พรานอาคมปะทะวิศวกรวิญญาณ: เขตแดนสาบสูญ•ตอนที่ 7

เสียงกระซิบจากความว่างเปล่า

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นไอสนิมเหล็กผสมกับความอับชื้นของราไม้ ไม่ได้ลอยมาจากผนังถ้ำเบื้องหน้า แต่มันกำลังระเหยออกมาจากรูขุมขนของรณภพเอง นั่นคือสิ่งที่สมองส่วนลึกของนายพรานเฒ่ากำลังประมวลผล ขณะที่เขานั่งนิ่งอยู่บนโขดหินศิลาแลง ปลายนิ้วกร้านแดดและลมไพรบรรจงฝนสมุนไพรไพลดำลงบนหินลับมีด เสียงครูดคราดเบาๆ ดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทราวกับเสียงทั่งตีเหล็กขนาดมหึมา "อัตราการเต้นของหัวใจคุณเกินหนึ่งร้อยยี่สิบครั้งต่อนาที ทั้งที่คุณแค่นั่งเฉยๆ" เสียงเรียบสนิทของ ดร.กานต์ ดังขึ้นจากมุมมืดของเพิงผา วิศวกรหนุ่มไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองจากจอแท็บเล็ตหน้าจอเรืองแสงสีฟ้าจัด อุปกรณ์วัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในมือของเขาถูกปรับตั้งค่าจนส่งเสียงติ๊Dถี่ๆ คล้ายสัญญาณชีพจรใกล้ดับ "เครื่องมือวัดคลื่นความถี่ต่ำของคุณ มันกำลังวัดวิญญาณ... หรือมันกำลังหลอกสมองคุณเองกันแน่ ดร.กานต์" รณภพเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากคมมีด น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึก ทว่าแฝงกระแสความกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นอย่างประหลาด "วิทยาศาสตร์ไม่มีคำว่าวิญญาณครับ มีแต่ 'คลื่นตกค้าง' ของสนามแม่เหล็กชีวภาพจากเซลล์สมองที่ตายไปแล้ว" กานต์ปิดหน้าจอแท็บเล็ตฉับพลัน ความมืดมิดกลับคืนสู่พื้นที่อีกครั้ง มีเพียงแสงเรืองรองจากตะเกียงเจ้าพายุที่สาดกระทบใบหน้าคร่ำเคร่งของทั้งคู่ "แต่สิ่งที่ผมสงสัยคือ... ทำไมตัวเลขความถี่ที่คุณปล่อยออกมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว มันตรงกับคลื่นสมองของผมตอนที่กำลังฝันร้ายพอดีเป๊ะ" รณภพหยุดมือที่กำลังลับมีด เงียบไปชั่วอึดใจ เขาช้อนสายตาขึ้นมองวิศวกรหนุ่ม ดวงตาคมกริบราวกับเสือพรานสะท้อนเปลวไฟสีส้มวับวาม ในป่าลึกเขตแดนสาบสูญแห่งนี้ เส้นแบ่งระหว่าง "อาการทางจิต" กับ "อาคมถอนจิต" มันบางเสียจนแทบมองไม่เห็น "คุณเคยได้ยินเสียงกระซิบตอนตีสามไหมครับ ดร.กานต์" รณภพถามเสียงกระซิบ ลมหายใจของเขาพ่นไอสีขาวออกมาท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดฮวบลงอย่างไร้สาเหตุ "เสียงที่ไม่ได้ใช้หูฟัง แต่มันดังขึ้นตรงกลางกะโหลกศีรษะ... เสียงที่บอกว่า สิ่งที่คุณกำลังตามหา ไม่เคยมีตัวตนตั้งแต่แรก และคุณเองต่างหากที่เป็นผู้หลงทางอยู่ในความฝันของคนอื่น" กานต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันแบบนักวิทยาศาสตร์ปรากฏขึ้นบนมุมปาก แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมของเขา "จิตวิทยาเรียกว่าอาการ Auditory Hallucination เกิดจากภาวะขาดออกซิเจนและความกดอากาศในป่าดิบชื้น... ผมเป็นนักวิศวกรรม ไม่ใช่นักไสยศาสตร์ คุณหลอกผมด้วยจิตวิทยาไม่ได้หรอกครับ พรานรณภพ" "ถ้ามันเป็นแค่ภาพหลอนทางวิทยาศาสตร์..." รณภพโน้มตัวไปข้างหน้า แสงตะเกียงไหววับกระทบใบหน้าที่มีรอยแผลเป็น "แล้วทำไม รอยเท้าที่ปรากฏอยู่ข้างกองไฟเมื่อคืนนี้ ถึงมีทั้งรองเท้าคอมแบตของคุณ... และเท้าเปล่าที่ถูกตัดด้วนของภรรยาผม