"เสียงในไฟล์นั้น... คุณจะอธิบายมันว่ายังไงครับคุณเตชินท์"
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนเกือบเป็นกระซิบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสีนวลจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานสาดกระทบใบหน้าคมคายของปราชญ์ให้ดูเคร่งขรึมและเย็นชาจนน่ากลัว ในมือหนากำสมาร์ทโฟนเครื่องเล็กที่เพิ่งเปิดเล่นเสียงบันทึกการสนทนามקรกรรมฉาวโฉ่ ซึ่งประโยคสนทนาเมื่อครู่เพิ่งจะวนซ้ำรอยเดิมจบลงไป เสียงทุ้มแหบพร่าในคลิปนั้น... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัดเจนว่าเป็นเสียงของเลขานุการส่วนตัวผู้แสนพยศคนนี้
เตชินท์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงาน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปไม่ได้สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่คนผิดควรจะเป็น ทว่าดวงตากลมโตกลับไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดร่องรอยความรู้สึก
ไม่มีคำแก้ตัว ไม่มีเสียงสะอื้น และไม่มีแม้แต่รอยยิ้มหยันที่เคยมี
"ถ้าผมบอกว่านั่นไม่ใช่เสียงผม... ท่านประธานจะเชื่อไหมล่ะครับ" เตชินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างฝืนทน ทั้งที่ในอกข้างซ้ายกำลังเต้นระรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความกลัวที่จะตกเป็นผู้ต้องหา แต่เป็นความกลัวที่จะได้เห็นแววตาผิดหวังจากผู้ชายตรงหน้าต่างหาก
ปราชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง ขายาวก้าวลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ร่างสูงใหญ่เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัว CEO หนุ่มจนอากาศรอบกายแทบจะเบาบางลง
"หึ... ปากเก่งไม่เปลี่ยน" ปราชญ์หยุดยืนห่างจากเตชินท์เพียงแค่คืบ นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเชยคางมนขึ้นบังคับให้คนตัวเล็กกว่าต้องเงยหน้าสบตา "หลักฐานคาหูขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามาถามว่าฉันจะเชื่อไหมอีกเหรอครับ คุณเตชินท์... คนที่เราไว้ใจที่สุด กลับเป็นคนที่แทงข้างหลังเราเจ็บที่สุดสินะ"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก แม้ปราชญ์จะพยายามแสดงออกว่าเขาแข็งกร้าวและพร้อมจะพิพากษาความผิด แต่หากสังเกตให้ดี ลึกลงไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและร่องรอยของการรอคอย... รอคอยให้เตชินท์ปฏิเสธมันอย่างหนักแน่น รอคอยให้เลขาส่วนตัวคนนี้หาเหตุผลดีๆ มาล้างมลทินให้ตัวเอง
ปราชญ์ใจอ่อนยวบยาบตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ยินเสียงนั้นแล้ว เขากลัวเหลือเกินว่าเตชินท์จะเข้าไปพัวพันกับขบวนการทุจริตที่กำลังจะล้มล้างบริษัท กลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาของความห่วงใยที่เขาเผลอมอบให้อย่างหมดหัวใจ
"ถ้าท่านประธานคิดว่าผมเป็นคนทำ... จะไล่ออกจากบริษัท หรือจะส่งตัวให้ตำรวจเลยก็ได้นะครับ ผมไม่แก้ตัวหรอก" เตชินท์เบือนหน้าหนีสัมผัสที่คาง แววตาฉายความดื้อรั้นขึ้นมากลบเกลื่อนความไหวหวั่น "ในเมื่อคุณเลือกที่จะเชื่อเสียงในคลิปมากกว่าความ ราบรื่นตลอดเวลาที่เราทำงานร่วมกันมา... ก็ตามใจคุณเถอะครับ"
คำพูดประชดประชันนั้นทำเอาปราชญ์คิ้วกระตุก มือหนาที่เคยจับคางเปลี่ยนเป็นรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนร่างของเตชินท์เซปะทะเข้ากับแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับไออุ่นร้อนผ่าวทำให้หัวใจที่กำลังพองโตด้วยความโกรธต้องสะดุดกึก
"ปล่อยนะครับ! ทำบ้าอะไรเนี่ย!" เตชินท์ตื่นตระหนก มือเล็กระดมทุบลงบนอกนั่นเพื่อดันตัวเองให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงแค่นี้จะระคายเคืองคนตัวโต ปราชญ์กลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน
"ยังหรอก... ผมยังไม่ปล่อยคุณจนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง" ปราชญ์ก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มพร่ากระซิบลอดไรฟันด้วยความหึงหวงและอัดอั้น "คุณคิดว่าผมโง่เหรอเตชินท์? ถึงขนาดแยกแยะไม่ออกว่าเสียงนั้นมันถูกตัดต่อหรือใช้เทคโนโลยีเลียนแบบเสียงขึ้นมา!"
