เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสแคว้นเพนทาแกรมดังสนั่นจนปลายปากกา Montblanc ของปราชญ์เกือบหักคามือ
มันไม่ใช่เสียงของความโกรธเกรี้ยวแบบที่พนักงานในบริษัทคุ้นเคย แต่มันคือเสียงคำรามของราชสีห์หนุ่มที่กำลังหงุดหงิดจนแทบคลั่ง—และต้นเหตุของความวินาศสันตะโรในอก CEO หนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ก็คือก้อนความเงียบงันอันน่ารำคาญจากโต๊ะทำงานหน้าห้อง
เตชินท์ เลขานุการสุดแสบผู้เคยต่อปากต่อคำกับเขาได้อย่างออกรสออกชาติ ตลอดสามวันที่ผ่านมากลับกลายร่างเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก รายงานเฉพาะเรื่องงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยยิ้มกวนประสาท ไร้คำเหน็บแนม และที่สำคัญที่สุด... เจ้าตัวหลบหน้าเขาราวกับเขาเป็นโรคติดต่อร้ายแรง
ปราชญ์ขยับเนกไทด้วยความอึดอัด ดวงคมกتวาวโรจน์จ้องเขม็งไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ในหัวกลับมีแต่ภาพใบหน้าหวานของคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาคัดแยกเอกสารโดยไม่แม้แต่จะชายตาแลมาทางนี้
*ให้ตายสิ... แค่เขาเผลอหงุดหงิดใส่เรื่องรินรดาในวันนั้น ถึงกับต้องประท้วงด้วยการไม่พูดด้วยเลยหรือไง?*
ปราชญ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความฟุ้งซ่านในอก มือหนากดอินเตอร์คอมบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย
"เตชินท์... เข้ามาพบผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ครับ"
ผ่านไปสามวินาที... ห้าวินาที... เสียงตอบรับผ่านลำโพงไร้สายถึงดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นทางการจนน่าหมั่นไส้
"รับทราบครับท่านประธาน มีเอกสารส่วนไหนที่ผมทำผิดพลาด เชิญแจ้งผ่านอีเมลได้เลยครับ พอดีผมกำลังเคลียร์งบดุลของไตรมาสนี้ให้อยู่ เกรงว่าจะเสียเวลาอันมีค่าของท่าน"
*เพล้ง!* เหมือนมีกระจกมาแตกในอกปราชญ์ เสียเวลาอันมีค่าบ้าบออะไรกัน!
ร่างสูงโปร่งผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ขายาวก้าวฉับๆ ไปที่ประตูห้องทำงาน บิดลูกบิดแล้วผลักออกไปทันทีโดยไม่คิดจะรอให้เลขาจอมพยศอนุญาต
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือเตชินท์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอแล็ปท็อป เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นข้อมือขาวเนียนและเส้นเลือดจางๆ ท่าทางตั้งอกตั้งงานนั้นดูมีเสน่ห์เหลือร้ายในสายตาของปราชญ์ แต่ตอนนี้เขากลับเกลียดความตั้งใจนั้นชะมัด
"ผมเรียก ทำไมไม่เข้ามาทันทีครับเตชินท์" ปราชญ์ยืนค้ำหัว ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาของอีกฝ่าย
เตชินท์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นนิ่งสงบ ไร้ระลอกคลื่นความหวาดหวั่นใดๆ รอยยิ้มมุมปากที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงรอยยิ้มธุรกิจที่สุภาพจนเกินงาม
"ท่านประธานมีคำสั่งงานอะไรเพิ่มเติมหรือครับ ถ้าเป็นเรื่องเอกสารกองนั้น ผมตรวจทานความถูกต้องครบถ้วนสามรอบแล้ว ไม่มีข้อผิดพลาดแน่นอนครับ" เตชินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาคู่สวยหลบเลี่ยงการสบตาโดยการก้มลงมองปลายปากกาในมือ
ปราชญ์แค่นเสียงในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างจับผิด เขาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเลขาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัว CEO หนุ่มจนบรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุ
"คุณเป็นอะไรของเตชินท์... หลบหน้าผมทำไมสามวันแล้ว" น้ำเสียงของปราชญ์ทุบลงต่ำ เจือความตัดพ้อที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดุดัน
เตชินท์ชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ แบบไร้เสียง
"ผมไม่ได้หลบหน้าครับท่านประธาน ผมแค่ทำหน้าที่ของเลขาที่ดี... อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม"
"ขอบเขต?" ปราชญ์ทวนคำ เสียงลอดไรฟันด้วยความฉุนเฉียว "ขอบเขตที่คุณว่าคือนั่งเงียบเป็นเป่าสาก ไม่ยอมเถียงผม ไม่แม้แต่จะมองหน้าผมเนี่ยนะ? คุณกำลังลงโทษผมอยู่หรือไงเตชินท์!"
