เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* หนักหน่วง สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวบนเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ปราชญ์ไม่ได้ให้เวลาเตชินท์แม้แต่จะกะพริบตาเพื่อตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่ถูกปลดเนกไทออกอย่างไร้ความปรานี พุ่งเข้ามาตรึงร่างของเลขาตัวแสบติดกับบานประตูไม้เนื้อแข็งทันที ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาและดุดันยามอยู่ในห้องประชุม บัดนี้กลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความปรารถนาและแรงหึงหวงที่สะสมมานานจนแทบระเบิด
“คุณปราชญ์… เดี๋ยวครับ! ประตูก็ไม่ได้ล็อก… อ๊ะ!”
เตชินท์พยายามจะเอ่ยประท้วงด้วยความปากเก่งตามนิสัย แต่ริมฝีปากหยักที่ก้มลงมาประกบปิดกั้นคำพูดทุกคำอย่างไร้ความปรานี ทำให้เสียงท้วงติงกลายเป็นเสียงครางฮือในลำคอ รสจูบในครานี้ไม่ได้นุ่มนวลเหมือนทุกครั้ง หากแต่ดุดัน รุกเร้า และเว้าวอนในเวลาเดียวกัน ราวกับต้องการลงโทษคนตัวเล็กที่บังaniไปทำหน้ายิ้มแย้มใส่รินรดาในงานเลี้ยงเมื่อหัวค่ำ
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ เตชินท์พยายามจะเบือนหน้าหนีเพื่อสูดอากาศ แต่ฝ่ามือหนาที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟกลับประคองท้ายทอยของเขาไว้มั่น นิ้วเรียวยาวสอดเข้าไต้กลุ่มผมนุ่ม ขยี้เบาๆ จนเส้นผมยุ่งเหยิง บังคับให้อีกฝ่ายต้องแหงนเงยรับสัมผัสที่ลึกซึ้งและวาบหวามจนแทบหลอมละลาย
หัวใจของเตชินท์เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธขืน ความน้อยใจ และความตึงเครียดที่สะสมมาจากเรื่องของอดีตคนคุยตัวปัญหาอย่างรินรดา มลายหายไปสิ้นท่าทีภายใต้รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยพลังครอบครองของซีอีโอหนุ่มจอมเฮี้ยบคนนี้ มือเรียวที่เคยคิดจะผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำลาพเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บคมจิกเกร็งลงบนแผ่นอกกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
เมื่อปราชญ์ยอมถอนริมฝีปากออก10เซนติเมตร ทั้งคู่ต่างก็หอบหายใจ
อกบางกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ถี่กระชั้น เตชินท์หน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและฉ่ำวัววาวด้วยหยาดน้ำสีใส ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้าจากการขาดอากาศหายใจ แต่ก็ยังไม่วายส่งค้อนวงใหญ่ให้คนเอาแต่ใจ
“ปากเก่งนักนะเตชินท์… รู้ตัวไหมว่าวันนี้คุณทำให้ผมอยากจะจับคุณกลืนกินเข้าไปทั้งตัวข้อหาไปยืนยิ้มระรื่นให้ยายรินรดาคนนั้นตั้งนานสองนาน”
เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน ปราชญ์ก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่เขาเสพติดมาตลอดหลายปี ขบเม้มเบาๆ บนผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงจางๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
“ก็คุณปราชญ์หึงไม่เข้าเรื่องนี่ครับ…” เตชินท์พยายามเถียงเสียงสั่น
มือบางพยายามดันไหล่กว้างออกเบาๆ “ผมแค่มารยาทดีกับแขกในงาน… ต่างจากคุณปราชญ์นั่นแหละ ที่ยืนทำหน้าเป็นยักษ์ปักหลั่นจนคนเขากลัวกันหมด แล้วยังจะกล้ามาลงโทษผมอีกเหรอครับ”
“หึงไม่เข้าเรื่องงั้นเหรอ?” ปราชญ์ผงะเงยขึ้นมาเลิกคิ้ว สายตาคมปลาบจ้องมองคนปากแข็งที่ไม่ยอมจำนน “คุณไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ารินรดาเขามีจุดประสงค์อะไร… แล้วผมก็เคลียร์กับเธอชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่เธอกลับมาแล้ว ว่าในชีวิตของปราชญ์คนนี้มีพื้นที่ให้ ‘เลขาตัวแสบ’ แค่คนเดียวเท่านั้น!”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ ทำให้หัวใจของเตชินท์กระตุกวูบ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอกอย่างรวดเร็ว ความซึนเดเระที่มักจะแสดงออกเสมอเวลาคลั่งรัก ถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงจริงจังและแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยจนคนฟังรับรู้ได้ถึงความจริงใจ
เตชินท์เม้มปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้นที่เคลือบแคลงใจมาหลายวันสลายหายไปจนหมดสิ้น เขายิ้มออกมาบางเบา ดวงตาคู่สวยเป็นประกายระยับด้วยความหยอกเย้า
“ปากหวานแบบนี้… กินน้ำตาลมาทั้งไร่หรือไงครับท่านซีอีโอ”
“ถ้าผมกินน้ำตาล… คุณก็คงเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมหวานจนเลี่ยนไปหมดแล้วล่ะ”
ปราชญ์ไม่ปล่อยให้เลขาตัวแสบได้ตั้งตัวอีกครั้ง เขาช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยที่ขาเรียวยังไม่ทันแตะพื้น เตชินท์อุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ รีบยกแขนคล้องคอแกร่งไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่นลงไป
“คุณปราชญ์! จะทำอะไรครับเนี่ย ปล่อยผมลงนะ!”
“ไม่ปล่อย… คืนนี้เรายังเคลียร์กันไม่จบ” ปราชญ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเสน่ห์แพรวพราวที่ทำเอาเตชินท์แทบอยากจะเอาหน้ามุดแผ่นอกหนี “ทั้งเรื่องที่คุณบังอาจทำให้ผมหึง และเรื่องที่เราจะต้อง ‘รักกัน’ ให้สมกับเวลาที่เสียไป…”
ร่างสูงก้าวเดินยาวๆ ไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้องทำงาน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งโดยมีร่างเพรียวของเลขาหนุ่มนั่งคร่อมอยู่บนตัก สัมผัสแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน อุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำกลับร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็นเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคืบอย่างถือวิสาสะ
เตชินท์สะดุ้งเฮือกยามเมื่อปลายนิ้วอุ่นลากผ่านเนื้อผ้า ช้อนสายตาขึ้นมองด้วยความหวาดหวั่นปนเร้าใจ แต่ในขณะที่ริมฝีปากกำลังจะเอื้อnเอ่ยคำแซวโต้ตอบ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานและแซ่บระอุอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอמהดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
“คุณปราชญ์คะ… รินลืมกระเป๋าเอกสารไว้ในห้องทำงาน ขอรินเข้าไปหยิบแป๊บเดียวนะคะ!”
ร่างของปราชญ์ชะงักกึกทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าคมคายแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดฉับพลัน ขณะที่เตชินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผุดลุกขึ้นจากตักแกร่งอย่างลิบลนเมื่อได้ยินเสียงบิดลูกบิดประตูกำลังหมุนเปิดเข้ามา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" มาโดยตลอดในทุกๆ ตอนนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 28
หวานจัดจนมดขึ้น
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!