ฮันเตอร์ไร้ค่า กับระบบมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาดันเจี้ยน•ตอนที่ 9

ปะทะฝูงมอนสเตอร์คลั่ง

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดัง "หวอ—หวอ—" แผดเสียงก้องกังวานไปทั่วชั้นใต้ดินของดันเจี้ยนระดับ A "ซากปรักหักพังอเวจี" กลิ่นคาวเลือดของมอนสเตอร์คละคลุ้งปะปนไปกับฝุ่นปูนที่ร่วงหล่นลงมาจากการสั่นสะเทือน รอบตัวของเรย์และลินินในเวลานี้ถูกโอบล้อมไปด้วยฝูง "ออร์คโลหิตคลั่ง" นับร้อยตัว ดวงตาสีแดงฉานของพวกมันสะท้อนแสงสลัวจากคริสตัลเวทมนตร์ที่ใกล้ดับมืด เขี้ยวโค้งงอยาวโสโครกเต็มไปด้วยน้ำลายเหนียวหนืดที่หยดลงบนพื้นหิน "เรย์... พวกมันมากันเพิ่มอีกแล้วค่ะ ทางด้านซ้ายมือปิดตายแล้ว!" เสียงของลินินหอบสะท้านเล็กน้อย มือเรียวบางที่กำไม้เท้าฮีลเลอร์สั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า เธอเพิ่งร่ายเวทป้องกันรับการพุ่งชนของมอนสเตอร์ร่างยักษ์ไปหมาดๆ เหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้าสวยหวานที่ตอนนี้เปื้อนเขม่าควัน แม้สถานการณ์จะคับขันถึงชีวิต แต่สายตาที่เธอมองมายังชายหนุ่มด้านข้างกลับเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างไร้เงื่อนไข เรย์ไม่แม้แต่จะชายตามองฝูงมอนสเตอร์ตรงหน้า เขากำลังเคาะนิ้วชี้ลงบนหน้าจอโฮโลแกรมสีดำสนิทที่ลอยอยู่กลางอากาศ หน้าจอซึ่งคนธรรมดามองไม่เห็น... หน้าจอของระบบมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาดันเจี้ยน "ไม่ต้องกังวลไปครับลินิน... สำหรับพวกเราในตอนนี้ ฝูงมอนสเตอร์คลั่งพวกนี้ไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก เยือกเย็น และมั่นใจจนน่าประหลาด เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลย มีเพียงความรู้สึกของ 'ความคุ้มค่า' ที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดีแล้วเท่านั้น ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว หลังจากที่สายโทรศัพท์ตัดลง พร้อมกับประโยคประกาศิตที่ว่า *"ขอโทษด้วยนะครับที่รับสายช้า พอดีผมกำลัง... ยึดกิลด์ของคุณอยู่ครับ"* เรย์ไม่ได้แค่พูดขู่กิลด์ "พยัคฆ์ทมิฬ" เล่นๆ เท่านั้น แต่เขากำลังใช้ฟังก์ชัน [Marketplace แห่งเงา] ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษระดับสูงสุดของระบบ ในการกว้านซื้อ "สัญญาจ้างวิญญาณนักรบโบราณ" ที่หลับใหลอยู่ในห้วงมิติเวลา [ติ๊ง! ยืนยันการทำธุรกรรม: ซื้อสัญญาจ้างวิญญาณกองพลทหารรับจ้าง 'เหล็กไหลโลหิต' (แรงก์ SSS) จำนวน 1 หน่วย] [ยอดเงินในบัญชีถูกหัก: 50,000,000,000 บาท] [สถานะบัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด: ทำงานสมบูรณ์แบบ] เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับแสงสีทองสว่างวาบที่แผ่พุ่งออกมาจากแหวนมิติบนนิ้วมือของเรย์ พื้นห้องใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิมราวกับแผ่นดินไหว รอยแตกสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนอากาศราวกับกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด "นั่นมัน... อะไรกัน?" ลินินอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ดวงเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนหายใจไม่ออก แรงกดดันระดับที่ทำให้มอนสเตอร์แรงก์ A ในฝูงถึงกับหยุดชะงักการเคลื่อนไหว พวกมันส่งเสียงคำรามในลำคอด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่ากำลังบอกพวกมันว่า... สิ่งที่กำลังก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเมื่อครู่นี้ คือความตายที่แท้จริง ตึง! ตึง! ตึง! