กลิ่นของละอองน้ำมันสนและสนิมเหล็ก คละคลุ้งปะปนอยู่กับกลิ่นอับชื้นของผืนป่าดิบชื้นที่ถูกขนานนามว่า "เขตแดนสาบสูญ" เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก... แกร็ก* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความพิถีพิถันของมืออาชีพผู้ไม่ยอมให้ความชื้นในป่าลึกมาทำลายกลไกอันซับซ้อนของเครื่องมือราคาแพง
ดร.กานต์ ไม่ได้สนใจสายตาคมกริบดั่งพรานป่าของรณภพที่กำลังยืนพิงเสาไม้ไผ่ของเพิงพัก เขากำลังงละมละม่อมอยู่กับการประกอบชุดตรวจวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภาคสนาม (Portable Electromagnetic Field Spectrometer) หน้าจอเรืองแสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนกับแว่นตาไร้กรอบของเขา ขับเน้นให้ดวงตาหลังเลนส์นั้นดูราวกับเครื่องจักรคำนวณที่ไร้ซึ่งความหวั่นไหว
"เครื่องมือชิ้นนี้มีความไวต่อประจุไอออนในอากาศสูงมากครับคุณรณภพ" ดร.กานต์เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า น้ำเสียงของเขาเรียบสนเยือกเย็นและมั่นใจ "มันไม่ได้สนใจว่าสิ่งที่คุณเรียกว่า 'อาคม' หรือ 'เจ้าที่เจ้าทาง' จะมีตัวตนจริงหรือไม่ แต่มันบันทึกความผิดปกติของสนามแม่เหล็กที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางความร้อนและแรงดันใต้ชั้นดินได้... ซึ่งผมเชื่อว่า นั่นคือสาเหตุที่คณะสำรวจชุดก่อนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ใช่เพราะภูตผีปีศาจอย่างที่คุณพยายามจะกรอกหูผมมาตลอดทาง"
รณภพพ่นควันสีเทาจางๆ จากมวนยาเส้นใบตองแห้ง กลิ่นฉุนของสมุนไพรไพรป่าช่วยกลบกลิ่นสาบสางของความชื้นรอบตัวได้ดี เขามองวิศวกรหนุ่มผู้ปราดเปรื่องด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความสมเพชแกมเอ็นดูในความดื้อรั้นของปัญญาชนเมืองกรุง และความระแวงระวังต่อความไม่รู้จริงของอีกฝ่าย
"วิทยาศาสตร์ของคุณ วัดความกลัวของคนที่กำลังจะตายได้ไหมครับ ดร.กานต์" รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบ แต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล "คุณบอกว่ามันคือความผิดปกติทางแม่เหล็ก... งั้นลองบอกผมทีสิครับว่า ทำไมเข็มทิศในมือผมถึงหมุนวนทวนเข็มนาฬิกาทั้งๆ ที่เราอยู่บนยอดเขา ไม่มีเสาไฟฟ้า ไม่ใช่เขตอุตสาหกรรม และที่สำคัญที่สุด... รอยเท้ามนุษย์ที่เดินวนรอบแคมป์เราเมื่อคืนนี้ มีเพียงรอยเท้าเปล่าข้างเดียว แถมยังลึกจนจมลงไปในดินดานที่แข็งรามหิน... เครื่องมือวัดค่าของคุณ อธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไรครับ"
ดร.กานต์ชะงักมือที่กำลังไขสกรูตัวสุดท้าย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับพรานป่ารุ่นพี่ นัยน์ตาของทั้งคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟเงียบๆ แผ่ออกมา กานต์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งของคนผู้ศรัทธาในตรรกะและเหตุผล
"รอยเท้าก็คือรอยเท้าครับคุณรณภพ ดินในป่าลึกมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน การยุบตัวของดินอาจเกิดจากการกัดเซาะของน้ำใต้ดิน หรือไม่ก็... มีคนจงใจสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อจิตวิทยา เพื่อขู่ขวัญให้พวกเราถอยกลับไปตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน" กานต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาประชิดโต๊ะสนามไม้ไผ่ที่ใช้วางอุปกรณ์ "ผมเป็นวิศวกรครับ ผมเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยสมการและการทดลองซ้ำๆ ไม่ใช่คำบอกเล่าปากต่อปากที่ถูกแต่งเติมความงมงายลงไปตามกาลเวลา"
