“ถ้าขยับมือช้ากว่านี้อีกนิด ฉันจะถือวิสาสะหักเงินเดือนในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ส่วนตัวแล้วนะคะ คุณพริ้ม”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงกดเบาๆ ที่ปลายคางมน ซึ่งถูกปลายนิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มเจ้าของเกียร์เบอร์แรงดันเข้าเชยขึ้นอย่างถือวิสาสะ ธามยืนค้ำโต๊ะเขียนแบบในสตูดิโอคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนชัดเจน ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
พริ้มสะดุ้งสุดตัว ขยับถอยหลังจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะจนแทบจะปีนขึ้นไปนั่งอยู่แล้ว ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวโตทันทีอย่างไม่ยอมแพ้
“นี่! ธาม นายช่วยเอาไอ้นิ้วนี่ออกจากคางฉันก่อนเลยนะยะ! แล้วก็เลิกเอาเรื่องหักเงินเดือนมาขู่ฉันสักที ฉันไม่ได้กินแกลบเป็นอาหารหลักเหมือนใครบางคนแถวนี้หรอกค่ะ!” เธอย้อนเสียงแข็ง พยายามซ่อนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะเอาไว้ภายใต้ท่าทีเชิ่ดหยิ่ง มือเรียวเล็กปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี
“ปากเก่งจังนะ แม่กราฟิกดีไซน์ตัวแสบ” ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงผลงานกราฟิกอินโฟ그래ฟิกสำหรับโปรเจกต์สะพานอัจฉริยะที่เพิ่งแก้ไปรอบที่สาม “แก้มาตั้งหลายรอบ ดีไซน์ล่าสุดนี่พอดูได้ขึ้นมาหน่อย สมกับที่ฉันอุตส่าห์บังคับให้อยู่เคลียร์งานดึกด้วยกันสองต่อสอง... ดีกว่าปล่อยให้เธอรั้นกลับบ้านไปนอนฝันหวานคนเดียว”
“ใครรั้นไม่ทราบคะ! งานมันเสร็จตามกำหนดอยู่แล้วไหม นายต่างหากที่เรื่องเยอะ ดีไซน์ระดับฉันต่อให้ทำตาหลับข้างหนึ่งทำก็ยังสวยกว่างานของเด็กฝึกงานทั่วไปหลายเท่าเหอะ!” พริ้มเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและสนิมเหล็กจางๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ปากจัดเป็นบ้า แต่เวลาตั้งใจทำงานแล้วดันมีเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้เป็นบ้าเหมือนกัน
ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนพริ้มต้องกลั้นหายใจ ระยะห่างระหว่างจมูกของพวกเขาลดลงจนแทบจะแนบชิด ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่ลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศรอบตัวในห้องเขียนแบบที่เงียบสงัดยามตีสอง เริ่มอบอวลไปด้วยความร้อนรุ่มที่ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ
“ปากดีแบบนี้... น่าจับจูบให้หายรั้นนัก” เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของวิศวกรหนุ่ม ทำเอาพริ้มหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาในฉับพลัน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก เธออ้าปากจะด่ากลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่า...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ของห้องสตูดิโอที่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้แตกกระเจิงในเสี้ยววินาที
ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ดวงตาคมตวัดมองไปยังผู้บุกรุกยามวิกาลด้วยแววตาดุดัน พร้อมจะไล่ตะเพิดใครก็ตามที่บังaอาจเข้ามาขัดจังหวะ แต่เมื่อเงาร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสั้นเข้ารูปเดินน่องเข้ามาใต้แสงไฟนีออนสว่างวาบ ร่างกายของธามกลับชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงระคนความยุ่งยากใจอย่างเห็นได้ชัด
พริ้มเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อหันไปมองตามสายตาของชายหนุ่ม ร่างของหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ เรือนผมยาวสลวยดัดลอนปลาย ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง และที่สำคัญที่สุด... แววตาคู่สวยนั้นกำลังจับจ้องมาที่ธามด้วยความโหยหาและคุ้นเคยอย่างเปิดเผย
“ธามคะ... ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ เมย์รอนานจนเบื่อแย่แล้วนะ”
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างระหงที่เดินตรงดิ่งเข้ามาคว้าแขนแข็งแรงของธามไว้โดยไม่สนใจสายตาของพริ้มที่ยืนอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย
พริ้มยืนนิ่งค้างไปชั่วขณะ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วกับชื่อที่ได้ยินและใบหน้าที่คุ้นตาจากข่าวลือในมหาวิทยาลัย *เมย์*... ดาวคณะบริหารธุรกิจปี 4 และที่สำคัญที่สุด เธอก็คือ ‘แฟนเก่า’ คนสนิทของธามที่มีข่าวลือหนาหูว่าเลิกรากันไปก่อนที่ธามจะก้าวเข้าสู่ปี 4 และทุ่มเททุกอย่างให้กับโปรเจกต์วิศวกรรม
บรรยากาศในห้องตกลงสู่ความเงียบงันที่เย็นเยียบในพริบตา
ธามขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน เขาเอื้อมมือไปแกะมือเรียวของเมย์ออกจากแขนของตัวเองอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด ดวงตาคมเข้มฉายแววเย็นชาไร้เยื่อใยทันที “เธอมาที่นี่ทำไม เมย์”
“อ้าว ถามแปลกจังค่ะ ก็เมย์รู้ว่าธามต้องอยู่ที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ อีกอย่าง... เราสองคนยังมีเรื่องที่ยังเคลียร์กันไม่3จบนะคะธาม” เมย์ปรายตามองพริ้มที่ยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะเขียนแบบด้วยแววตาเหยียดหยามเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาออดอเซาะธามต่อ “ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเหรอคะ? หรือว่าเด็กฝึกงานคนใหม่... ถึงได้กล้ามาทำตัวสนิทสนมกับธามขนาดนี้”
พริ้มแค่นหัวเราะในลำคอทันทีเมื่อโดนพาดพิง ความงงงวยระคนหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ยัยนี่เป็นใคร ถึงกล้ามาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของคนที่เพิ่งจะทำท่าเหมือนจะจูบเธอเมื่อกี้กันล่ะคะ!
