หน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานกราฟิกดีไซน์ แต่แสงสีฟ้าจากหน้าจอนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับความมืดมนในสายตาของพริ้ม นิ้วเรียวที่กำลังตวัดเมาส์ปากกาเพื่อรีทัชภาพงานส่งลูกค้าชะงักกึก เมื่อข้อความในกลุ่มแชทสาธารณะของคณะพุ่งขึ้นมารัวๆ ราวกับดอกไม้ไฟในคืนวันลอยกระทง
ไม่ใช่เรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องกำหนดส่งโปรเจกต์จบ แต่เป็นชื่อของเธอ… ที่ถูกหยิบยกไปขยี้ยำในพื้นที่สาธารณะด้วยถ้อยคำบิดเบือน
*“นี่จริงเหรอวะ ที่ว่าเด็กกราฟิกคนนั้นใช้เต้าไต่โปรเจกต์ใหญ่กับพี่ธาม?”*
*“ก็เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด คณะวิศวะกับคณะเราไม่ได้ใกล้กันเลยนะแก ถ้าไม่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน จะยอมซ้อนท้าย Ducati คันแพงไปกินข้าวทุกวันเหรอ”*
*“สงสารก็แต่ดาวคณะเรา… พี่ธามอุตส่าห์คบหาดูใจกันมาตั้งนาน ต้องมาเสียท่าให้เด็กเส้นหน้าเงินแบบนั้น”*
พริ้มแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟายกับข่าวลือไร้สาระตามท้องถนน แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยความเดือดดาล คือความสกปรกของวิธีการที่ใครบางคนเลือกใช้
เมย์… ผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่ามาโดยตลอด คงจะดิ้นพล่านจนทนไม่ไหวแล้วสินะ ถึงได้ปล่อยหมาล่าเนื้อออกมาเห่าหอนกลางโลกโซเชียลแบบนี้
“นั่งทำหน้าเป็นยักษ์กินตับแบบนี้ จอคอมพิวเตอร์หน้าระเบิดใส่เธอขึ้นมาจริงๆ ฉันไม่ช่วยซ่อมให้นะยัยตัวแสบ”
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่ดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดบริเวณหลังคอ ทำให้พริ้มสะดุ้งเล็กน้อย ธามก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่าที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่ง ยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับกวาดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะด้วยความฉับไว
“ถ้าจะมาพูดจากวนประสาท เชิญออกไปค่ะ ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดี” พริ้มเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำเสียงราบเรียบแต่ซ่อนประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
ธามหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น กลิ่นอายความหงุดหงิดที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวตรงหน้ามันรุนแรงเสียจนเขาสัมผัสได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผลักประตูเข้ามา
“ใครทำอะไรแม่ประคุณให้อารมณ์เสียขนาดนี้ หืม?” ธามดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ มือหนายื่นออกไปหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรี่แก้มเนียน แต่พริ้มกลับเบี่ยงหน้าหนีอย่างรวดเร็ว
“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะธาม” เธอหันขวับไปมองเขา แววตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “เคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเถอะ ก่อนจะมาทำตัวเป็นพ่อพระมาลูบหัวลูบหางฉัน”
ธามชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ “ฉันไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจอีก พริ้ม? วันนี้ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักเรื่อง… หรือว่ามีใครมารายงานอะไรแปลกๆ ให้เธอฟัง”
“แปลกเหรอ? สำหรับคุณมันคงเป็นเรื่องปกติธรรมดาละมั้งคะ กับการที่มีผู้หญิงสักคนเอาเรื่องเสียหายของฉันไปโพสต์ประจานในกลุ่มคณะคุณ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของแฟนเก่าคุณน่ะ!” พริ้มกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ความอดทนที่สะสมมาตลอดทั้งวันระเบิดออกมาเป็นคำพูดที่เฉียบคมบาดลึก “ตื่นได้แล้วค่ะธาม คุณไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาลที่ใครจะต้องมาแย่งชิง แล้วก็ช่วยบอก ‘แฟนคลับ’ ของคุณด้วยว่า เลิกเอาเศษขยะทางความคิดมาปาใส่หัวฉันสักที!”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที ธามนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเปลี่ยนเป็นลึกล้ำและดุดันขึ้นอย่างน่ากลัว รังสีความกดดันรอบตัวผู้ชายคนนี้พุ่งสูงขึ้นจนน่าขนลุกเมื่อสมองของเขาประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดได้
“เมย์เหรอ…” น้ำเสียงของธามต่ำพร่า เย็นเยียบจนน่ากลัว “เธอหมายถึงข่าวลือในกลุ่มคณะวิศวะที่แชร์กันเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนใช่ไหม”