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับยักษ์แบกภูเขาก้าวเดินออกมาจากความมืดมิด วิญญาณนักรบในชุดเกราะเหล็กกล้าโบราณขึ้นสนิมเขรอะ สูงกว่าสามเมตร มือถือดาบใหญ่มหึมาที่อาบไปด้วยออร่าสีดำทมิฬ ทีละตน... สองตน... จนกระทั่งครบหนึ่งร้อยตน ยืนตระหง่านเรียงรายอยู่เบื้องหน้าของเรย์และลินิน ฝูงออร์คโลหิตคลั่งที่เคยเหิมเก림 บัดนี้กลับถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว เรย์ปัดมือเบาๆ ออกไปข้างหน้า ราวกับวาทยากรที่กำลังควบคุมวงออร์เค스트รา บัตรเครดิตสีดำในมือของเขาเปล่งประกายแสงสีนิลอันเย้ายวน "จัดการให้เรียบครับ... อย่าให้เหลือรอดแม้แต่ตัวเดียว เพราะทุกหยดเลือดและแกนมานาของพวกมัน คือกำไรของผม" สิ้นคำสั่งของเรย์ เหล่าวิญญาณนักรบกองพล 'เหล็กไหลโลหิต' พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วที่ขัดกับขนาดร่างกาย ดาบใหญ่ในมือฟาดฟันลงมาด้วยพละกำลังที่สามารถผ่าภูเขาได้ทั้งลูก เสียงกรีดร้องโหยหวนของมอนสเตอร์ดังระเบิดระเบ้อ เศษเนื้อและเลือดสีเขียวข้นกระ็นกระจายย้อมผนังห้องใต้ดินจนกลายเป็นสีแดงฉาน การต่อสู้ที่ควรจะเป็นวิกฤตตายหมู่ กลับกลายเป็นการสังหารหมู่ฝ่ายเดียวอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ ลินินยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งงัน เธอหันกลับมามองชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก แผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมฝนให้เธอมาตลอด ยามนี้ช่างดูยิ่งใหญ่และทรงอำนาจราวกับราชาผู้กุมชะตากรรมของโลกใบนี้ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ น้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอเบ้า มือเรียวยื่นไปกุมชายเสื้อของเรย์ไว้แน่น เรย์หันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงลินินเท่านั้นที่จะได้เห็น มันอบอุ่นและแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแววตาน้ำแข็งที่เขาใช้มองศัตรู "เราปลอดภัยแล้วครับลินิน... ต่อไปนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าดูถูกพวกเราอีกแล้ว" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง และกองซากมอนสเตอร์กำลังสลายกลายเป็นละอองแสง ทันใดนั้นเอง... หน้าจอโฮโลแกรมของระบบก็เด้งเตือนขึ้นมาด้วยตัวอักษรสีแดงกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยดังมาก่อน [คำเตือนฉุกเฉินจากระบบ!] [ตรวจพบการบุกรุกจากบุคคลภายนอก: ผู้อำนวยการกิลด์ 'พยัคฆ์ทมิฬ' และกองกำลังพิเศษแรงก์ S 30 นาย กำลังพังประตูห้องควบคุมหลักเข้ามา!] [เป้าหมายของพวกเขา: จับกุมคุณและยึดคืนระบบดันเจี้ยน] เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยдяเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูเหล็กกล้าหนาเตอะห้าชั้นที่อยู่สุดทางเดินก็ระเบิดออกเป็นจุล เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากพร้อมกับจิตสังหารรุนแรงพุ่งตรงเข้ามา ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทหรูหรา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและโลภโมeсоth ก้าวเข้ามาพร้อมกับดาบเวทมนตร์ในมือ เขาคือ "กิตติ" ผู้อำนวยการกิลด์พยัคฆ์ทมิฬผู้เย่อหยิ่ง ที่ตอนนี้ดวงตาสดด้วยความคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นว่าทรัพย์สินมหาศาลกำลังจะหลุดลอยไป "ไอ้สวะเรย์! แกกล้าดีนักนะที่บังอาจฮุบดันเจี้ยนนี้... วันนี้แกต้องชดใช้ด้วยชีวิต!" กิตติคำรามลั่น ประทับดาบพุ่งเข้าใส่เรย์ด้วยความเร็วสูง ลินินตกใจจนหน้าถอดสี กำลังจะร่ายเวทป้องกัน แต่เรย์กลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ปล่อยให้ร่างของผู้อำนวยการกิลด์พุ่งเข้ามาประชิดตัวในระยะไม่ถึงก้าว เรย์เอียงคอมองเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเย็นเยียบเสียดกระดูก "ยินดีต้อนรับสู่การล่มสลายของกิลด์คุณนะครับ... ผู้อำนวยการกิตติ" นิ้วเรียวของเรย์แตะลงบนปุ่มยืนยันสีแดงฉานบนหน้าจอโฮโลแกรม พร้อมกันนั้น เสียงระบบก็ประกาศก้องในหู [เปิดใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด: "กรงขังมหาเศรษฐี" — หักเงินสด 1,000,000,000 บาท แลกกับการผนึกกำลังทั้งหมดของเป้าหมาย!] ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้ค่า กับระบบมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%