ที่เพิ่งตายไปเมื่อสิบปีก่อนพร้อมกันล่ะครับ?" บรรยากาศภายในเพิงผาเย็นเฉียบลงในฉับพลัน กานต์ชะงักไป ดวงตาหลังกรอบแว่นโลหะไหววับ แม้เขาจะพยายามรักษามาตรtheของนักตรรกะไว้เพียงใด แต่กล้ามเนื้อบริเวณกรามก็เกร็งกระตุกอย่างเห็นได้ชัด เพราะความจริงคือ เขาก็เพิ่งเห็นรอยเท้านั้นเช่นกัน—รอยเท้าที่ย่ำตามหลังเขามาตลอดทาง โดยไม่มีเงาของผู้เป็นเจ้าของ "คุณกำลังเล่นเกมจิตวิทยา เพื่อบั่นทอนความมั่นใจของผม" กานต์พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคง แม้ว่าเสียงหัวใจของตัวเองจะดังกลบเสียงรอบตัวไปหมดแล้ว "ผมไม่ได้เล่นเกม... และป่าแห่งนี้ก็ไม่ได้เล่นด้วย" รณภพยืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตสนามเก่าคร่ำคร่าแผ่กลิ่นอายความดุดันและประสบการณ์อันโชกโชน เขายื่นมือออกไปข้างหน้า ฝ่ามือกร้านมีรอยสักยันต์โบราณจางๆ ที่เริ่มเรืองแสงสีแดงเรื่อใต้ผิวหนังยามต้องแสงไฟ "หยิบเครื่องมือวัดค่าของคุณขึ้นมา แล้วเดินตามผมไปที่ปากถ้ำ... เรามาพิสูจน์กันว่า สิ่งที่กำลังยืนรอเราอยู่ข้างนอกนั้น คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือคือผีสางตามความเชื่อของคนโบราณกันแน่" ทั้งสองก้าวเดินฝ่าความมืดออกไปสู่ก้นหุบเขา หมอกหนาทึบสีเทาจัดลอยอ้อยอิ่งปกคลุมผืนป่าราวกับผืนผ้าแพรสีหม่น ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนใบไม้แห้งมีเสียงกรอบแกรบดังชัดเจน ทว่าในขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าที่สาม... เสียงที่สี่... และเสียงที่ห้า ก็เริ่มก้าวตามหลังพวกเขามาเป็นจังหวะกระชั้นชิด กานต์ยกเครื่องมือวัดค่าพลังงานขึ้นมา หน้าจอ LCD กระพริบถี่รัวจนอ่านค่าไม่ได้ ตัวเลขวิ่งพล่านอย่างไร้ทิศทาง ก่อนที่หน้าจอจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงกริ่งเตือนภัยความดังสูงสุด "พลังงานแม่เหล็กเกินขีดจำกัด... ไม่สิ ค่าพลังงานตรงนี้มันศูนย์!" กานต์อุทานออกมาด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว "ยินดีต้อนรับสู่เขตแดนที่วิทยาศาสตร์เข้าไม่ถึงครับ ดร.กานต์" รณภพหยุดเดิน เขาชักมีดล่าสัตว์เล่มโตออกจากฝัก คมมีดสะท้อนแสงจันทร์สีเลือดที่เพิ่งโผล่พ้นเมฆหมอก เบื้องหน้าของพวกเขา คือซากโบราณสถานศิลาแลงที่ถูกกลืนกินด้วยรากไม้ยักษ์ และตรงกลางลานหินนั้น มีเงาร่างของมนุษย์คนหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของวิศวกรหนุ่มเย็นเฉียบจนแข็งค้าง คือเงาร่างนั้นกำลังสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวแบบเดียวกับที่เขาสวมอยู่... และเมื่อเงานั้นค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ... ใบหน้าใต้ฮู้ดเปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำค้าง ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นตัวของ ดร.กานต์เอง ที่กำลังส่งยิ้มเยือกเย็นและเอաբนิ้วแตะริมฝีปาก ส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาข้ามความว่างเปล่ามาว่า— *"คุณมาถึงช้าเกินไป... ร่างของผม... เย็นหมดแล้ว"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักมุมอันระทึกขวัญนี้กับผม เพชรตาเสือโบราณ ครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะวิศวกรวิญญาณ: เขตแดนสาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%