แฟ้มเอกสารในมือเตชินท์แทบจะหลุดร่วงลงพื้น เมื่อเงาของใครบางคนทาบทับลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส รอยยิ้มที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากของเลขาสุดแสบหายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาคมกริบที่หรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวดระวัง
"ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้เจอคุณที่นี่... เตชินท์"
น้ำเสียงหวานที่เจือความเยียบเย็นดังขึ้น รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ก้าวเข้ามาในอาณาเขตชั้นผู้บริหารอย่างไร้มารยาท เธอยืนกอดอกมองเลขาส่วนตัวของปราชญ์ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองสภาพห้องทำงานที่สะท้อนร่องรอยความสนิทสนมเกินเจ้านายกับลูกน้องอย่างชัดเจน ทั้งเสื้อสูทตัวเก่งของปราชญ์ที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ และแก้วกาแฟสองใบที่วางเคียงคู่กัน
เตชินท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าไม่มีนัดหมายล่วงหน้า ผมเกรงว่าคุณรินรดาจะไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามาในชั้นนี้นะครับ ท่านประธานกำลังประชุมอยู่"
"ประชุม? หรือแอบไปทำลับๆ ล่อๆ ที่ไหนกันแน่..." รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอเดินลอยชายเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเตชินท์มากขึ้น มือเรียวปัดผ่านกองเอกสารสำคัญบนโต๊ะราวกับเป็นเจ้าของ "แปลกดีนะ จากคนที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากงาน วันนี้ท่านประธานผู้เย่อหยิ่งถึงกับยอมลดตัวลงมาคลั่งรักเด็กฝึกงานเก่าอย่างเธอได้... น่าสนใจจริงๆ ว่าเขาจะรู้ความลับเน่าเฟะของเธอรึยัง"
คำพูดนั้นทำให้คิ้วเข้มของเตชินท์กระตุกเล็กน้อย หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความตก
ใจ แต่ภายนอกยังคงรักษามาดนิ่งเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่จะมาเล่นๆ รินรดาคืออดีตคนที่เกือบจะได้ก้าวเข้ามาเป็นคู่หมั้นของปราชญ์ ก่อนที่ความทะเยอทะยานและนิสัยที่แท้จริงจะถูกเปิดโปงจนปราชญ์เป็นฝ่ายสะบัดมือทิ้งอย่างไม่ใยดี และตอนนี้เธอกำลังกลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่าง... โดยใช้เขาเป็นเครื่องมือ
"ถ้าคุณมีเรื่องจะคุยกับท่านประธาน กรุณานัดผ่านฝ่ายประชาสัมพันธ์นะครับ แต่ถ้ามาเพื่อหาเรื่องผมอย่างไร้สาระ ผมคงต้องเชิญคุณออกไป" เตชินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะไล่เลี่ยกัน แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากเลขาสุดแซ่บก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร
รินรดายิ้มเยาะ เธอโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "เรื่องไร้สาระงั้นเหรอ? คลิปเสียงตอนที่เธอเอาความลับโครงการใหญ่ไปขายให้คู่แข่งเมื่อสองปีก่อน... มันยังอยู่ในมือฉันนะ เตชินท์ คิดว่าถ้าปราชญ์ได้ฟังเสียงหวานๆ ของเธอตอนต่อรองราคา เขายังจะมองเธอด้วยสายตาคลั่งรักแบบนั้นอยู่ไหมล่ะ?"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน ร่างกายของเตชินท์ชาหนึบไปชั่วขณะ ปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันลงไปกำลังถูกขุดขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือแบล็กเมล์อย่างเลือดเย็น สมองของเตชินท์หมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก เขารู้ดีว่าต่อให้เรื่องนั้นเขาจะเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใส่ร้าย แต่หลักฐานที่ถูกตัดต่ออย่างแนบเนียนก็เพียงพอที่จะทำลายอนาคตของเขาและสร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นกับปราชญ์ได้ในพริบตา
"คุณต้องการอะไร" เตชินท์เค้นเสียงถามลอดไรฟัน แววตาไหววับชั่วขณะก่อนจะถูกกลบด้วยความเย็นชา
