แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลความหนากว่าสามนิ้วถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังปึง สะเก็ดอารมณ์ความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของประธานบริหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ ปราชญ์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ นัยน์ตาสีเข้มคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองเลขาคนใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงสัปดาห์ด้วยสายตานิ่งสนิท แต่กลับเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะซัดสาดใส่ได้ทุกเมื่อ
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเยือกเย็นจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ
เตชินท์ยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อตั้งสติกับสถานการณ์ตรงหน้า ดวงตากลมโตไหวระริกชั่วเสี้ยววินาที่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉย ทว่าแฝงความดื้อรั้นไว้เต็มเปี่ยม ชายหนุ่มสบตากับคนเป็นเจ้านายตรงๆ ไม่มีหลบ
"ผมเป็นเลขานุการส่วนตัวของคุณนะครับท่านประธาน... ถ้าห้องทำงานของเจ้านายคือเขตหวงห้าม แล้วผมจะเข้ามารายงานตารางงานบ่ายนี้ได้ยังไง หรือว่าคุณปราชญ์มีธุระลับลมคมในอะไรที่ไม่อยากให้ผมเห็นกันแน่ครับ" เตชินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความกวนประสาทไว้ในทุกพยางค์
ปราชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย ชายหนุ่มผละออกจากโต๊ะแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างเพรียวของเลขาหนุ่มทีละก้าวอย่างกดดัน จนเตชินท์ต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางเอกสารด้านหลังโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นกาแฟเอสเพรสโซ่เข้มข้นลอยเข้าจมูกจนคนตัวเล็กกว่าต้องชะงัก
"ปากเก่งดีนี่... หวังว่าเวลาทำงานจะเก่งได้สักครึ่งของปากเถอะนะ" ปราชญ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดอยู่ใกล้แค่คืบ "ในเมื่อเธอมั่นใจในความสามารถนัก ฉันก็ไม่อยากขัดศรัทธา... แฟ้มเอกสารนั่นสรุปงบประมาณโครงการรีสอร์ทภาคใต้ทั้งหมด แยกหมวดหมู่ วิเคราะห์ความเสี่ยง และทำพรีเซนต์ให้เสร็จภายในห้าโมงเย็นวันนี้"
เตชินท์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่สามารถเก็บอาการตกใจไว้ได้ทัน เอกสารหนาเตอะขนาดนั้นแถมต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงและทำสไลด์พรีเซนต์ภายในเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมง นี่มันงานของทีมวิเคราะห์ทั้งทีมชัดๆ ไม่ใช่สิ่งที่คนคนเดียวจะทำเสร็จได้ทันเวลา!
"นี่มันงานของแผนกการเงินและการตลาดรวมกันนะคะ... อ้ะ! หมายถึง ของแผนกนั้นต่างหากครับ!" เตชินท์เกือบหลุดคำพูดเคยชินออกมาเมื่อเจอความกดดันเข้าจังๆ แต่ก็ยังแก้เกมกลับได้อย่างรวดเร็ว "คุณกำลังแกล้งผมเหรอครับท่านประธาน"
"เรียกให้ถูกด้วย... ฉันไม่ได้แกล้ง ฉันแค่กำลังทดสอบศักยภาพของเลขาที่เงินเดือนสูงลิ่วต่างหาก" ปราชญ์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า นัยน์ตาดุฉายแววเจ้าเล่ห์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา "ถ้าทำไม่ได้ตามกำหนด... ก็เตรียมตัวเขียนใบลาออกได้เลย"
พูดจบ ปราชญ์ก็ผละตัวออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เตชินท์ยืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ ดวงตาคู่สวยมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินกลับไปนั่งยังเก้าอี้ทำงานด้วยท่าทางสบายอกสบายใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
*ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้ปากปีจอและใจร้ายเป็นบ้า!*
เตชินท์สบถในใจอย่างหัวเสีย แต่กระนั้น ขาทั้งสองข้างก็รีบก้าวเข้าไปคว้าแฟ้มเจ้าปัญหาขึ้นมาถือไว้ทันที ความท้าทายถูกจุดประกายขึ้นในอก ต่อให้ต้องอดหลับอดนอนจนขอบตาดำเป็นแพนด้า เตชินท์คนนี้ก็ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ CEO จอมเผด็จการคนนี้เด็ดขาด!
