เสียงแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานดังสนั่น สะท้อนก้องความเงียบงันที่ปกคลุมบรรยากาศตึงเครียดมานานร่วมชั่วโมง เศษกระดาษรายงานการประชุมโปรเจกต์ใหญ่ที่เพิ่งถูกตรวจทานซ้ำเป็นรอบที่สามกระจัดกระจายเล็กน้อยตามแรงเหวี่ยงที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่เจตนาของมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใด
"คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไง, เตชินท์?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบมาตลอด บัดนี้เจือปนด้วยความขุ่นเคืองและแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามกดเอาไว้จนสันกรามคมสันขึ้นเป็นสันนูน ปราชญ์ยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยสองมือ สายตาคมกริบราวกับคมหอกพุ่งตรงไปยังร่างโปร่งที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหน้า
เตชินท์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนริมฝีปากหยักสวยนั้นกลับยิ่งทำให้คนมองรู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างที่ชอบทำเวลาต้องการยั่วโมโหเขา
"ผมก็ทำตามหน้าที่ในฐานะเลขานุการส่วนตัวของคุณไงครับ, ท่านประธาน" เตชินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กวนประสาท และจงใจเน้นย้ำคำว่า 'หน้าที่' ให้บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของอีกฝ่าย "หรือว่าข้อมูลตัวเลขการลงทุนของบริษัทร่วมทุนใหม่มันทำให้คุณปราชญ์อ่านแล้วปวดหัว จนแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออกกันแน่ครับ?"
"เรื่องส่วนตัวอะไร? ผมกำลังพูดถึงความผิดพลาดในเอกสารที่คุณควรจะตรวจสอบให้ดีก่อนเสนอ!" ปราชญ์ตวาดเสียงกร้าว ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวร่างโปร่งอย่างรวดเร็ว ระยะห่างที่ลดลงทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก
"ความผิดพลาดเหรอครับ?" เตชินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่าย "หึ... ถ้าคุณปราชญ์ไม่ได้เอาอารมณ์ส่วนตัวมาปะปนกับงาน แค่เพราะคุณรินรดาเดินเข้ามาออดออดแอดแอดในห้องทำงานนี้เมื่อวานนี้ ผมคงไม่ต้องแก้เอกสารชุดนี้เป็นรอบที่ห้าหรอกครับ! อ้อ... หรือว่าสมองของคุณมันถูกรบกวนด้วยเรื่องของ *อดีตคนคุยเก่า* จนไม่มีสมาติทำงานกันแน่ล่ะครับ?"
คำพูดที่พ่นออกมาเต็มไปด้วยความประชดประชันและรสชาติของความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อน แต่มันกลับหลุดลอดออกมาผ่านน้ำเสียงและแววตาที่ฟ้องชัดเจน
ปราชญ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อมองเห็นความน้อยเนื้อต่ำใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความแข็งกระด้างของเลขาหนุ่ม แทนที่จะโกรธ ความรู้สึกบางอย่างกลับตีตื้นขึ้นมาในอก ความหึงหวงที่อีกฝ่ายแสดงออก แม้จะมาในรูปแบบของคำพูดแสบๆ คันๆ แต่มันก็แปลว่าเตชินท์แคร์... แคร์เขามากพอที่จะเก็บเอาเรื่องของรินรดามาคิดเล็กคิดน้อย
แต่ทิฐิที่ค้ำคออยู่ บวกกับความหัวRันทëของซีอีโอหนุ่มจอมเฮี้ยบ ทำให้ปราชญ์เลือกที่จะตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่คมยิ่งกว่ามีดโกน
"ถ้าคุณไม่มีความสามารถพอที่จะรับมือกับความกดดันในตำแหน่งนี้ หรืออิจฉาริษยาจนพาลไปทั่วเหมือนเด็กๆ ผมว่าคุณควรพิจารณาตัวเองได้แล้วนะ, เตชินท์"
เพล้ง!
