เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 9

ความใจดีที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณคิดว่ากาแฟแก้วนี้จะช่วยให้ผมลืมเรื่องเอกสารงบประมาณที่ผิดพลาดเมื่อวานได้ คุณประเมินผมต่ำไปนะครับ คุณปราชญ์" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของเตชินท์ดังขึ้นทันทีที่ร่างโปร่งก้าวพ้นขอบประตูห้องทำงานเลขาฯ มือขวาของ CEO หนุ่ม ปลายเรียวลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ เมื่อสายตาคมกริบกวาดไปเจอวัตถุแปลกปลอมบนโต๊ะทำงาน—แก้วกาแฟลาเต้เย็นอุณหภูมิหวานน้อยจากร้านโปรดที่เขาชอบสั่งเป็นประจำ พร้อมด้วยแซนด์วิชแฮมชีสอุ่นร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่น และที่น่าหมั่นไส้ที่สุดคือ "โพสต์อิท" สีเหลืองนีออนแปะหราอยู่บนฝาแก้ว *‘กินข้าวซะ อย่าทำตัวเป็นภาระโรงพยาบาล’* ลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังแบบนั้นเป็นของใครไปไม่ได้ นอกจากเจ้านายจอมเฮี้ยบที่ชอบทำตัวเป็นเผด็จการแต่แอบใจดีลับหลังอย่างปราชญ์ เตชินท์แค่นหัวเราะในลำคอ เรียวิ้วขมวดเข้าหากันอย่างนึกหมั่นไส้ระคนเอ็นดู ปราชญ์ก็เป็นเสียแบบนี้... ปากร้าย ใจดำ ทำเป็นดุเหมือนเสือโคร่ง แต่สุดท้ายก็แอบเอาอกเอาใจเขาจนกลายเป็นประเด็นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่เรื่อย ทั้งที่เมื่อวานตอนเย็น ทั้งคู่เพิ่งจะปะทะคารมกันเดือดดาลเรื่องเอกสารโครงการร่วมทุนจนแทบจะกินหัวกันไปข้าง แกร๊ก! เสียงเปิดประตูห้องทำงานใหญ่ที่เชื่อมต่อกันดังขึ้นเบาๆ ร่างสูงสง่าของปราชญ์ก้าวออกมาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ท่าทางเย่อหยิ่งและใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลกถูกสวมทับไว้เช่นเคย แต่หากสังเกตให้ดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับเหลือบมองมาทางโต๊ะทำงานของเลขาฯ ส่วนตัวอย่างมีความคาดหวังบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ "ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้น หรือว่ากาแฟมันไม่อร่อยจนต้องยืนทบทวนชีวิต" ปราชญ์เปิดฉากเหน็บแนมตามความคุ้นชิน ร่างสูงกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกวาดสำรวจเตชินท์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสำรวจแกมจับผิด "ผมไม่ได้ซื้อให้คุณเพราะความพิศวาสหรอกนะ แต่ถ้าคุณเป็นลมล้มพับคาโต๊ะทำงานในเวลาทำงานขึ้นมา คนที่ซวยและต้องแบกรับงานทั้งหมดก็คือผมต่างหาก" "อ๋อเหรอครับ..." เตชินท์ลากIเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้านายหนุ่ม มือเรียวยกแก้วกาแฟขึ้นระดับสายตา พลางหรี่ตามองตัวหนังสือบนโพสต์อิท "นึกว่ากลัวเลขาฯ ฝีมือดีคนนี้จะตรอมใจตายเพราะโดนคุณด่ากราดซะอีก สรุปคือกลัวงานตัวเองไม่เดินสินะครับถึงได้ลงทุนเดินไปซื้อของโปรดให้ผมถึงตึกฝั่งโน้น" "ปากดี" ปราชญ์กัดกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นเล็กน้อยตามฟอร์มคนฟอร์มจัด กลบเกลื่อนร่องรอยความจำนนด้วยการสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ "ถ้ามีเวลามาต่อปากต่อคำกับผมนัก เอาเวลาไปตรวจงบดุลไตรมาสสามให้มันเรียบร้อยดีกว่าไหมครับ คุณเตชินท์" "เรียบร้อยตั้งแต่ตีสองแล้วครับคุณปราชญ์" เตชินท์สวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสบตาคมกริบอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์โปรดปะปนกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยวนอยู่ในอากาศ สร้างบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกโดยที่ไม่มีใครยอมถอยให้ใคร เตชินท์ลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยใส่เขาเสมอ แต่ทว่า... ปลายหูข้างขวาของผู้ชายปากแข็งคนนี้กลับขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ความลับข้อนี้คืออาวุธลับที่เตชินท์ค้นพบโดยบังเอิญ—เวลาที่ปราชญ์เขินหรือทำตัวไม่ถูก ปลายหูของเขาจะทรยศความนิ่งขรึมทุกครั้ง ดวงตาคมของปราชญ์ไหววับชั่วพริบตาเมื่อถูกจ้องมองแบบนั้น ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนร่างเกือบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ของคนตัวเล็กกว่า เสียงทุ้มต่ำรlotกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลงจนน่าใจหาย "รู้ไหม... การทำตัวรู้ทันผมมันไม่ได้ทำให้คุณดูเท่ขึ้นเลยนะเตชินท์" "ผมก็ไม่ได้อยากเท่ในสายตาคุณสักหน่อยนี่ครับ" เตชินท์ตอบเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว หัวใจในอกเต้นรัวโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เคมีระหว่างพวกเขามันอันตรายเกินไป อันตรายเสียจนถ้าเผลอใจปล่อยตัวปล่อยใจไปแม้แต่นิดเดียว กำแพงที่ตั้งใจสร้างไว้คงพังทลายไม่เป็นท่า บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ สายตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งนาน ราวกับมีแรงโน้มถ่วงบางอย่างดึงดูดให้ริมฝีปากขยับเข้าหากันทีละน้อย ปราชญ์ชะืองมือหนาขึ้นหมายจะเอื้อมไปแตะปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเลขาฯ ตัวแสบอย่างเผลอไผล ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนพายุอารมณ์อย่างไม่รู้กาลเทศะ ทั้งสองคนสะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน ปราชญ์ถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ส่วนเตชินท์รีบหันไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาถือแก้เก้อ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเฉิดฉาย เส้นผมลอนยาวสลวยและกลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที "สวัสดีค่ะคุณปราชญ์ รินไม่ได้แวะมาหาซะนานเลย คิดถึงจังค่ะ" รินรดา—อดีตคนคุยเก่าที่เคยมีข่าวพัวพันกับปราชญ์เมื่อหลายเดือนก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ดวงตากลมโตส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ CEO หนุ่ม ก่อนจะเหลือบหันมามองเตชินท์ด้วยหางตาราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ปราชญ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับติดติดติด ติดลบ สีหน้าเย็นชาจนน่ากลัว "คุณเข้ามาได้ยังไงรินรดา ใครอนุญาตให้ขึ้นมา?" เตชินท์ลอบมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ความหวานละมุนจากแซนด์วิชและกาแฟเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรสชาติขื่นๆ ในลำคอ ร่างโปร่งจึงก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แล้วโค้งตัวเล็กน้อยตามมารยาท "ถ้าคุณปราชญ์มีแขก ผมขอตัวไปตรวจเอกสารข้างนอกก่อนนะครับ" เตชินท์พูดเสียงเรียบ เอี้ยวตัวจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง "เดี๋ยวก่อน เตชินท์!" ปราชญ์เอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบหันขวับมามองเลขาฯ ของตนทันทีด้วยความร้อนรนราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด พร้อมกับก้าวเท้าตามไปหมายจะคว้าแขนรั้งไว้ ทว่า รินรดากลับรีบเดินเข้ามาแทรกกลางแล้วคว้าแขนแกร่งของปราชญ์ไว้เสียก่อน พร้อมกับส่งยิ้มระรื่นให้เตชินท์แบบเหนือกว่า "ไม่ต้องรีบร่างหรอกค่ะคุณเลขาฯ พอดีรินมีเรื่อง 'สำคัญมาก' ที่คุณปราชญ์ต้องคุยกับรินเป็นส่วนตัว... เรื่องที่เราสองคนตกลงกันไว้เมื่อคืนไงคะ" เตชินท์ชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงกับคำว่า "เรื่องที่เราสองคนตกลงกันไว้เมื่อคืน" ก่อนที่มุมปากบางจะยกยิ้มหยันให้กับตัวเองเบาๆ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์พูดคุยกันเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%