เวลาล่วงเลยผ่านไปนับชั่วโมง เสียงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ดังรัวเร็วติดต่อกันไม่หยุดหย่อน เตชินท์จมอยู่กับกองเอกสารและตัวเลขมหาศาล หน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดหน้าต่าง Excel และ PowerPoint สลับกันไปมาจนตาลาย เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าสวย
ในขณะที่เจ้าตัวกำลังเร่งมืออย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อนุญาต
ร่างผอมเพรียวในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปแบรนด์หรูเดินน่องสะพรั่งเข้ามา ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงปรากฏรอยยิ้มมั่นใจ รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของเลขาหนุ่ม
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กใหม่ที่ท่านประธานรับเข้ามานี่เอง" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน จงใจเน้นคำว่าเด็กใหม่ให้ฟังดูด้อยค่า "ดูท่าทางจะยุ่งน่าดูนะยะ ทำงานไม่เจียมสังขาร ระวังตัวปลิวออกจากบริษัทนี้ไม่รู้ตัวล่ะ"
เตชินท์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์พับเก็บความลับทางธุรกิจชั่วพริบตา ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อประเมินผู้มาเยือน อดีตคู่ควงของปราชญ์ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคนนี้สินะที่กล้าบุกมาถึงถิ่น
"ถ้าว่างมากจนไม่มีอะไรทำ เอาเวลาไปเดินตรวจสต็อกสินค้าข้างล่างดีกว่านะครับคุณรินรดา หรือถ้ากลัวเล็บสวยๆ จะหัก จะนั่งรอเฉยๆ ให้ผมชงกาแฟให้ก็ได้ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ค่อยต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญสักเท่าไหร่" เตชินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทำเอาฝ่ายหญิงหน้าเสียไปชั่วขณะ
"นี่เธอ! กล้าดี
ยังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!" รินรดาปรี่เข้าไปใกล้โต๊ะทำงานด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเรียวปัดแก้วกาแฟบนโต๊ะจนล้มคว่ำ กาแฟสีดำเข้มไหลนองเปรอะเปื้อนเอกสารสำคัญบางส่วนที่เตชินท์เพิ่งทำเสร็จ
เตชินท์ผุดลุกขึ้นยืนทันที ความอดทนที่มีขีดจำกัดกำลังจะหมดลง นัยน์ตาส่อแวววาวโรจน์
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ประตูห้องทำงานด้านในก็เปิดผางออกอีกครั้ง ปราชญ์ก้าวออกมาด้วยใบหน้าถมึงทึง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่กระจายไปทั่วห้องเมื่อเห็นสภาพความวุ่นวายตรงหน้า สายตาดุคมกริบกวาดมองรินรดาด้วยความรังเกียจ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่เตชินท์ที่เนื้อตัวเปื้อนคราบกาแฟเล็กน้อย
"รินรดา... ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาทำความสกปรกในห้องนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบ นิ่ง แต่กดดันจนรินรดาสะดุ้งโหย่ง
"ปราชญ์คะ... คือว่าเด็กนี่มันพูดจาไม่ให้เกียรติรินก่อน..." รินรดาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นออดออเซาะทันที พร้อมทำท่าจะเข้าไปเกาะแขนชายหนุ่ม
"ออกไปซะ..." ปราชญ์ปัดมือหลบอย่างไม่ใยดี นัยน์ตาดำสนิทวาวโรจน์ด้วยโทสะที่ถูกจุดติด "แล้วอย่าเหยียบเข้ามาที่นี่อีก ถ้าไม่อยากให้บริษัทตระกูลเธอพังคามือฉัน"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องไปอย่างเสียหน้า ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
ปราชญ์หันกลับมามองเลขาหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธปนความเหนื่อยล้า เสื้อเชิ้ตสีขาวมีรอยเปื้อนคราบกาแฟเป็นวงกว้าง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทิฐิ ความเหนื่อย และความไม่ยอมแพ้
ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างไร้เสียง หัวใจที่เคยด้านชาชากลับเต้นระรัวอย่างแปลกประหลาดเมื่อเห็นร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยบนใบหน้าหวานนั้น มือหนายื่นออกไปราวกับจะแตะต้อง แต่ก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ
"ทำงานไม่ระวัง... สมควรโดนแล้ว" ปราชญ์เอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาดุเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา
เตชินท์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความน้อยใจ ผิดหวัง และเหนื่อยล้า ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงกว่าอย่างไร้ความเกรงกลัวอีกต่อไป
"ใช่สครับ... ผมมันก็แค่เลขาหน้าโง่ที่ท่านประธานเกลียดขี้หน้า จะโดนแกล้งโดนกลั่นแกล้งยังไงก็คงไม่แปลก... พอใจคุณหรือยังล่ะครับ?" เตชินท์พูดประชดประชันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
ปราชญ์นิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำตัดพ้อนั้น มือหนาที่ค้างอยู่ตัดสินใจคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเตชินท์ทันที ออกแรงดึงร่างเพรียวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้ตั้งตัว
"ใครบอกว่าฉันเกลียดเธอ..." เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ตรงพวงแก้มแดงระเรื่อ "ถ้าเกลียด... ฉันคงไม่สั่งงานหนักเพื่อให้เธออยู่ใกล้สายตาตลอดเวลาแบบนี้หรอก... เตชินท์"
เตชินท์เบิกตากว้าง หัวใจกระโดดไปอยู่ที่ตาตุ่ม สมองประมวลผลคำพูดกำกวมและสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่เปิดประตูเข้ามาหน้าตาตื่นโดยไม่รอฟังเสียงตอบรับ
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางบอร์ดบริหาร..."
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมานะครับ!
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 2
เจ้านายปากปีจอ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!