"ผมจะกล้าลงโทษท่านประธานได้อย่างไรครับ" เตชินท์เงยหน้าขึ้นสบตา ปราการความนิ่งสงบเริ่มมีรอยร้าวเมื่อความน้อยใจพวยพุ่งขึ้นมาในอก "คนที่ควรมีสิทธิ์กำหนดขอบเขตและแสดงความรู้สึกตามใจชอบ คือท่านกับคุณรินรดาต่างหากครับ... ผมมันก็แค่ลูกจ้าง ไร้สิทธิ์แม้แต่จะออกความเห็นในเรื่องส่วนตัวของท่าน"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับประกายตาดุดันที่คุ้นเคย ทำให้ปราชญ์ชะงักไป หัวใจกระตุกวูบ
*ให้ตายสิ... เจ้าตัวแสบกำลังหึงเขาอยู่ชัดๆ!*
มุมปากหนากระตุกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ความหงุดหงิดที่สะสมมาสามวันมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจและเอ็นดูจนแทบอยากจะดึงร่างบางตรงหน้าเข้ามากอดให้หายแค้น
"หึ... ที่แท้ก็เรื่องนี้" ปราชญ์โน้มตัวลงไปใกล้ขึ้นอีก จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเข้าที่ข้างแก้มเนียนของเตชินท์ "คุณกำลังหึงผมกับรินรดาอยู่เหรอครับ หื้ม?"
เตชินท์สะดุ้งสุดตัว รีบเอนหลังหนีจนเก้าอี้แทบจะหงายหลัง ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอายและโกรธผสมปนเปกัน ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนวงใหญ่
"ใครหึง! อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยครับท่านประธาน! ผมแค่รำคาญเสียงกรี๊ดกร๊าดของคุณรินรดาเวลามาป้วนเปี้ยนหน้าห้องต่างหาก!" เตชินท์แก้ตัวเสียงแข็ง พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงเลขาตัวเล็กจะสู้แรงของ CEO สายออกกำลังกายอย่างปราชญ์ได้
ปราชญ์ไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับฉวยโอกาสคว้าข้อมือเรียวทั้งสองข้างไว้ตรึงกับพนักพิงเก้าอี้ โน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวแผ่ซ่านเข้าสู่โสตประสาทของเตชินท์จนลมหายใจสะดุด
ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า หัวใจของปราชญ์เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เคมีที่ดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวราวกับจะลุกเป็นไฟ
"ปากแข็งจังนะครับ... ทั้งๆ ที่หน้าแดงไปถึงใบหูแล้วเนี่ยนะ" ปราชญ์กระซิบเสียงพร่าทุบต่ำ ชิดริมฝีปากจนแทบจะแนบชิด "ฟังผมให้ดีนะเตชินท์... ระหว่างผมกับรินรดา มันไม่มีอะไรทั้งสิ้น เธอเป็นแค่อดีตที่ผมรำคาญใจ และคนเดียวที่ผมอยากเคลียร์พื้นที่หัวใจให้..."
ดวงตาของปราชญ์พินิจพิเคราะห์ลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริก "ก็คือคุณ..."
เตชินท์สมองขาวโพลน คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนเขาลืมวิธีหายใจ
แต่ก่อนที่ปราชญ์จะได้ก้มลงไปปิดริมฝีปากดื้อรั้นนั้นด้วยความหมั่นเขี้ยว...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับที่บานประตูห้องทำงานเปิดผางเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
"ปราชญ์คะ รินเอาเอกสารสรุปยอดบัญชี...อุ๊ย!"
เสียงแหลมใสของรินรดาที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจหยุดชะงักกึก เมื่อภาพตรงหน้าคือ CEO หนุ่มสุดหล่อกำลังคร่อมตัวครอบครองพื้นที่ของเลขาหน้าหวานในระยะประชิด ชนิดที่ว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวริมฝีปากคงจะประสานกันสนิท
ปราชญ์ผุดลุกขึ้นด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาดำมืดวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญที่สุด ร่างสูงหันขวับไปมองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนรินรดาถึงกับหน้าซีดเผือดก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 21
ปราชญ์ผู้เสียอาการ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!