ราวกับมีกระจกใสบางๆ แตกละเอียดอยู่ในอก ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหนักอึ้งและเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าเดิม ประโยคที่เปรียบเสมือนการดูถูกความสามารถและความรู้สึกพุ่งชนเข้ากลางใจของคนฟังอย่างจัง เตชินท์นิ่งงัด ดวงตาที่เคยท้าทายค่อยๆ เปลี่ยนเป็นว่างเปล่า รอยยิ้มหยันเลือนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ถูกจุดประกายขึ้นมาแทน
มือเรียวยื่นไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่มุมโต๊ะขึ้นมา มันคือกระดาษ A4 สีขาวสะอาดตาที่มีข้อความพิมพ์ไว้อย่างเป็นทางการ—ใบลาออก
เตชินท์วางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าปราชญ์อย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่นในความรู้สึก
"ยินดีครับ... ผมไม่ต้องพิจารณาตัวเองให้เสียเวลาหامหรอกครับ เพราะผมตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว" เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่าใจหาย "นี่ครับ ใบลาออกของผม มีผลทันทีตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป"
ปราชญ์ก้มมองแผ่นกระดาษนั้น ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ เขาไม่คิดว่าคนอวดดีอย่างเตชินท์จะกล้าตัดสินใจเด็ดขาดถึงเพียงนี้ เพียงเพราะคำพูดประชดประชันชั่ววูบของเขาเอง
"คุณพูดเล่นอะไรของคุณ, เตชินท์? เก็บใบพรรคบ้าๆ นี่แล้วไสหัวกลับไปนั่งโต๊ะทำงานของคุณซะ!" ปราชญ์เอื้อมมือจะคว้าข้อมือเล็ก แต่เตชินท์กลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา
"ผมไม่ได้พูดเล่น และตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เคยจริงจังเท่านี้มาก่อนเลยครับ, ท่านประธาน" เตชินท์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงตรงอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมานิดๆ จากความอัดอั้นตันใจ แต่เขาก็กลั้นมันไว้ได้ "ขอบคุณสำหรับประสบการณ์และการเรียนรู้ตลอดหลายปีที่ผ่านมานะครับ... หวังว่าต่อจากนี้ คุณจะมีสมาติทำงานร่วมกับคุณรินรดาได้อย่างมีความสุขโดยไม่มีเลขาปากเสียอย่างผมคอยขัดหูขัดตาอีก"
พูดจบ เตชินท์ก็หมุนตัวหันหลังทันที ไม่เปิดโอกาสให้ซีอีโอหนุ่มได้เอ่ยคำแก้ตัวหรือท้วงติงใดๆ ทั้งสิ้น เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังประตูห้องทำงานอย่างเด็ดเดี่ยว
"หยุดนะ, เตชินท์! ผมบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้!" ปราชญ์ตะโกนลั่น ขายาวรีบก้าวตามร่างโปร่งไปทันทีด้วยความร้อนรน หัวใจเต้นระรัวด้วยความกลัว—ความกลัวที่จะสูญเสียคนคนนี้ไปตลอดกาล ความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดขรึมพังทลายลงไม่เป็นท่า
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เตชินท์เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องทำงานเพื่อจะก้าวออกไปให้พ้นจากพันธนาการแห่งความเจ็บปวดนี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างรวดเร็วก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกโดยวิสาสะ
ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง รินรดากวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มโดยไม่รู้กาลเทศะเลยแม้แต่น้อย
"คุณปราชญ์คะ รินเอาเอกสารโปรเจกต์ที่คุยค้างไว้มาให้เซ็นค่ะ... เอ๊ะ ดูเหมือนรินจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย ทำไมบรรยากาศในห้องถึงได้มาคุขนาดนี้ล่ะคะ?"
เตชินท์ชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู ดวงตากลมโตหันกลับไปมองผู้มาใหม่สลับกับร่างสูงของปราชญ์ที่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างสมเพชตัวเอง
ปราชญ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบหันไปมองหน้าเลขาหนุ่มที่ตอนนี้กำลังมองมาที่ตนด้วยสายตาที่แปลความหมายได้ชัดเจน—*คุณมันเลือกเวลาได้เหมาะเจาะจริงๆ*
มือของเตชินท์บิดลูกบิดประตูจนสุด บานประตูเปิดกว้างออกเผยให้เห็นทางเดินด้านนอก และก่อนที่ปราชญ์จะทันได้ก้าวเท้าเข้าไปคว้าตัวไว้ เตชินท์ก็ก้าวพ้นขอบประตูออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคสั้นๆ ที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"เชิญสวีทกันให้เต็มที่เลยนะครับ... ผมขอตัวไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีคุณแล้ว"
ปราชญ์พุ่งตัวตามไปหมายจะคว้าแขนเรียว แต่รินรดากลับเอื้อมมือมาแตะแขนเขาไว้เสียก่อนเพื่อทวงความสนใจ "คุณปราชญ์คะ ฟังรินก่อน..."
ปราชญ์สะบัดแขนออกอย่างแรงจนรินรดาเซถลา ดวงตาคมกริบฉายแววเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว เขากัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัดที่ทุกอย่างพังไม่เป็นท่าเพราะความเสร่อของผู้หญิงตรงหน้า!
________________________________________
*(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงข้าง และส่งกำลังใจให้ความสัมพันธ์อันแสนพายุลูกนี้ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญนี้นะครับ)*
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 22
ความรักที่พ่ายแพ้แก่ทิฐิ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!