“อ๋อ ฉันเหรอคะ?” พริ้มก้าวเท้าออกมาข้างหน้า เชิดหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นแบบฉบับสาวกราฟิกผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร “เป็นคนที่กำลังจะ ‘เคลียร์งาน’ กับธามค่ะ... แต่ดูท่าทางแล้ว คุณคงจะเป็นคนที่ ‘เคลียร์ไม่ขาด’ จากอดีตสินะคะ ถึงได้บุกมาถึงถิ่นวิศวะยามวิกาลแบบนี้ น่าสงสารจังค่ะ สงสัยความทรงจำช่วงที่โดนบอกเลิกคงจะลบไม่ออกสินะคะ”
เมย์หน้าเสียไปวูบหนึ่ง ดวงตาคู่สวยตวัดกลับมามองพริ้มอย่างเอาเรื่อง “นี่เธอ! รู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว ยัยเด็กกะโปโลปากดี!”
“พอได้แล้ว เมย์!” ธามตวาดลั่น เสียงทุ้มต่ำทรงพลังจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน ความอดทนของเขาหมดลงแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท ดวงตาสีเข้มมองอดีคนรักด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง “เธอมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีก เราจบกันไปนานแล้ว เมย์ และฉันไม่มีอะไรจะต้องเคลียร์กับเธอทั้งนั้น!”
“แต่ธามคะ! เมย์ยังรักธามอยู่นะคะ เมย์รู้ว่าธามแค่ประชดที่วันนั้นเรา...”
“ฉันบอกให้หยุดพูดไง!” ธามสวนกลับเสียงกร้าว สายตาคมกริบเหลือบมองพริ้มที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ความกลัวลึกๆ ว่าพริ้มจะเข้าใจผิดและถอยห่างจากเขาทำให้ธามร้อนรนจนควบคุมอารมณ์แทบไม่อยู่
เขาก้าวพรวดเดียวเข้าไปคว้าข้อมือเล็กของพริ้มเอาไว้แน่น ดึงร่างบางให้เข้ามาประชิดตัวเขาโดยไม่สนสายตาของเมย์ที่ยืนกรี๊ดกราดอยู่ด้านหลัง พริ้มตกใจอุทานออกมาเบาๆ แต่ยังไม่ทันได้สะบัดออก ธามก็ก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและจริงจังจนหัวใจเธอกระตุกวูบ
“อย่าไปฟังยัยนี่... พริ้ม มองหน้าฉัน” ธามบังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกัน แววตาของเขาไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความร้อนรนและความหวงแหนที่ระอุอยู่ข้างใน “ฉันกับเธอคนนั้น... มันจบไปตั้งแต่วันที่ฉันเลือกก้าวเดินออกมาแล้ว และคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนี้... คนเดียวที่ฉันอยากให้มอง คือเธอ”
พริ้มชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความโกรธเคืองเรื่องแฟนเก่าหายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนร้อนผ่าว
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูกระจก
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เมย์ยืนกอดอกมองภาพทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาพราวระยับด้วยความแค้นเคือง “โอ้โห... ภาพยนตร์รักโรแมนติกกลางดึกน่าประทับใจจังเลยนะคะ ธาม... นึกไม่ถึงเลยว่าคนอย่างนายจะลดตัวมาสนใจยัยเด็กนี่จริงจัง แต่ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะ... คนที่นายคิดว่ารู้จักดีที่สุด อาจจะกำลังซ่อนความลับเน่าเฟะอะไรไว้ข้างหลัง... เหมือนที่เธอกำลังหลอกนายอยู่ตอนนี้ยังไงล่ะคะ!”
ธามขมวดคิ้วฉับ หันขวับไปจ้องหน้าเมย์ด้วยแววตาดุดันราวกับเสือร้าย “เธอหมายความว่ายังไง เมย์?!”
เมย์ยิ้มเยาะยกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้น ชูหน้าจอให้ทั้งสองคนเห็นภาพถ่ายบางอย่างที่ปรากฏอยู่บนนั้น พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธามและพริ้มเย็นเฉียบลงพร้อมๆ กัน
“ก็หมายความว่า... โปรเจกต์สะพานอัจฉริยะที่เธอกำลังภูมิใจนักหนานี่น่ะ... มันกำลังจะพังพินาศ เพราะข้อมูลลับทั้งหมด ถูกส่งตรงไปให้คู่แข่งทางธุรกิจของบริษัทนายเรียบร้อยแล้วค่ะ!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้นะคะ!
วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 18
เมื่อแฟนเก่าโผล่มา
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!