เตชินท์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ หันขวับกลับมามองหน้าเจ้านายหนุ่ม "วะ... ว่ายังไงนะครับ? คุณรู้เหรอว่ามันคือเสียงปลอม?"
"หึ ถ้าผมไม่ฉลาดพอที่จะเช็คไฟล์เสียงนั่นตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเข้ามาในห้องนี้ ผมคงกลายเป็น CEO ที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทแล้วล่ะครับ" ปราชญ์หัวเราะในลำคออย่างนึกขันกับท่าทางตื่นตระหนกที่หลุดจากมาوادมาดมั่นของเลขาตัวแสบ "ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เสียงคุณ... แต่ที่ผมยังเงียบและทำเป็นเชื่อ ก็เพราะผมอยากจะดูว่า... คุณจะสารภาพอะไรกับผมบ้าง"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เตชินท์เม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความโล่งอกแล่นพล่านเข้ามาในอกจนเกือบจะเผลอยิ้มออกมา แต่ศักดิ์ศรีและฟอร์มที่สะสมมานานทำให้เขาต้องเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันที
"นี่คุณลองใจผมเหรอครับ! เล่นบ้าอะไรเนี่ย! คุณรู้ไหมว่าผมใจหายวาบไปถึงตาตุ่มเลยนะ!"
"ก็สมควรแล้วนี่ครับ อยากปากแข็งดีนัก" ปราชญ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้เตชินท์อยากจะยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาสักทีสองที "แต่... ถึงแม้เสียงนั่นจะปลอม และผมรู้ว่าคุณไม่ได้โกงบริษัท แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีความผิดนะ"
เตชินท์ขมวดคิ้วมุ่น "ความผิดอะไรอีกเล่า!"
"ความผิดฐานทำให้ผมเป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับไงครับ" ปราชญ์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ดวงตาคมกริบจดจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงไม่หยุด "คุณรู้ไหมว่าเมื่อคืนผมนั่งฟังเสียงบ้าๆ นั่นซ้ำไปซ้ำมานับร้อยรอบ เพราะกลัวว่าถ้ามันเป็นเรื่องจริงขึ้นมา... ผมจะจัดการกับคุณยังไงดี จะไล่ออกก็ทำไม่ลง จะเก็บไว้ใกล้ตัวก็กลัวใจตัวเองว่าจะรักคุณจนโงหัวไม่ขึ้น"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันทำเอาเตชินท์สมองขาวโพลน หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่ได้ยินเสียงคลิปฉาวเสียอีก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความซึนเดเระที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเจอกับความคลั่งรักแบบพุ่งชนของคนตรงหน้า
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย..." เตชินท์พึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมคายที่มองมาด้วยความหวานเชื่อมจนแทบละลาย
"ผมไม่ได้บ้า และนี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของคุณแล้วนะเตชินท์" ปราชญ์กระซิบแผ่วเบa ริมฝีปากหยักได้รูปเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะแตะกับแก้มเนียน "เลิกปากแข็ง เลิกทำเป็นเก่ง แล้วตอบผมมาคำเดียว... ว่าในหัวใจของคุณ มีผมอยู่บ้างไหม"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เตชินท์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก มือบางที่พยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของปราชญ์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ก่อนที่เตชินท์จะได้เอื้อนเอ่ยคำตอบที่รอคอย
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อนุญาต รินรดาในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ
"ปราชญ์คะ รินเอาเอกสารโครงการใหม่มาให้เซ็—อุ๊ย! ขอโทษค่ะ รินเข้ามาจังหวะไม่เหมาะสมหรือเปล่าคะเนี่ย" รินรดาชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ—CEO หนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับเลขาส่วนตัวแนบชิดติดโต๊ะทำงาน
ปราชญ์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดขั้นสุด ดวงตานิลกาลตวัดมองผู้บุกรุกด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง
เตชินท์รีบใช้จังหวะนี้ผลักอกปราชญ์ออกเต็มแรงแล้วก้าวถอยหลังเพื่อจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ทว่าหัวใจที่กำลังเต้นเร่าด้วยบรรยากาศหวานซึ้งเมื่อครู่กลับต้องสะดุดกึกเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นจากแฟ้มเอกสารในมือของรินรดา
มันคือกระดาษบันทึกข้อความ... ที่มีลายมือคุ้นตาอย่างประหลาด และข้อความบรรทัดสุดท้ายนั้นเขียนไว้ด้วยตัวอักษรเด่นชัดว่า...
*แผนการปล่อยคลิปเสียงปลอมเพื่อกำจัดเตชินท์ออกจากตำแหน่ง*
ราชันย์หอกทมิฬขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม•ตอนที่ 26
โอกาสครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักใส่ผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!