วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 17

ความใจดีที่ซ่อนไว้

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กระดาษฟลิปชาร์ทแผ่นใหญ่ถูกดึงพรวดจนเกิดเสียงแหลมบาดหูในห้องประชุมโปรเจกต์ภาคผนวก ปลายนิ้วเรียวของพริ้มกดปากกาไวท์บอร์ดลงไปเน้นย้ำตัวเลขงบประมาณที่ถูกหั่นเหลือเพียงครึ่งเดียวอย่างไม่แยแส สายตาคมกริบกวาดมองหน้าคณะกรรมการทีละคน โดยเฉพาะเมย์ที่นั่งกอดอกอมยิ้มมุมปากอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความสะใจ "ถ้าตัดงบส่วนของการปรับแต่ง UI/UX ออกไปครึ่งหนึ่งตามที่รุ่นพี่เมย์เสนอ โครงการแอปพลิเคชันจัดการโรงงานอัจฉริยะนี้ก็เตรียมตัวเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้เลยค่ะ เพราะต่อให้โค้ดหลังบ้านของพี่ธามจะเสถียรแค่ไหน แต่ถ้าหน้าตาแอปใช้งานยากเหมือนเขาวงกต คนงานในโรงงานก็คงปามือถือทิ้งตั้งแต่วันแรกที่ใช้งานแน่นอนค่ะ" น้ำเสียงใสแต่เชือดเฉือนของพริ้มทำเอาห้องประชุมเงียบกริบ เมย์หน้าเสียเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นแย้งด้วยรอยยิ้มปลอมเปลือก "แต่น้องพริ้มก็ต้องเข้าใจนะคะว่า งบประมาณบริษัทมีจำกัด ในเมื่อโปรเจกต์นี้มีชื่อของธามเป็นหัวหน้าทีมหลัก แต่ชื่อของเธอที่ถูกถอดออกจากการเป็นดีไซเนอร์ร่วม... ก็น่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่าทางคณะกรรมการเขาประเมินศักยภาพแล้วว่าเราควรลดภาระส่วนเกินตรงไหนออก" คำพูดแทงใจดำนั้นพุ่งตรงมาจากปมร้อนของตอนที่แล้ว ชื่อของพริ้มถูกถอดออกจากรายชื่อผู้รับผิดชอบหลักอย่างไม่เป็นธรรม เพียงเพราะแรงกดดันเบื้องบนและเกมการเมืองในภาควิชา ความรู้สึกร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่ขอบตา แต่พริ้มเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ยอมแพ้ "ค่ะ เก่งมากค่ะที่จำชื่อดิฉันได้แม่นขนาดนั้น แต่ก่อนจะห่วงเรื่องลดภาระ ห่วงสมองตัวเองก่อนดีกว่านะคะว่าจะตามทันฟังก์ชันที่ฉันออกแบบไว้หรือเปล่า" พูดจบพริ้มก็คว้าแฟ้มงานกระแทกโต๊ะเสียงดังลั่นแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมนั้นทันที โดยไม่รอฟังคำอนุมัติใดๆ ทั้งสิ้น ความโกรธและความน้อยใจผสมปนเปกันจนแน่นอก เธอเดินจ้ำอ้าวผ่านสนามหญ้าด้านหลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถเพื่อหลีกหนีสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนอื่น ฝนปรอยๆ เริ่มโปรยปลงมาบางเบา กลีบดอกไม้สีม่วงของต้นศรีตรังร่วงหล่นเกลื่อนพื้นเปียกชื้น ท่ามกลางความเงียบสงบหลังตึกปฏิบัติการเก่า พริ้มชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงครางหงิงๆ น่าเวทนาลอดออกมาจากใต้ท้องรถกระบะคันใหญ่ที่จอดลับตาคน ร่างสูงในเสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่าเข้มที่พับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแข็งแรงกำลังคุกเข่าลงกับพื้นคอนกรีตเปียกชุ่ม ธาม... ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าปากร้าย เย็นชา และไร้หัวใจที่สุดในภาควิชา กำลังใช้มือข้างหนึ่งประคองร่างสุนัขพันธุ์ทางตัวผอมโซ ขาหลังของมันพันด้วยผ้าพันแผลเปื้อนเลือดและมีรอยแผลเหวอะหวะจากอุบัติเหตุ พริ้มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอยืนนิ่งสนิทอยู่หลังเสาปูน มองภาพผู้ชายเนียบเจ้าระเบียบที่มักจะถือไม้บรรทัดเหล็กตีมือคนทำงานพลาด กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดราคาแพงของตัวเองซับเลือดที่ขาให้เจ้าตูบอย่างเบามือที่สุด "ร้องอยู่ได้ เจ็บมากหรือไงวะ" เสียงทุ้มต่ำเอ็ดเบาๆ เจือความอ่อนโยนที่พริ้มไม่เคยได้ยินมาก่อนในห้องประชุม "อดทนหน่อยสิ เดี๋ยวพาไปคลินิก... ไม่ได้ใจดีหรอกนะ แค่ไม่อยากให้มาตายแถวนี้ให้รกหูรกตา" ปากก็พูดจาขวานผ่าซากแบบนั้น แต่ปลายนิ้วที่ลูบหัวสุนัขตัวนั้นกลับเบามือราวกับกลัวมันจะบอบช้ำ พริ้มเผลอกลั้นหายใจ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่กลับพลิกผันมาเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ความใจดีที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชาและวาจาเชือดเฉือนของธาม กำลังแ박ทะลวงเกราะป้องกันในใจของเธอทีละน้อย ธามชะงักกึก คล้ายสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองอยู่ เขาหันขวับกลับมามองตามสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบสบเข้ากับดวงตากลมโตของพริ้มที่ยืนค้างอยู่หลังเสาพอดี ร่างสูงรีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าเรียบเฉยกลับมาสวมหน้ากากความเย่อหยิ่งอีกครั้งอย่างรวดเร็วราวกับเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ "ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้น... ชอบแอบดูชาวบ้านเขาทำทานหรือไง ยัยตัวแสบ" เสียงทุ้มเอ่ยลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดระคนเคอะเขินที่ถูกจับได้มุมอ่อนโยน พริ้มเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอก เธอค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากเงาเสา รอยยิ้มบางเบาที่จริงใจที่สุดในรอบวันระบายขึ้นบนใบหน้าสวย "ก็ไม่ได้อยากจะแอบดูหรอกค่ะ... แค่เพิ่งรู้ว่าวิศวกรปากร้ายแถวนี้ ก็มีมุมรักษาหมา เอ๊ย รักสัตว์กับเขาด้วยเหมือนกัน" ธามขบกรามแน่น ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด เขาพยายามจะสวนกลับด้วยคำพูดจาถางถางตามนิสัย แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเขาก็ลอยละลิ่วมาจากทางเดินด้านหลัง "ไอ้ธาม! อยู่นี่เอง อาจารย์เรียกประชุมด่วนเรื่อง... เฮ้ย!" กายเพื่อนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเลี้ยวโค้งเข้ามา พร้อมกับหยุดชะงักกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ธามกำลังยืนหน้าแดงอยู่ข้างสุนัขจรจัด โดยมีพริ้มยืนกอดอกมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ กายอ้าปากค้าง ทำตาโตสลับไปมาระหว่างเพื่อนรักกับสาวกราฟิกตัวแสบ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหูแล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาธามอยากจะมุดแผ่นดินหนี "อุ๊ย กูมาขัดจังหวะอะไรโรแมนติกแบบนี้วะเนี่ย หรือว่ามึงกำลังพาน้องเขามา... โอ๊ย!" ธามคว้าสมุดบันทึกในมือฟาดหัวเพื่อนสนิทเข้าเต็มแรงอย่างหัวเสีย ท่ามกลางเสียงหัวเราะใสๆ ของพริ้มที่ดังแข่งกับสายฝนที่โปรยปลงมา ทว่าในจังหวะที่ธามหันกลับมาถลึงตาใส่พริ้มเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย สายตาทั้งคู่ก็ประสานกันอย่างลึกซึ้งโดยไม่ได้ตั้งใจ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่น ธามลดมือลงช้าๆ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความไหววูบที่ยากจะคาดเดา ขณะที่พริ้มเองก็ลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อริมฝีปากหยักลึกของอีกฝ่ายขยับกระซิบแผ่วเบาแข่งกับเสียงฝน "ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกจากโปรเจกต์นี้ถาวร... คืนนี้ห้ามกลับบ้าน มาช่วยฉันเคลียร์งานที่ตึกคณะวิศวะฯ เดี๋ยวนี้" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยเติมความหวานให้เกียร์เปื้อนกาวใจดวงนี้เสมอนะคะ!)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%