"คุณช่วยอธิบายภาพนี้ให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ... เลขาเตชินท์"
แฟตไดร์ฟสีเงินถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงกระทบกับพื้นผิวดัง *กริ๊ก* สั้นๆ แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ปราชญ์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวจ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง ความหงุดหงิดระAอุอยู่ภายใต้สูทราคาแพงที่ตัดเย็บอย่างประณีต เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกว่า CEO หนุ่มกำลังอดกลั้นขีดสุด
เตชินท์กะพริบตาปริบๆ เล็กน้อย แต่เสี้ยววินาทีต่อมา รอยยิ้มยียวนก็ตามสไตล์เลขาสุดแสบก็ถูกยกขึ้นที่มุมปาก มือเรียวบางเลื่อนไปหยิบแฟตไดร์ฟขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ
"จะให้ผมอธิบายอะไรล่ะครับ บอส งานพรีเซนต์โปรเจกต์ใหม่ก็ส่งให้ทางฝ่ายการตลาดตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว หรือว่าบอสหาข้อติไม่ได้ เลยจะมาหาเรื่องจับผิดผมเรื่องฟอนต์ตัวอักษรอีก" เตชินท์ตอบกลับเสียงใส ทว่าแววตาไหววับอย่างรู้ทัน เขาไม่ได้เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเจ้านายเลยสักนิด
"อย่ามาทำไข Suede ใส่ผมนะ เตชินท์!" ปราชญ์กระแทกเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะสิงร่างคนนั่งอยู่รำินไร "นี่คือไฟล์ภาพที่ถูกส่งเข้ามาในอีเมลส่วนตัวของผมเมื่อคืน... ภาพที่คุณไปนั่งดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับ 'คนเก่า' ของคุณ แถมยังมีช่อดอกไม้ช่อโตวางอยู่ตรงกลางโต๊ะอีกต่างหาก!"
เตชินท์ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
ภาพดินเนอร์... ดอกไม้... คนเก่า...
ให้ตายเถอะ! นี่ปราชญ์กำลังเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหนกัน!
"อ๋อ..." เตชินท์ลากเสียงยาวในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ระคนเอือมระอา "ที่แท้ก็แอบเช็กอีเมลส่วนตัวของผม... ไม่สิ หมายถึง บอสไปได้รูปนี้มาจากไหนต่างหากครับเนี่ย หรือว่ามีใครส่งสายลับไปคอยตามสืบชีวิตส่วนตัวผมกันแน่"
"อย่าเปลี่ยนเรื่อง!" ปราชญ์ขึ้นเสียงตึงใส่ทันที ความหึงหวงที่สะสมมาตั้งแต่คืนวานระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงจนน่ากลัว "ผมถามว่า... คุณยังลืมเขาไม่ได้ใช่ไหม? ถึงขนาดต้องนัดไปกินข้าวเคลียร์ใจกันเงียบๆ แบบนั้น หรือที่ผ่านมาที่คุณทำตัวปากเก่งใส่ผม ทั้งหมดนั่นก็แค่พยายามเอาไว้กลบเกลื่อนความรู้สึกที่ยังมีให้มันอยู่!"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางเงียบสงบลงในทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่ทว่าอุณหภูมิรอบตัวกลับร้อนระอุราวกับมีไฟสุม
เตชินท์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโตที่ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ตรงหน้า ความโกรธแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ปราชญ์กล้าดียังไงมาดูถูกความรู้สึกของเขาแบบนี้? กล้าดียังไงมาคิดว่าเขาเอาผู้ชายคนอื่นมาแทนที่ในขณะที่หัวใจมันรวนเรเพราะตาบ้านี่ไปจนหมดแล้ว!
"หึ..." เตชินท์หัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย็นเยียบไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิง "ถ้าบอสจะคิดไปเองได้ตุตะขนาดนี้ ทำไมไม่ไปสมัครเป็นนักเขียนบทละครน้ำเน่าหลังข่าวเลยล่ะครับ น่าจะรุ่งกว่ามานั่งบริหารบริษัทนะ"
"เตชินท์!"
"ทำไมล่ะครับ? ผมจะไปกินข้าวกับใคร มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของผมไม่ใช่เหรอครับ บอสเป็นแค่นายจ้าง มีสิทธิ์อะไรมาซักไซ้ไล่เลียงเรื่องส่วนตัวของผมขนาดนี้ ลืมคนเก่าไม่ได้งั้นเหรอ? อ่าฮะ... ถ้าผมบอกว่าใช่ล่ะ บอสจะไล่ผมออก หรือจะหักเงินเดือนผมข้อหาทำให้บอสขัดหูขัดตาดูล่ะครับ!"
