"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้ามุ่ยใส่ผมเพราะเรื่องกาแฟเมื่อเช้า ผมจะถือว่านั่นคือคำเชิญให้จูบปิดปากในห้องประชุมนะครับ คุณปราชญ์"
เตชินท์กดเสียงต่ำพร้อมรอยยิ้มมุมปาก มือเรียววางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยจังหวะที่ตั้งใจให้เกิดเสียงดังพอประมาณ ดวงตาคมกริบของคนเป็นเลขาฯ จ้องมองเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊คด้วยสายตาท้าทาย
ปราชญ์ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ มุมปากกระตุกยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "ปากเก่งขึ้นนะเตชินท์... ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เลขาส่วนตัวกล้าขู่เจ้านายด้วยจูบ?"
"ตั้งแต่ตอนที่คุณเริ่มทำตัวเป็นเด็กขี้งอนเพราะผมไปรับโทรศัพท์ลูกค้าต่างประเทศจนลืมชงกาแฟให้คุณไงครับ" เตชินท์โน้มตัวลงไปจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเขาทำเอาคนที่ขึ้นชื่อว่าเจ้านายจอมเฮี้ยบชะงักไปครู่หนึ่ง "เลิกไร้สาระได้แล้วครับงานกองท่วมหัวขนาดนี้ ไม่ใช่เวลามาทำสงครามเย็น"
"เรื่องงานน่ะเสร็จแล้ว" ปราชญ์ไม่พูดเปล่า แต่กลับเอื้อมมือไปคว้าเอวบางของคนตรงหน้าแล้วกระชากเบาๆ จนร่างโปร่งเซเข้ามานั่งลงบนตักอย่างเลี่ยงไม่ได้ "ที่ผมทำหน้านิ่งไม่ใช่เพราะกาแฟ แต่เพราะเห็นคุณยิ้มให้ไอ้ผู้จัดการฝ่ายขายคนนั้นนานเกินไปต่างหาก"
เตชินท์กลอกตา แต่ใบหน้ากลับซับสีเลือด "หึงไม่เข้าเรื่องครับ ผมคุยงาน! อีกอย่าง... คุณเป็น CEO นะครับ ไม่ใช่เด็กห้าขวบ"
"ใครบอกว่าผมไม่ใช่เด็ก?" ปราชญ์ซุกหน้าลงกับซอกคอขาว กลิ่นหอมจางๆ ทำให้สติที่แข็งแกร่งของเขาพร่าเลือนไปชั่วขณะ "ผมเป็นเด็กที่ต้องการแค่คุณ... คนเดียว"
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยเคร่งขรึมกลับอบอวลไปด้วยความอุ่นร้อนของความรักที่ไม่มีการซ่อนเร้นอีกต่อไป หลังจากผ่านพ้นช่วงมรสุมชีวิตจากรินรดาที่พยายามจะกลับมาสร้างรอยร้าวในใจคนทั้งคู่ แต่สุดท้ายความมั่นคงและสายใยที่เตชินท์มอบให้ปราชญ์ก็กลายเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเหนียวแน่นยิ่งกว่าเดิม
เตชินท์ยกมือขึ้นลูบผมคนบนตักอย่างใจเย็น ความแข็งกร้าวที่เคยใช้ปกป้องตัวเองถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยน "เจ้านายครับ... ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแบบนี้ ผมอาจจะขอลาออกไปเป็นเจ้านายคุณแทนนะ"
"เชิญเลยครับ" ปราชญ์เงยหน้าขึ้น สบตาคู่สวยอย่างสื่อความหมาย "ถ้าผมต้องตกงานเพราะคุณ ผมก็ยินดีจะไปเป็นเลขาฯ ให้คุณตลอดชีวิตเหมือนกัน"
เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของเตชินท์ ความสุขที่ไม่ได้หวือหวาแต่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจทำให้เขารู้สึกว่าการตัดสินใจเดินเข้ามาในชีวิตของผู้ชายที่ดูเย็นชาคนนี้คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
"เลิกงานแล้วไปไหนดีครับ?" ปราชญ์ถามพลางกระชับอ้อมกอด
"ไปหาอะไรอร่อยๆ ทาน แล้วก็ไปดูหนังที่คุณชอบบ่นว่า 'เสียเวลา' ไงครับ" เตชินท์จงใจเน้นเสียงล้อเลียน
"ถ้าไปกับคุณ... ผมไม่เคยรู้สึกว่าเสียเวลาเลยสักวินาทีเดียว"
ปราชญ์ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอม ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วจูงมือเลขาฯ คนเก่งเดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและร่องรอยของความรักที่อบอวลอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วในบริษัทแห่งนี้
ชีวิตคู่ของพวกเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป มันยังคงมีความวุ่นวาย มีการถกเถียง และมีรอยยิ้มที่แลกมาด้วยความอดทน แต่ในทุกค่ำคืนที่เข็มนาฬิกาเดินผ่านไป ปราชญ์และเตชินท์ต่างรู้ดีว่า... ไม่ว่าโลกข้างนอกจะหมุนไปเร็วแค่ไหน หรือจะมีใครเข้ามาท้าทายหัวใจมากเท่าไหร่ มือที่กุมกันไว้นี้จะไม่ยอมปล่อยจากกันอีกตลอดกาล
ในฐานะเจ้านาย เขาอาจจะดูร้าย แต่ในฐานะคู่ชีวิต... เขากลับคลั่งรักจนคนทั้งบริษัทต้องยอมสยบให้ความหวานที่ไม่มีใครเทียบติด
"เจ้านายครับ..." เตชินท์เรียกชื่อเขาระหว่างเดินไปที่ลิฟต์
"ว่าไงครับ?"
"รักนะครับ"
ปราชญ์หยุดเดิน ก่อนจะดึงอีกคนเข้ามาโอบกอดท่ามกลางสายตาพนักงานที่เริ่มมองด้วยความเอ็นดู "เพิ่งรู้เหรอครับว่าผมรักคุณมากแค่ไหน... ไว้กลับไปบ้าน ผมจะย้ำให้ฟังทั้งคืนจนคุณไม่ต้องนอนเลยล่ะ"
เตชินท์หน้าแดงก่ำก่อนจะตีอกกว้างของอีกคนเบาๆ "คนบ้า!"
และนั่นคือบทสรุปของเรื่องราวความรักระหว่าง CEO จอมเฮี้ยบกับเลขาฯ สุดแสบ ที่แม้จะผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่สุดท้ายความรักก็คือคำตอบที่ทำให้ทุกอย่างลงตัวอย่างสวยงาม
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" มาโดยตลอดในทุกๆ ตอนนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 30
บทส่งท้าย: เจ้านายที่รักตลอดไป
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!