเปล่าวะ! แย่แล้ว... อาจารย์เรียกประชุมด่วนเรื่องงบประมาณค่าย มีคนทำเรื่องร้องเรียน!"
พริ้มลืมตาโพลงด้วยความตกใจ ผลักอกธามสุดแรงจนชายหนุ่มเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู หญิงสาวรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วพุ่งตัวไปเปิดประตูหนีทันที ทิ้งให้ธามยืนขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่เกือบจะสำเร็จอยู่รอมร่อ
ธามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะก้าวตามออกไป แต่พอเดินมาถึงหน้าห้องประชุมคณะ กลับพบว่าเรื่องร้องเรียนที่กายบอกเมื่อครู่ ไม่ใช่เรื่องงบประมาณธรรมดา... แต่มันคือเอกสารรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมค่ายอาสาปีนี้ ที่ถูกสลับตัวอย่างจงใจ!
และชื่อของคนที่ถูกถอดออก... คือ "พริ้ม"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ!
วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 16
กิจกรรมคณะที่วุ่นวาย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!