เสียงกุญแจรถยนต์กระทบกับคอนโซลหน้าดัง *กริ๊ก* กลบความเงียบงันภายในห้องโดยสารของรถ SUV คันหรูที่จอดสนิทอยู่หน้าโรงแรมรีสอร์ตสไตล์โมเดิร์นกลางหุบเขา ปราชญ์ละสายตาจากแท็บเล็ตในมือ หันมามองคนนั่งข้างที่เอาแต่กอดอกมองวิวทิวทัศน์นอกกระจกตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ จนถึงจุดหมายปลายทาง
"คุณจะนั่งทำหน้าบึ้งเป็นตูดเป็ดไปถึงไหนครับ เลขาเตชินท์" ปราชญ์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่ตามนิสัยปากร้ายที่มักใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกเบื้องลึก
เตชินท์หันขวับมามองค้อนทันที ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องสมกับฉายานักสู้ประจำออฟฟิศ "ผมไม่ได้ทำหน้าบึ้งครับท่านประธาน แค่กำลังใช้ความคิด... ว่าทำไมทริปตรวจไซต์งานต่างจังหวัดกะทันหันรอบนี้ ถึงต้องเป็นผมที่ต้องมาติดแหง็กอยู่กับคุณสองต่อสอง ทั้งที่ความจริงส่งหัวหน้าฝ่ายบัญชีมาก็ได้"
"ก็เพราะผมต้องการความมืออาชีพไงครับ" ปราชญ์ตอบหน้าตาย ขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเบาะคนขับกับเบาะผู้โดยสารเริ่มลดลง "หรือคุณกลัวว่า... มากับผมสองคนแล้วคุณจะห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยกับเจ้านายรูปหล่อคนนี้ไม่ได้กันแน่"
"หลงตัวเองที่สุด!" เตชินท์สวนกลับทันควัน ใบหน้าขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศในรถหรือเพราะคำพูดหยอกเย้าที่จงใจรุกฆาตของคนตรงหน้ากันแน่ "ระดับผม ต่อให้คุณแปลงร่างเป็นเทพบุตรสุดหล่อมาจากไหน ผมก็มองคุณเป็นแค่... โอ๊ย! คุณจะขยับเข้ามาทำไมเนี่ย!"
เพราะปราชญ์จงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากเกือบจะชนกัน เตชินท์จึงต้องรีบดันไหล่กว้างนั้นออกอย่างลิบลับ หัวใจในอกเต้นรัวระรัวราวกับตีกลองศึก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความอบอุ่นเฉพาะตัวของ CEO หนุ่ม ทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมด
"ตัวเล็กแค่นี้ ทำไมปากดีจังครับ" ปราชญ์กระซิบเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมกริบทอดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกด ซ่อนไว้ มือหนายื่นออกไปราวกับจะคว้าจับอะไรบางอย่าง แต่แล้วเสียงเคาะกระจกรถด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อกๆๆ*
ทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน ปราชญ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ขณะที่เตชินท์รีบหันไปมองนอกหน้าต่างเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยยืนยันยิ้มแป้นอยู่หลังกระจก
รินรดา... อดีตคนคุยเก่าของปราชญ์ที่หายหน้าหายตาไปนาน กำลังโบกมือทักทายพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบโตในมือ
เตชินท์หันขวับกลับมามองเจ้านายหนุ่มทันที แววตาเต็มไปด้วยคำถามและความไม่พอใจที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "นี่มันหมายความว่ายังไงครับคุณปราชญ์? ไหนบอกว่ามาทำงานกันสองคนไงทำไมคุณรินรดาถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"
ปราชญ์เองก็มีสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน ดวงตาคมเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา "ผมไม่ได้บอกให้เธอมา... ผมสาบานได้ว่าผมไม่รู้เรื่องนี้"
"ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยครับ!" เตชินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ความรู้สึกหน่วงแปลกๆ ตีรวนขึ้นมาในอกอย่างรวดเร็ว "ถ้าคุณเคลียร์ตัวเองไม่เรียบร้อย ก็เชิญไปต้อนรับแฟนเก่าของคุณตามสบายเถอะครับ ส่วนผม... จะขอตัวไปพักผ่อนก่อน!"
พูดจบ เตชินท์ก็เอื้อมมือไปปลดล็อกประตูรถผลักเปิดออกแล้วก้าวลงไปทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกของปราชญ์ที่ดังไล่หลังมาแม้แต่น้อย
ปราชญ์สบถเบาๆ อย่างหัวเสีย รีบเปิดประตูฝั่งคนขับลงตามไป แต่ทว่า... เมื่อเขาก้าวพ้นตัวรถ รินรดาก็เดินเข้ามาขวางหน้าพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ชวนให้หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
"บังเอิญจังเลยค่ะคุณปราชญ์ รินรู้มาว่าคุณมาตรวจงานที่นี่ รินก็เลยตามมาเซอร์ไพรส์ หวังว่าจะไม่รบกวนเวลางานนะคะ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมทำท่าจะเอื้อมมือมาแตะแขนเขา
ปราชญ์ถอยหลังหลบสเต็ปหนึ่ง สีหน้าเรียบตึงไร้เยื่อใยอย่างสิ้นเชิง "คุณรินรดามาที่นี่ได้ยังไง และใครเป็นคนบอกกำหนดการเดินทางของผม?"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด ปราชญ์ส่งสายตาดุดันไปยังหญิงสาวตรงหน้า ขณะที่หางตาก็เหลือบไปเห็นเตชินท์กำลังเดินดุ่มๆ เข้าไปในล็อบบี้โรงแรมโดยไม่หันกลับมามองเลยสักนิด
ทว่า... ในวินาทีที่ปราชญ์กำลังจะสะบัดตัวเดินหนีเพื่อตามเลขาคนเก่งไป รินรดากลับเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ดังพอดี
"รินไม่ได้ตั้งใจตามมาหรอกค่ะคุณปราชญ์... แต่พอดีมีคนส่งตั๋วเครื่องบินและรายละเอียดทริปนี้มาให้ริน พร้อมบอกว่าคุณปราชญ์เหงาและอยากให้รินมาเซอร์ไพรส์ต่างหากล่ะคะ"
ฝีเท้าของเตชินท์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ประตูโรงแรมชะงักกึกทันที ร่างบางยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ปราชญ์หน้าถอดสีทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นแผ่นหลังบางของเตชินท์หยุดนิ่ง เขารู้ทันทีว่านี่คือแผนการสกปรกของใครบางคน และมันกำลังพังทลายความไว้วางใจที่เขากว่าจะสร้างขึ้นมาได้จนหมดสิ้น
"เตชินท์! ฟังผมก่อน!" ปราชญ์ตะโกนเรียกสุดเสียง พร้อมกับก้าวพรวดผ่านรินรดาพุ่งตรงไปยังร่างบางที่ยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าประตู
เตชินท์ค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ... ใบหน้าหวานฉายแววว่างเปล่าไร้ความรู้สึก แต่ดวงตากลับแดงก่ำ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าใจหาย
"ไม่ต้องอธิบายหรอกครับท่านประธาน..." เตชินท์เอ่ยเสียงเบาราวกับกระซิบ แต่กลับชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง "เพราะตอนนี้... ผมตาสว่างหมดแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 16
ทริปกระชับความสัมพันธ์
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!