"ความงมงายเหรอครับ..." รณภพหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย็นชา "คนที่นี่เขาไม่ได้ใช้คำว่า 'งมงาย' กับสิ่งที่พวกเขาเจอหรอกครับ ด็อกเตอร์... พวกเขาใช้คำว่า 'วาระสุดท้าย' ต่างหาก"
บรรยากาศรอบแคมป์เงียบงันลงทันที เสียงจิ้งหรีดป่าและแมลงกลางคืนราวกับถูกกดปิดสวิตช์ เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง และเสียงหึ่งเบาๆ จากเครื่องมือวัดค่าของดร.กานต์ที่ยังคงทำงานอยู่
ทันใดนั้นเอง หน้าจอเรืองแสงสีฟ้าของเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ก็เกิดอาการกระพริบถี่รัว เส้นกราฟที่เคยราบเรียบ กลับพุ่งทะยานขึ้นเป็นแท่งยาวสีแดงฉานจนน่าตกใจ เสียงเตือนภัยความถี่ต่ำดังขึ้น *ปี๊ด... ปี๊ด... ปี๊ด...* เป็นจังหวะกระชั้นชิด
ดร.กานต์ขมวดคิ้วแน่น เขาก้มลงมองหน้าจอด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย "แปลก... อุณหภูมิรอบตัวลดลงฮวบถึงเจ็ดองศาภายในสามวินาที... และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า... มันไม่ได้มาจากใต้ดิน แต่มันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเรา จากทิศทางของ... ศาลปู่ตาเก่าแก่หลังนั้น"
รณภพไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขาทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้นดิน แล้วใช้ส้นรองเท้าบดขยี้มันอย่างช้าๆ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามมีดหมอโบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองออกไปในความมืดมิดของผืนป่าเบื้องหน้า ซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยไอหมอกสีขาวจัดที่ไหลทะลักเข้ามาอย่างไร้ที่มา
"ผมเตือนคุณแล้วนะครับว่า เครื่องมือของคุณอาจจะวัดค่าพลังงานได้..." รณภพกระซิบเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงจริงจังจนดร.กานต์ต้องหันมามอง "แต่สิ่งที่กำลังเดินเข้ามาหานึงในตอนนี้... มันไม่ได้สนใจหรอกครับว่าคุณจะมีปริญญาจากสถาบันไหน หรือพกเครื่องมือราคาแพงมาจากเมืองนอกมามากแค่ไหน"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำลงบนใບไม้แห้งดังกรอบแกรบ... *กรับ... กรับ... กรับ...*
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของสัตว์ป่า และไม่ใช่เสียงของลมพัด แต่มันคือเสียงฝีเท้าที่เดินอย่างมั่นคง เชื่องช้า และกำลังมุ่งตรงมายังใจกลางแคมป์ที่พวกเขากำลังยืนอยู่
ดร.กานต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความมั่นใจในตรรกะและวิทยาศาสตร์เมื่อครู่เริ่มสั่นคลอน เมื่อเขาเห็นไอหมอกสีขาวหนาจัดก่อตัวเป็นเงาร่างสูงใหญ่ของมนุษย์ ไร้ศีรษะ แต่สวมชุดกวาวราววิศวกรสำรวจแบบเดียวกับที่คณะสำรวจชุดหาย
สาบสูญสวมใส่ไม่ผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวเข้าสู่เขตแดนอันเร้นลับนี้ด้วยกันครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
-- เพชรตาเสือโบราณ --
พรานอาคมปะทะวิศวกรวิญญาณ: เขตแดนสาบสูญ•ตอนที่ 2
วิศวกรผู้ไม่เชื่อเรื่องผี
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะวิศวกรวิญญาณ: เขตแดนสาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!