"ผมถามว่าคุณเอาสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนผม รินรดา?"
เสียงของปราชญ์เรียบเฉย ทว่ากดต่ำจนบรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ที่เคยครึกครื้นเงียบกริบราวกับถูกสาป เตชินท์ที่ยืนอยู่ข้างกายชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่ง ปราชญ์ไม่ได้หันไปมองอดีตคนคุยที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่เอกสารในมือ ก่อนจะปิดมันลงด้วยท่าทางทรงอำนาจ
"แต่รินแค่หวังดีนะคะ ปราชญ์... โครงการนี้มันสำคัญมาก และเลขาคุณก็แค่..."
"เลขา?" ปราชญ์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามเล็กน้อย ก่อนจะผุดลุกขึ้นเต็มความสูง มือหนาคว้าข้อมือของเตชินท์ขึ้นมาประสานไว้แน่น ความร้อนจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อจนเตชินท์รู้สึกใจเต้นแรงผิดจังหวะ "รินเข้าใจผิดแล้ว เลขาของผมน่ะลาออกไปตั้งแต่นาทีที่ผมตัดสินใจว่าจะไม่ทำงานกับคนที่ไม่ให้เกียรติคนของผม"
"ปราชญ์! คุณจะทำแบบนี้กับรินเพราะผู้ชายคนนี้เหรอ?" รินรดากรีดเสียงสูง ดวงตาที่เคยฉาบด้วยความมั่นใจบัดนี้สั่นระริกด้วยความอับอายต่อหน้าบอร์ดบริหารนับสิบชีวิต
เตชินท์เม้มริมฝีปากแน่น พยายามดึงมือออกแต่ปราชญ์กลับยิ่งกระชับแรงกุมให้แน่นขึ้น เขาหันมาสบตาเตชินท์ แววตาคมกริบที่เคยดุดันยามสั่งงาน เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยคำประกาศศักดา
"เตชินท์ไม่ใช่แค่เลขา และไม่เคยเป็นแค่เลขาสำหรับผม" ปราชญ์เอ่ยเสียงกังวาน "เขามีสิทธิ์ในทุกการตัดสินใจของผม พอๆ กับที่เขามีสิทธิ์ในตัวผม... ถ้าใครในที่นี้ยังคิดจะดูแคลนคนของผม เชิญยื่นใบลาออกไปพร้อมกับรินรดาได้เลยครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องประชุม รินรดากำหมัดแน่นจนสั่น ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปอย่างผู้แพ้ที่ไร้ข้อโต้แย้ง
เมื่อประตูห้องประชุมปิดลง ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นความเงียบที่อบอวลด้วยแรงดึงดูด ปราชญ์ไม่ได้ปล่อยมือจากเตชินท์ เขาดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเตชินท์ชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมไม้โอ๊คตัวยาว
"ปล่อยได้แล้วครับท่านประธาน" เตชินท์แสร้งทำเสียงดุ ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก "ทำแบบนี้คนเขาก็มองผมแย่หมดสิ ไหนจะเรื่อง 'สถานะ' ที่พูดไปเมื่อกี้อีก"
"แย่ตรงไหน?" ปราชญ์เลิกคิ้วกวนประสาท มืออีกข้างเอื้อมมาเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตา "หรือว่าคุณไม่พอใจที่สถานะของเราขยับสูงขึ้นกว่าคำว่าเลขา?"
"ผมไม่ได้บอกว่าไม่พอใจ..." เตชินท์หลบสายตา ร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้าเมื่อเห็นประกายความเจ้าเล่ห์ในดวงตาคู่คม "แต่คุณเล่นเปิดตัวแรงขนาดนี้ แล้วใครจะไปกล้าใช้งานผมในฐานะเลขาล่ะครับ"
"ก็ไม่ต้องมีใครใช้งาน" ปราชญ์โน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของคนตรงหน้า "เพราะนับจากนี้ หน้าที่เดียวของคุณคืออยู่ข้างๆ ผม... ดูแลผม และห้ามไปไหนเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?"
คำถามนั้นไม่ใช่เชิงขอร้อง แต่เป็นคำสั่งที่แฝงไปด้วยความหวงแหนที่เตชินท์ปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิด เขาเป็นคนฉลาด ทันคน และปากเก่งมาโดยตลอด แต่ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับความคลั่งรักแบบไม่มีกั๊กของคนตรงหน้า เขาก็แทบจะกลายเป็นคนใบ้ที่ทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างจำนน
"คุณมันบ้า ปราชญ์" เตชินท์พึมพำ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาบางๆ "บ้าที่ดึงผมเข้ามาเสี่ยงด้วย"
"ผมยอมเสี่ยงทุกอย่าง เพื่อให้คุณรู้ว่าผมไม่ได้พูดเล่น" ปราชญ์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนไร้ช่องว่างระหว่างกัน "คืนนี้ผมจองตัวคุณแล้วนะ ไม่รับคำปฏิเสธ"
บรรยากาศกำลังจะเข้าสู่จังหวะหวานซึ้งที่เตชินท์เองก็พร้อมจะไหลตามน้ำ ทว่า...
*ปัง!*
เสียงประตูห้องประชุมเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาววัยกลางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอคือเลขาคนสนิทของมารดาปราชญ์ที่ไม่ได้พบหน้ามานาน
"คุณปราชญ์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... คุณท่านถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด่วน หลังจากที่คุณประกาศข่าวเรื่องสถานะของคุณกับคุณเตชินท์ออกสื่อไปเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ!"
ปราชญ์ชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในทันที มือที่กุมมือเตชินท์อยู่บีบแน่นขึ้นอีกครั้งราวกับจะใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวในยามที่โลกกำลังหมุนคว้าง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" มาโดยตลอดในทุกๆ ตอนนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 29
สถานะใหม่ที่ไม่ใช่เลขา
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!