“ฉลาดมากค่ะ สมแล้วที่เป็นวิศวกรเกียรตินิยม” พริ้มประชดประชันกลับทันควัน หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน “ถึงบางอ้อแล้วใช่ไหมคะ งั้นก็เชิญกลับคณะคุณไปจัดการปัญหา ‘เด็กเก่า’ ของคุณให้เรียบร้อย อย่ามาลากฉันไปเกี่ยวข้องกับเกมตื้นๆ ของพวกเขานักเลย”
พูดจบ พริ้มก็หันกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำทีเป็นจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าเพื่อขับไล่เขาทางอ้อม แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธยังคงคุกรุ่น แต่น้ำตาเจ้ากรรมกลับรื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างน่าหงุดหงิด เธอเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่สุด และเกลียดสายตาจับผิดของผู้ชายข้างๆ ที่กำลังมองมาด้วยซ้ำ
ธามไม่ได้ลุกหนีไปตามคำไล่ ร่างสูงยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีนิลจับจ้องใบיด้านข้างของหญิงสาวที่พยายามตีสีหน้าแข็งกระด้างเพื่อกลบเกลื่อนความเสียใจ ความเงียบระหว่างพวกเขากินเวลาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือของพริ้มที่คว่ำอยู่ขึ้นมาพลิกดูหน้าจออย่างรวดเร็ว
“เฮ้! คุณเอาโทรศัพท์ฉันไปทำไมนะ!” พริ้มร้องออกมาด้วยความตกใจ หันขวับมาแย่งคืนแต่ช้ากว่าเมื่อธามชูมันขึ้นเหนือศีรษะ
“ฉันแค่อยากรู้ว่ามันเขียนถึงเธอว่ายังไงบ้าง… ในเมื่อเธอกล่าวหาว่าฉันเป็นต้นเหตุ เธอก็ต้องให้ฉันเห็นหลักฐานสิ” ธามพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโทสะที่ถูกจุดขึ้นเงียบๆ เมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบิดเบือนเหล่านั้น
“คืนมานะธาม! มันเรื่องของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มา…”
“มีสิทธิ์สิ” ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทรงพลังและเด็ดขาดจนพริ้มชะงักงัน “ในเมื่อชื่อของฉันถูกเอาไปโยงกับเธอ และพวกมันกล้าดีอย่างไรมาแตะต้องผู้หญิงของฉันแบบนี้”
“ใครเป็นผู้หญิงของคุณ! อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะ!” พริ้มหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลันกับคำว่า ‘ผู้หญิงของฉัน’ ที่หลุดออกมาจากปากคนปากร้าย
ธามวางโทรศัพท์เครื่องนั้นลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะขยับเก้าอี้เข้ามาประชิดตัวเธอมากขึ้น จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความร้อนรุ่มของเขาล้อมรอบตัวเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธออย่างจริงจัง ไม่มีแววตาหยอกล้อ ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาท มีเพียงความจริงจังและดุดันที่ทำเอาพริ้มต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“คิดเหรอว่าเกมตื้นๆ แค่นี้จะทำให้ฉันปล่อยเธอไปได้ง่ายๆ พริ้ม” ธามโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าและเต็มไปด้วยความอันตรายที่สั่นสะเทือนหัวใจคนฟัง “อยากรู้นักว่ายัยเมย์นั่นจะเก่งได้สักกี่น้ำ… ในเมื่อกล้าเล่นกับไฟ ก็เตรียมตัวโดนเผาไหม้ไปพร้อมๆ กันได้เลย”
พริ้มเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นรำระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อปลายจมูกโด่งรั้นของเขาเกือบจะแตะเข้ากับแก้มของเธออยู่รอมรอม ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว!
ทว่า… ก่อนที่พริ้มจะได้อ้าปากโต้เถียงอะไรกลับไป เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท และไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ประตูบานนั้นก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเกรงใจ
ร่างโปร่งระหงของเมย์ในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจเต็มประดา แต่รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างทันทีเมื่อสายตาคู่คมกริบของเธอกวาดมาเห็นภาพบาดตาบาดใจ—ภาพที่ธามกำลังโน้มตัวเข้าใกล้พริ้มในระยะประชิด ชนิดที่ว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวริมฝีปากคงจะแตะกันอยู่แล้ว!
“พี่ธาม… เมย์นึกว่าพี่อยู่ที่คณะ เสียเวลาตามหาตั้งนาน ที่แท้ก็มาแอบกกเด็กนี่อยู่ตรงนี้นี่เองนะคะ” เมย์กัดริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นด้วยความริษยาที่พุ่งทะลุจุดเดือด
เกียร์เปื้อนกาวใจ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและฟินไปกับความปากแข็งของตาพี่ธามและยัยพริ้มในตอนนี้นะคะ! หวังว่าจะจิกหมอนกันจนนุ่นกระจายและเตรียมตัวพบกับความคลั่งรักแบบจัดเต็มในตอนหน้าได้เลยค่ะ รักนะคะ!
วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 26
ความริษยาของเมย์
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!