วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ•ตอนที่ 14

ความใกล้ชิดที่อันตราย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงกระแทกแฟ้มงานลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีดังขึ้นจนคนตัวเล็กที่กำลังนั่งหมุนเก้าอี้เล่นถึงกับสะดุ้ง พริ้มเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ดวงตากลมโตฉายแววความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ทันทีที่เห็นร่างสูงโปรดในชุดช็อปวิศวะสีเข้มที่สลักชื่อ ‘ธาม’ ไว้ตรงอกเสื้อกำลังยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงราวกับโลกใบนี้ติดหนี้เขาอยู่ร้อยล้าน “แก้ใหม่ทั้งหมดค่ะคุณพริ้ม ดีไซน์หน้าปกโปรเจกต์นี้ของคุณมันดูเหมือนป้ายไวนิลหาเสียงเลือกตั้งอบจ. มากกว่างานกราฟิกของเด็กปีสี่” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่มีคำทักทายปรานีปราศรัย ธามปรายตามองหน้าจอที่แสดงผลงานออกแบบเลย์เอาต์กราฟิกที่เธอเพิ่งนั่งปั่นจนตาแฉะมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม มุมปากหยักลึกเหยียดขึ้นนิดๆ อย่างจงใจกวนประสาท พริ้มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอก้มลงซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว—*หึ... อยากเล่นเกมจับผิดนักใช่ไหมคะคุณวิศวกรเจ้าระเบียบ* เธอรู้ดีว่าเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเธอก็ไม่ใช่เหยื่อที่จะยอมให้เขาไล่ต้อนฝ่ายเดียว “อ๋อเหรอคะ? แปลกจังนะคะที่ตาของวิศวกรผู้แสนจะสมบูรณ์แบบอย่างคุณธาม จะมองไม่ออกว่านี่คือคอนเซ็ปต์ ‘Minimalist Modern’ ที่กำลังฮิตระดับโลกอยู่ตอนนี้ สงสัยช่วงนี้สมองคงมัวแต่คำนวณโครงสร้างสะพานจนลืมอัปเดตเทรนด์แฟชั่นและความงามไปหมดแล้วมั้งคะ” พริ้มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนทำเอาธามคิ้วกระตุกวูบ ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธออีกก้าวหนึ่งจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายแดดและเหงื่อจางๆ ตามประสาผู้ชายลุยงานช็อปโชยเข้าแตะจมูก พริ้มเผลอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าแผงอกกว้างของเขากำลังปิดกั้นแสงไฟในห้องจนเงาของร่างสูงทาบทับลงมาคลุมร่างเธอไว้เกือบมิด “ปากเก่งจังนะคะพริ้ม... เก่งให้ได้อย่าง100% ตอนส่งงานให้กรรมการประเมินวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” ธามก้มตัวลงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบสีนิลมองลึกลงมาในดวงตาคู่สวยราวกับจะอ่านทะลุไปถึงความคิดซุกซนข้างใน “ถ้างานนี้พัง ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนแรก... ที่จะไม่ออมมือให้เธอเด็ดขาด” “เชิญตามสบายเลยค่ะ” พริ้มไม่ถอยหนี เธอกลับเชิดคางขึ้นสบตาเขาตรงๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลแต่สีหน้ายังคงนิ่งสนิท ท้าทาย และเย้ายวนในเวลาเดียวกัน “เพราะต่อให้คุณพยายามขุดหลุมฝังฉันแค่ไหน ฉันก็จะปีนขึ้นมาเหยียบหัวคุณให้ดูทุกครั้งค่ะ” จังหวะนั้นเอง... อากาศรอบตัวราวกับจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ธามชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมองลำคอระหงที่ไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอากาศ ธามรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ มันไม่ใช่ความหงุดหงิดรำคาญใจแบบเดิมอีกต่อไป แต่มันคือแรงดึงดูดอันตรายที่ยากจะต้านทาน พริ้มเองก็เริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเช่นกัน เมื่อวงแขนแกร่งของธามยกขึ้นท้าวกับขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างพนักเก้าอี้กับแผงอกของเขา ร่างกายของเขาร้อนผ่าวจนแผ่ความอบอุ่นล้อมกรอบเธอไว้ทุกด้าน หล่อนทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่เหนือริมฝีปาก ใกล้เกินไปแล้ว... ใกล้จนอันตรายเกินกว่าจะควบคุมสติได้ ธามมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่เริ่มไหวระริก ความซึนปากร้ายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบความเยือกเย็น เขาจ้องมองริมฝีปากเธอนิ่งนานราวกับถูกสะกดจิต นิ้วเรียวยาวที่เคาะโต๊ะอยู่เมื่อครู่ค่อยๆ เลื่อนมาแตะที่พนักเก้าอี้ใกล้กับเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธอ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะคลอเคลียกัน พริ้มหลับตาลงเสี้ยววินาที หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความคิดในหัวขาวโพลนไปหมด เธอไม่รู้ว่าควรจะผลักเขาออกไปหรือปล่อยให้ทุกอย่างมันเลยเถิดไปมากกว่านี้ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายของธามทำให้เธอเคลิบเคลิ้มจนลืมตัว เปลือกตาที่ปิดลงทำให้ประสาทสัมผัสอื่นๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งสัมผัสจากลมหายใจอุ่น และไอความร้อนจากร่างสูงที่โอบล้อมเธอไว้จนแทบหลอมละลาย “ธาม... นี่คุณ...” พริ้มกระซิบเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตลืมขึ้นสบตาเขาอีกครั้งอย่างมีความลังเลเจือความหวั่นไหว ธามชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงหวานเรียกชื่อตนเอง สติที่เกือบจะหลุดลอยกลับคืนมาวูบหนึ่ง แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะขยับเข้าหา1ห้วงระยะห่างสุดท้ายนั้นเอง *แอ๊ดดดด—!* เสียงเปิดประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างโปร่งบางของหญิงสาวในชุดเดรสดีไซน์หรูที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจเต็มพิกัด “พี่ธามคะ! เมย์เอาเอกสารโปรเจกต์ส่วนที่เหลือมาให้— อุ๊ย! ขอโทษค่ะ เมย์เข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?” เสียงหวานแหลมของเมย์ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับฟ้าผ่ากลางห้องทำงานที่กำลังอบอวลไปด้วยบรรยากาศสีชมพูอันตราย ธามผุดลุกขึ้นถอยหลังกลับไปตั้งหลักทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นปกติอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ส่วนพริ้มรีบสะบัดหน้าหนี แสร้งก้มหน้าลงจัดแฟ้มงานบนโต๊ะเพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าวและแดงก่ำด้วยความเขินอายปนความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้เวลา เมย์กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษ ดวงตาคู่คมฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นท่าทางใกล้ชิดเกินงามเมื่อครู่ และในวินาทีนั้นเอง สายตาของธามก็ตวัดกลับมามองพริ้มที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นลอยๆ ท่ามกลางความเงียบอันตึงเครียด “เรายังคุยกันไม่จบหرอกนะพริ้ม... ไว้พรุ่งนี้เช้า เราค่อยมาสะสางเรื่องนี้กันใหม่ต่อหน้าคณะกรรมการ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปรับรองว่าแซ่บซี๊ดแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%