เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่สามในห้องพักสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาว ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน เตชินท์ในชุดคลุมอาบกำลังยืนจ้องหน้ากระจกเงาบานใหญ่ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก มือเรียวยกขึ้นขยี้ผมชื้นน้ำของตัวเองอย่างหงุดหงิด ปมปัญหาเรื่องงานในวันนี้ยังไม่น่าปวดหัวเท่ากับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เขากำลังเผชิญอยู่
ห้องสูทหรูห้องนี้ถูกจองไว้เพื่อเคลียร์โปรเจกต์ด่วนกับลูกค้ารายใหญ่ แต่ด้วยความผิดพลาดของแผนกประสานงาน ห้องพักเตียงคู่กลับเต็ม เหลือเพียงห้องสวีทเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์ห้องเดียวเท่านั้น และคนที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องมาติดแหง็กอยู่ร่วมห้องกับ CEO จอมเฮี้ยบอย่างปราชญ์ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... นอกเสียจากตัวเขาเองที่ดันปากไวรับคำท้าว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
"ยืนทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองตากแห้งอยู่ทำไมตรงนั้นครับ คุณเลขา"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากโซฟาหนังแท้ปลายเตียง ปราชญ์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังนั่งไขว่ห้าง ดวงคมกริบภายใต้กรอบสายตาคู่สวยกวาดมองร่างโปร่งที่เอาแต่ยืนเกร็งอยู่หน้ากระจก มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก ระคนเอ็นดูในเวลาเดียวกัน
เตชินท์สะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้า เชิดคางขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"ผมไม่ได้ทำหน้าแบบนั้นสักหน่อยครับ ท่านประธาน... แค่กำลังคิดว่าพรุ่งนี้ผมควรจะหักเงินเดือนตัวเองกี่เปอร์เซ็นต์ดี ข้อหาจัดการจองห้องพักได้ห่วยแตกสิ้นเชิง"
ปราชญ์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มนั้นก้องกังวานในความเงียบ ร่างสูงสง่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดทีละน้อย สร้างแรงกดดันอันตรายที่ทำให้เตชินท์ต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับขอบอ่างล้างหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้
"หักเงินเดือนเหรอครับ?" ปราชญ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่เริ่มฉายแววตื่นตระหนก "ผมไม่มีนโยบายหักเงินเดือนเลขาคนเก่งหรอกครับ... แต่ถ้าเป็นการลงโทษด้วยวิธีอื่น อันนั้นพอจะคุยกันได้"
"ท่านประธาน... ถอยไปเลยนะครับ" เตชินท์ยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้ากลับทำให้เขาต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังทะลุอก
"ทำไมล่ะครับ กลัวอะไร?" ปราชญ์แกล้งเอียงคอถาม น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์ที่เตชินท์ไม่เคยได้เห็นบ่อยนัก "กลัวว่าผมจะกินคุณ หรือว่ากลัวใจตัวเองกันแน่ที่เอาแต่คิดไปไกล"
"ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละครับ!" เตชินท์เถียงเสียงแข็ง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด ยิ่งท่าทีดื้อรั้นแต่แววตาทอประกายความเขินอายนั้นปรากฏชัดเจน ปราชญ์ก็ยิ่งรู้สึกว่าคนตรงหน้าช่างน่าแกล้ง... และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
จังหวะนั้นเอง ด้วยความลนลานและอยากจะถอยหนีให้พ้นรัศมีอันตราย เตชินท์จึงก้าวถอยหลังโดยไม่ทันระวัง ส้นเท้าดันไปสะดุดเข้ากับพรมปูพื้นหนานุ่มเข้าอย่างจัง ร่างโปร่งเสียการทรงตัวหงายหลังล้มลงไปทันที
"ระวัง!"
ปราชญ์พุ่งตัวคว้าเอวบางเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว แต่แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งลงไปบนเตียงนอนนุ่มขนาดคิงไซส์ด้วยกันทั้งคู่ เตชินท์นอนทับอยู่บนร่างแกร่งของอีกฝ่ายโดยสัญชาตญาณ มือทั้งสองข้างยันอยู่บนอกแกร่ง ขณะที่วงแขนแข็งแรงของปราชญ์โอบกระชับรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
เวลาคล้ายจะหยุดเดินไปชั่วขณะ
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างถี่กระชั้น เตชินท์เบิกตากว้างเมื่อตระหนักว่าใบหน้าของพวกเขากำลังห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รำไร กลิ่น1น้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของปราชญ์ลอยเข้าเตะจมูก ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเลขาหนุ่มกระเจิดกระเจิงไปไกล
"อ๊ะ... ปล่อยผมเลยนะครับ ท่านประธาน" เตชินท์พยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่ยิ่งดิ้น วงแขนที่โอบกอดอยู่ก็ยิ่งรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก
"อยู่เฉยๆ ก่อนสครับ" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ปราชญ์ไม่ได้ขยับหนี สายตาคู่คมกวาดมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงก่ำไล่ลงมาถึงลำคอระหงอย่างไม่ปิดบังความพึงพอใจ "คุณนี่นะ... ทำตัวเปิ่นๆ แบบนี้ทีไร ทำให้ผมต้องหาเรื่องดุทุกที"
"ผมไม่ได้ตั้งใจสะดุดสักหน่อยนี่ครับ ปล่อยได้แล้ว คนฉวยโอกาส" เตชินท์บ่นงึมงำ พยายามเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่จ้องมองมา แต่คางมนกลับถูกปลายนิ้วแข็งแรงเชยขึ้นบังคับให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ
"ถ้าไม่ฉวยโอกาสตอนนี้ แล้วจะมีโอกาสไหนอีกเล่าครับ" ปราชญ์เอ่ยเสียงนุ่ม แววตาดุดันในยามทำงานมลายหาย Wเกลี้ยง เหลือเพียงประกายความอ่อนโยนและความคลั่งรักที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึมมานาน "รู้ไหมครับ... ว่าคุณทำให้ผมไม่มีสมาธิทำงานมาทั้งวันแล้ว ตั้งแต่เรื่องชุดที่ใส่ประชุม จนถึงท่าทางเก้ๆ กังๆ เมื่อกี้..."
เตชินท์ชะงัก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำสารภาพตรงๆ แบบนั้น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ความซึนเดเระที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเผชิญกับการรุกฆาตครั้งนี้
"ท่านประธานพูดบ้าอะไรก็ไม่รู้ครับ..."
"ไม่ได้บ้าครับ... พูดเรื่องจริง"
ปราชญ์อมยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยได้รูปเฉียดผ่านแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสวาบหวามนั้นทำให้เตชินท์สะท้านเฮือก ขนลุกชันไปทั่วร่าง มือเรียวที่ยันอกแกร่งอยู่เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอกห้องขัดจังหวะทุกอย่างลงอย่างสิ้นเชิง ตามมาด้วยเสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยจนน่าปวดหัว
"พี่ปราชญ์คะ! รินเองนะคะ เปิดประตูให้รินหน่อยค่ะ รินรู้ว่าพี่พักอยู่ในห้องนี้!"
เตชินท์เบิกตากว้างทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น รินรดา! อดีตคนคุยเก่าที่คอยตามตื๊อไม่เลิกราโผล่มาที่นี่ได้อย่างไรในยามวิกาลแบบนี้ ส่วนปราชญ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อช่วงเวลาความเป็นส่วนตัวถูกรบกวน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 17
ความฟินที่จิกหมอนขาด
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!