"ง่ายมาก..." รินรดาแย้มยิ้มอย่างผู้ชนะ "ลาออกจากที่นี่ซะ ภายในวันนี้... แล้วหายไปจากชีวิตของปราชญ์ซะ ถ้าไม่อยากให้เขารู้ว่าเลขาคนสนิทที่เขาไว้ใจนักหนา แท้จริงแล้วก็แค่งูพิษตัวหนึ่ง"
บรรยากาศในห้องเงียบงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน เตชินท์กำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขาไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครขู่บังคับได้ง่ายๆ แต่เมื่อนภาพใบหน้าคมคายและแววตาที่เต็มไปด้วยความรักของปราชญ์ลอย
เข้ามาในหัว ความลังเลก็กัดกินจิตใจ เขากลัว... ไม่ใช่กลัวอนาคตของตัวเอง แต่กลัวว่าความลับนี้จะทำลายความเชื่อใจที่ปราชญ์มอบให้
ในจังหวะที่เตชินท์กำลังจะอ้าปากตอบโต้ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี
"ฉันไม่คิดเลยนะว่าคนอย่างเธอ จะยังมีหน้ากลับมาเหยียบที่นี่อีก"
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและโทสะแผดขึ้นก้องห้อง ปราชญ์ยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองรินรดาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที ชายหนุ่มก้าวยาวๆ เข้ามาคั่นกลางระหว่างเขาทั้งสองคน ก่อนจะดึงร่างของเตชินท์ให้ถอยไปหลบอยู่ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่รุนแรง
รินรดาหน้าถอดสีไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตานั้น "ปราชญ์... คุณ ฟังฉันก่อนนะ ฉันแค่..."
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น!" ปราชญ์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของเตชินท์มาบีบไว้หลวมๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและยืนยันว่าเขาอยู่ตรงนี้ "คนอย่างเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจอยู่ในพื้นที่ของฉัน... และจำใส่สมองเอาไว้ ว่าต่อให้เตชินท์จะมีอดีตยังไง ฉันก็ไม่มีวันเชื่อคำพูดของคนตลบแตลงอย่างเธอ!"
เตชินท์เบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความกลัว กลับถูกกระชากให้เต้นแรงยิ่งกว่าเดิมด้วยความตื้นตัน ปราชญ์รู้... หรือต่อให้ไม่รู้ทั้งหมด แต่ผู้ชายคนนี้ก็เลือกที่จะปกป้องเขาก่อนโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้น เธอกวาดตามองคนทั้งคู่ด้วยแววตาอาฆาต "แกปกป้องมันเหรอปราชญ์? ระวังเถอะ... สุนัขที่แกเลี้ยงไว้ มันจะแว้งกัดแกเข้าสักวัน!"
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง
ปราชญ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเลขาสุดแสบ มือหนายกขึ้นกุมขมับตัวเองเบาๆ "นายเจ็บตรงไหนรึเปล่า เตชินท์?"
เตชินท์ส่ายหน้าช้าๆ เม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดและซาบซึ้งตีรันอยู่ในอกจนพูดไม่ออก "ท่านประธาน... คุณเชื่อผมเหรอครับ ทั้งๆที่เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องนั้นเลย"
ปราชญ์หรี่ตามองคนตรงหน้า ดวงตาสีเข้มฉายแววตัดพ้อแกมดุ ขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวจนร่างบางแทบจะชิดกับขอบโต๊ะทำงาน มือหนายื่นออกไปเชยคางมนขึ้นให้สบตา "ฉันเป็นเจ้านายของนายนะเตชินท์... และที่สำคัญ ฉันรู้จักคนที่ฉันรักดี"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจังนั้นทำเอาเตชินท์หายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ปราชญ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่แก้มเนียน เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหูจนสติของเตชินท์กระเจิง
"แต่หลังจากนี้... นายต้องอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังอย่างละเอียด... บนเตียงของฉันคืนนี้"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 18
รอยร้าวเริ่มก่อตัว
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!