พรานอาคมปะทะวิศวกรวิญญาณ: เขตแดนสาบสูญ•ตอนที่ 12

ข้ามพ้นเขตแดน

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"คุณกำลังมองกระจกเงาที่ไร้เงาสะท้อน... ดร.กานต์" เสียงของรณภพต่ำทุบลงกลางความเงียบงันของผืนป่าดิบชื้น น้ำเสียงนั้นไม่ได้เจือความตื่นตระหนก ทว่าเต็มไปด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว ในมือของพรานใหญ่ รอยสักยันต์โบราณบนท่อนแขนดูราวกับจะขยับไหวตามจังหวะชีพจรที่เต้นเร้าใต้ผิวหนัง สายตาคมกริบราวกับพรานเสือจ้องมองภาพเบื้องหน้าไม่กะพริบ ภาพที่เพิ่งสะท้อนผ่านผิวหนองน้ำสีดำสนิทเมื่อครู่—ใบหน้าของกานต์ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกายเขาเอง แต่เป็นกานต์ที่ร่วงโรยกว่า มีรอยแผลเป็นลากยาวผ่านดวงตาซ้าย และรอยยิ้มเยาะหยันที่ไม่มีทางเกิดขึ้นในวินาทีนี้ ดร.กานต์ชะงักฝีเท้า แว่นตากรอบบางขึ้นฝ้าจากไอความชื้นรอบตัว มือที่ถือเครื่องสเปกตรัมวิเคราะห์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสั่นเทาไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาจะทำงาน—ตรรกะอันแข็งกระด้างที่เขาใช้ค้ำจุนโลกทั้งใบ "ภาพหลอนทางสายตาจากก๊าซมีเทนและละอองสปores ของเห็ดราในป่าดิบชื้น" กานต์เค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด "สมองมนุษย์ภายใต้ภาวะออกซิเจนต่ำ มักสร้างภาพซ้อนทับจากความทรงจำหรือความกังวลภายในจิตใต้สำนึก... มันเป็นวิทยาศาสตร์ รณภพ ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ไสยเวทที่คุณพยายามท่องคาถาใส่หัวผม" รณภพแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "วิทยาศาสตร์อธิบายใบหน้าคนที่แก่กว่าคุณสิบปีในสภาพแวดล้อมที่เวลาอาจจะหยุดนิ่งไม่ได้หรอกครับ ด็อกเตอร์... หรือบางที สมองอันปราดเปรื่องของคุณ อาจจะกำลังปฏิเสธความจริงที่ว่า เราไม่ได้แค่ 'เดินเข้ามา' ในเขตป่าสาบสูญ แต่วิญญาณของเราต่างหากที่กำลังเดินย้อนอดีต" เข็มทิศทหารโบราณในกระเป๋าเสื้อของรณภพส่งเสียงสั่นกริ๊วกราด เข็มโลหะสีเงินภายในหมุนวนติ้วอย่างไร้ทิศทางราวกับถูกพายุแม่เหล็กยักษ์ดึงดูด เช่นเดียวกับหน้าจอเรืองแสงสีฟ้าของอุปกรณ์ตรวจวัดพลังงานในมือดร.กานต์ ที่ตอนนี้กราฟเส้นตรงพุ่งทะยานขึ้นเป็นแนวตั้งฉากจนเกิดเสียงเตือนความถี่สูงแสบแก้วหู—สัญญาณเตือนภัยที่ถูกออกแบบมาให้ดังเฉพาะตอนที่อุปกรณ์รับค่าพลังงานเกินขีดจำกัดสูงสุด ป่ารอบตัวเปลี่ยนสภาพไปอย่างเงียบเชียบ ต้นไม้สูงตระหง่านราวมหาพฤกษาดึกดำบรรพ์แผ่กิ่งก้านสาขาบิดเบี้ยวคล้ายซี่โครงของสัตว์ยักษ์ หมอกสีเทาจัดเริ่มไหลทะลักเข้ามาปกคลุมพื้นดินราวกับสายน้ำเหนียวหนืด มันกลืนกินแสงสุดท้ายที่เหลืออยู่จากโลกภายนอก จนแทบมองไม่เห็นรองเท้าคอมแบทของตัวเอง "ปิดเครื่องมือบ้าๆ นั่นซะ" รณภพเอ่ยเตือนเสียงต่ำ มือขวาขยับไปกุมด้ามมีดอาคมเหน็บเอว "คลื่นความถี่ที่คุณกำลังพยายามวัด มันไม่ใช่พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า แต่มันคือแรงอาฆาตของเขตแดนที่กำลังบอกให้เราไสหัวกลับไป" "ถ้าผมปิดเครื่องมือนี้ เราก็จะตาบอดสนิทในความมืด" กานต์โต้กลับ เสียงของเขาเริ่มแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในแววตา "ผมคือนักวิทยาศาสตร์ ผมเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่คำขู่โบราณเพื่อความสะใจของคุณ... ถ้าที่นี่มีสนามพลังงาน แปลว่ามันต้องมีแหล่งกำเนิด ไม่ใช่เพราะคำสาปงี่เง่าอะไรนั่น!" "บางครั้ง... ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของคุณนั่นแหละ ที่สั้นเกินกว่าจะหยั่งถึงความมืดของมนุษย์" รณภพก้าวเข้าไปประชิด ร่างกายกำยำแฝงกลิ่นอายของพรานป่าผู้ผ่านการฆ่าฟันมาโชกโชน "คุณคิดว่าคุณมาที่นี่เพื่อไขปริศนาการหายตัวไปของคณะสำรวจเมื่อสามสิบปีก่อน แต่ความจริงคือ... คุณกำลังเดินตามรอยเท้าของพ่อคุณเองใช่ไหมครับ ดร.กานต์?" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ดร.กานต์ชะงักกึก ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาทางกายภาพที่ซื่อสัตย์ที่สุด แม้ริมฝีปากจะเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง "คุณ... พูดเรื่องอะไร" "อย่าคิดว่าผมไม่เห็นแฟ้มประวัติเก่าๆ ที่คุณซ่อนไว้ในกระเป๋าเป้" รณภพสบตาอีกฝ่ายตรงๆ นัยน์ตาคมกริบสะท้อนภาพวิศวกรหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง "ชื่อของ ดร.กวิน บิดาของคุณ ปรากฏอยู่ในสมุดบันทึกของพรานป่ารุ่นก่อน หน้าสุดท้ายก่อนที่เขาจะหายสาบสูญไปในเขตแดนนี้... คุณไม่ได้มาที่นี่ในฐานะวิศวกรของบริษัทเอกชน แต่คุณมาเพื่อหาศพของพ่อตัวเอง โดยใช้ผมเป็นเครื่องมือเปิดทาง" ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันอึดอัดและหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเดิม กานต์ไม่ได้ปฏิเสธ เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ความมั่นใจในตรรกะและเทคโนโลยีทั้งหมดพังทลายลงต่อหน้าพรานป่าผู้ล่วงรู้ความลับดำมืดที่สุดในจิตใจ "ถ้าคุณรู้... ทำไมถึงยังพาผมเดินมาถึงจุดนี้" เสียงของกานต์แผ่วเบาลง เจือความสั่นเครือที่เขาพยายามควบคุมอย่างสุดชีวิต "เพราะผมเองก็มีคนรักที่ถูกความลี้ลับของป่านี้กลืนหายไปเมื่อสิบปีก่อนเหมือนกันครับ" รณภพผ่อนลมหายใจยาว เหยียดยิ้มขื่นที่มุมปาก "เราต่างก็เป็นพวกดื้อรั้นที่แบกศพของอดีตไว้บนหลัง... ต่างกันแค่ผมใช้มีดอาคม ส่วนคุณใช้ตัวเลขและสมการ" ก่อนที่กานต์จะได้เอื้อนเอยคำใดโต้แย้ง เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา—เสียงฝีเท้าหนักหน่วงย่ำลงบนใบนไม้แห้งดังกรอบแกรบ... *กรอบ... กรอบ...* มันไม่ได้ดังมาจากข้างหน้า หรือข้างหลัง แต่มันดังมาจาก *ใต้ฝ่าเท้า* ของพวกเขาเอง ราวกับมีใครบางคนกำลังเดินอยู่ใต้ชั้นดินโคลนลึกนับสิบเมตร รณภพกระชากตัวกานต์หลบไปด้านข้างในเสี้ยววินาที พร้อมๆ กับที่พื้นดินตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกสีดำสนิท ไอน้ำเย็นยะเยือกพุ่งทะลักขึ้นมาจากก้นหลุม พร้อมกับกลิ่นอายเน่าเฟะของซากศพที่ตายมานานนับศตวรรษ และในความมืดสลัวที่ก้นหลุมนั้น... แสงไฟฉายคาดหัวของรณภพสาดส่องกระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ดิน มันคือโครงกระดูกมนุษย์ในชุดสนามยุคโบราณ มือโครงกระดูกข้างหนึ่งกำวัตถุชิ้นหนึ่งไว้แน่น—เครื่องมือวัดค่าพลังงานรุ่นแรกสุด ที่มีสัญลักษณ์สลักไว้บนตัวเครื่อง... สัญลักษณ์เดียวกันกับที่ดร.กานต์ห้อยคออยู่ กานต์ตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นตัวเลขดิจิทัลบนอุปกรณ์ในมือตัวเองกะพริบถี่รัว ก่อนที่หน้าจอจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู... เสียงที่คุ้นเคยราวกับเสียงของตัวเขาเองในวัยเด็ก *"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกพ่อ"* --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ร่วมกันครับ — เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะวิศวกรวิญญาณ: เขตแดนสาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%