แฟ้มเอกสารในมือเตชินท์แทบจะร่วงหล่นลงพื้น เมื่อประตูห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท และร่างสูงโปรดปรานของรินรดาในชุดเดรสสีแดงเพลิงก็ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะที่ฉาบไว้บนใบหน้าอย่างไม่มิดชิด
"พี่ยังเคลียร์งานไม่เสร็จ รินบอกแล้วไงครับว่าอย่าเพิ่งเข้ามาตอนนี้" เสียงทุ้มต่ำของปราชญ์เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ดวงตาคมกริบตวัดมองอดีตคนคุยเก่าด้วยความระอา
"ก็รินคิดถึงพี่ปราชญ์นี่คะ... อีกอย่าง งานแค่นี้ ให้เลขาสุดแซ่บของพี่จัดการแทนก็ได้มั้งคะ" รินรดาจงใจลากเสียงยาว ปรายตามองเตชินท์หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะแสร้งทำเป็นก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานแล้วเซถลาอย่างจงใจ
เตชินท์กลอกตาเป็นเลขแปดในใจ มุกตื้นเขินแบบนี้ยังกล้าเอามาใช้อีกหรือ คิดว่านี่คืองานละครหลังข่าวช่องไหนกัน
"อุay!" รินรดาแกล้งอุทานเสียงหลง ร่างระหงกำลังจะทิ้งตัวลงซบอ้อมอกของปราชญ์ แต่มือเรียวของเตชินท์ไวเท่าความคิด เขาขยับตัวเข้าไปขวางพร้อมกับยื่นมือไปหมายจะคว้าแขนหล่อนไว้เพื่อไม่ให้ล้มพับลงไปกองกับพื้น
ทว่า... ความซวยดันมาเยือนในวินาทีวิกฤต เมื่อส้นสูงแปดนิ้วของรินรดาเหยียบเข้ากับมุมพรมพอดี แรงเหวี่ยงกะทันหันทำให้ร่างของรินรดาไม่ล้มลงไป แต่กลับกระแทกใส่เตชินท์เต็มแรง จนร่างโปร่งของเลขาหนุ่มเสียหลักหงายหลังล้มลงจากเก้าอี้ทำงาน
"เฮ้ย!" เตชินท์หลุดอุทานด้วยความตกใจ หลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดจากการกระแทกพื้นห้องทำงานที่ปูด้วยหินอ่อน
หมับ!
ทว่าความเจ็บปวดนั้นกลับไม่เกิดขึ้น แขนแกร่งของใครบางคนเอื้อมเข้ามารัดเอวบางของเขาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงดึงมหาศาลกระชากเขากลับเข้ามาในอ้อมอกกว้างอย่างแรง ปราชญ์ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้น โดยมีร่างของเตชินท์ทับอยู่บนตักแกร่งของเขาพอดี
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของซีอีโอหนุ่มลอยเข้าเตะจมูกจนเตชินท์สมองขาวโพลน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของปราชญ์อยู่ห่างจากปลายจมูกของเขาแค่คืบเดียวเท่านั้น
"อะ... ปล่อยผมครับท่านประธาน" เตชินท์ละล่ำละลักเอ่ย เสียงสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ ใบหน้าขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างกายแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกเมื่อสัมผัสได้ถึงไอGรอมอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ยังคงโอบกระชับรอบเอวสอบของเขาแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วเขาจะสลายหายไป
ปราชญ์ไม่ยอมตอบ เขาเงียบกริบ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของเลขาหนุ่มอย่างพินิจพิเคราะห์ สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความรำคาญหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดุดัน หวงแหน และ... ความคลั่งรักที่พรั่งพรูออกมาจนแทบปิดไม่มิด
"ถ้าตาไม่บอด ก็ควรเห็นนะว่าเขารับหน้าแทนคุณอยู่" ปราชญ์หันไปตวัดสายตาดุใส่รินรดา น้ำเสียงเยือกเย็นจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "แล้วก็... ช่วยกรุณาออกไปจากห้องของผมด้วย ก่อนที่ผมจะสั่งให้ รปภ. เชิญคุณออกไปจริงๆ"
รินรดาหน้าเสียจนซีดเผือก เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ กัดฟันกรอดก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นสูงออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย แรงกระแทกของประตูที่ปิดลงทำให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงัดอีกครั้ง
แต่ความเงียบนั้น... กลับน่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
เตชินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้พวกเขาทั้งคู่ยังอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลมเกินบรรยาย เขานั่งคร่อมอยู่บนตักของเจ้านายหนุ่ม มือข้างหนึ่งยันแผงอกกว้างเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างของปราชญ์... ก็ยังคงวางนิ่งอยู่บนเอวของเขาไม่ยอมขยับไปไหน
"เอ่อ... ปล่อยผมได้แล้วมั้งครับ คุณปราชญ์" เตชินท์กระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่ตีรวนขึ้นมาในอก พยายามขยับตัวถอยหนี แต่ทว่าอ้อมแขนที่โอบรอบเอวไว้นั้นกลับรัดแน่นขึ้น ราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันหลุด
"รีบไปไหนล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนเตชินท์ขนลุกซู่ ปราชญ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแตะเข้ากับแก้ว nuan ของเขา "เมื่อกี้เกือบหัวฟาดพื้นตายอยู่แล้ว ยังจะมีปากมีเสียงอีกนะ... ดื้อด้านจริง"
"ผมไม่ได้ดื้อสักหน่อย ผมแค่ช่วยแก้ปัญหาให้คุณต่างหากเล่า!" เตชินท์เถียงคอเป็นเอ็น ถึงแม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ปากก็ยังไม่วายต้องขอเอาชนะ "ถ้าผมไม่ขวางยัยนั่น คุณก็คงโดนปล้ำไปแล้วมั้งครับ"
ปราชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่ผสมผสานกับความเจ้าเล่ห์อย่างลงตัว นิ้วเรียวยาวข้างที่ว่าง เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเลขาหนุ่มแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้เตชินท์ชะงักงัน ลืมคำพูดที่จะเถียงกลับไปเสียสนิท
"หึงเหรอครับ?" คำถามสั้นๆ แต่ทำเอาเตชินท์สะดุ้งเฮือก
"ฮ... หึงบ้าบออะไรล่ะครับ! ใครจะไปหึงคุณ! ประสาท!" เตชินท์ปฏิเสธเสียงสูง หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ อาการลุกลี้ลุกลนแบบนั้นยิ่งฟ้องชัดเจนว่าสิ่งที่ปราชญ์พูดมันตรงเผง
ปราชญ์ยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์และมีเสน่ห์ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เตชินท์เคยเห็นมาในชีวิต ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเขา ราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
"ปากแข็งจังนะ... ทั้งๆ ที่หน้าแดงซะขนาดนี้" ปราชญ์กระซิบแผ่วเบา ใบหน้าเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะชิดติดกัน "ถ้าไม่อยากให้ผมคิดไปไกลกว่านี้... ก็เลิกทำตัวน่ารักให้ผมต้องหวงสักทีสิครับ... เตชินท์"
เตชินท์เบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพกลายๆ และการรุกฆาตที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก แรงดึงดูดระหว่างพวกเขากำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ปลายจมูกเกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ตามด้วยเสียงเปิดเข้ามาพรวดพราดของบุคคลที่สามที่ทำให้โลกทั้งใบของเตชินท์หยุดชะงัก
"ท่านประธานคะ เอกสารกองนี้ที่ให้ตรวจ... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ!"
เตชินท์สะดุ้งสุดตัว ผลักอกปราชญ์เต็มแรงแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนพรวดเดียวจนเกือบเซถลไคว้าขอบโต๊ะไว้แทบไม่ทัน ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน ขณะที่ปราชญ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ปรับสีหน้ากลับมาเรียบตึงราวกับน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที
แต่ทว่า... ก่อนที่เตชินท์จะทันได้ตั้งสติและหันไปจัดการกับเอกสารบนโต๊ะ สายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือของปราชญ์ที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะ มันสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิด...
และชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้น... ทำให้ลมหายใจของเตชินท์สะดุดกึกในทันที!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมเต็มความฟินด้วยกันนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 7
เผลอใจไปนิดเดียว
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!