คำพูดประชดประชันและท่าทีท้าทายนั้นยิ่งราดน้ำมันเข้ากองไฟ ปราชญ์ขบกรามแน่นจนสันนูน มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางของเลชาหนุ่มไว้ทันที แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมแน่นจนสะบัดไม่หลุด ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
"อยากลองดีกับผมมากใช่ไหม เตชินท์..." ปราชญ์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยความอัดอั้นตันใจ "ปากบอกว่าสิทธิส่วนบุคคล... แต่หัวใจคุณ ตอนนี้มันเต้นแรงเพราะใคร... กล้าพูดต่อหน้าผมไหมล่ะว่าคุณไม่ได้แคร์อะไรผมเลย!"
เตชินท์สะท้านเฮือก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวของปราชญ์กำลังทำให้เขาสติหลุดรอดไปทุกที ดวงตาคมกริบที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความหึงหวงและความเจ็บปวดลึกๆ ซึ่งมันฟ้องชัดเจนว่าผู้ชายคนนี้พ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเองราบคาบแล้ว
มือบางที่ถูกพันธนาการไว้ค่อยๆคลายกำปั้นลง ความตั้งใจที่จะต่อปากต่อคำเริ่มพังทลายลงทีละน้อยเมื่อปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายไล้เบาๆ ที่ข้อมือ
"บอส..." เตชินท์พึมพำเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวในแววตา "ปล่อยผมก่อน... แล้วผมจะเล่าความจริงให้ฟัง"
"ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น จนกว่าคุณจะเคลียร์เรื่องไอ้สารเลวนั่นให้มันเคลียร์!" ปราชญ์ยังคงดื้อดึง ดวงตาแดงก่ำเล็กน้อยด้วยความหึงหวงแบบเด็กๆ ที่ไม่ยอมฟังเหตุผล
"คนบ้าเอ๊ย..." เตชินท์หลุดคำด่าออกมาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "นั่นมันพี่ชายลูกพี่ลูกน้องผมต่างหากเล่า! เขาเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศแล้วแวะเอาของฝากมาให้ พร้อมกับเลี้ยงฉลองวันเกิดย้อนหลังให้ผม แค่นี้ก็หึงจนหน้ามืดตามัวไปหมดเลยหรือไงครับ นายท่านจอมเฮี้ยบ!"
ปราชญ์ชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อไปในทันที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอึมครึมและความเงียบงันที่น่ากระอักกระอ่วน
พี่... พี่ชายลูกพี่ลูกน้องงั้นเหรอ?
ไม่ใช่คนคุยเก่า... ไม่ใช่ถ่านไฟเก่าที่ยังคุกรุ่น... แต่เป็นญาติสนิทเนี่ยนะ!
มุมปากของเตชินท์กระตุกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นรอยยิ้มเหนือกว่าที่แฝงไปด้วยความแสบสันต์ ร่างบางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากเกือบจะชนกัน
"ทีนี้... จะยอมปล่อยข้อมือผมได้หรือยังครับ บอสปราชญ์คนขี้หึง?" เตชินท์เอ่ยกระซิบเสียงหวานหยดย้อย เย้าแหย่คนหน้าแตกที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
ปราชญ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกผิดผสมปนเปกับความโล่งใจตีรวนขึ้นมาจนพูดไม่ออก มือที่กุมข้อมือบางไว้ค่อยๆ คลายออกช้าๆ อย่างเสียฟอร์ม แต่ทว่ายังไม่ทันที่ CEO หนุ่มจะได้หาข้อแก้ตัวใดๆ เพื่อกู้หน้าตัวเอง
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต
"พี่ยักษ์คะ รินเอาเอกสารสรุปยอดขายไตรมาสนี้มาให้... อุ๊ย!"
เสียงหวานใสของรินรดาดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสทำงานเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองภาพอันแสนล่อแหลมของเจ้านายหนุ่มและเลขาส่วนตัวที่ยืนประชิดติดกันชนิดแทบจะรวมร่างอยู่ในระยะเผาขน รอยยิ้มที่ตั้งใจเอามาอวดโฉมชะงักค้าง แววตาฉายชัดถึงความไม่พอใจและความริษยาที่ปิดไม่มิด
เตชินท์หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตานิ่งสงบ ผิดกับปราชญ์ที่ขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 19
ความหึงที่ระเบิดออก
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!