ฮันเตอร์ไร้ค่า กับระบบมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาดันเจี้ยน•ตอนที่ 12

ก้าวแรกสู่กิลด์ใหม่

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
"ใบอนุญาตตั้งกิลด์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ... ใช้เวลาเดินเรื่องนานขนาดนี้เชียวหรือครับท่านประธานสมาคม?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมกระจกใสระฟ้าของตึกสมาคมฮันเตอร์ภาคกลาง เรย์นั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังแท้ราคาแพง รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ได้สื่อถึงความขบขันแม้แต่น้อย หากแต่แฝงไว้ด้วยประกายความกดดันที่ทำให้อากาศในห้องราวกับลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ เบื้องหน้าของเขาคือชายวัยกลางคนสวมสูทสั่งตัดพิเศษ เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามขมับจนต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าซับอย่างลุกลน ท่านประธานสมาคมผู้ทรงอำนาจที่เคยเชิดหน้าชูตาใส่เรย์ในอดีต บัดนี้กลับนั่งตัวลีบเล็กราวมดปลวก เมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่มผู้กุมสิทธิ์ขาดในการครอบครองกระเป๋ามิติและหุ้นส่วนลับของดันเจี้ยนระดับ SSS "ทะ... ท่านเรย์ครับ เรื่องเอกสารทางกฎหมายและการตรวจสอบคุณสมบัติ มันมีขั้นตอนที่ค่อนข้างเข้มงวด..." ประธานสมาคมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาเหลือบมองหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะที่แสดงยอดเงินในบัญชีกลางของเรย์ ซึ่งตัวเลขศูนย์ตามหลังนับสิบหลักกำลังกะพริบเตือนสถานะ 'มหาเศรษฐีไร้ขีดจำกัด' "ผมไม่มีเวลามานั่งฟังข้ออ้างเรื่องขั้นตอนราชการหรอกนะครับ" เรย์ยกมือขึ้นขัดจังหวะ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน "ตึกร้างเขตสาม สิทธิ์การครอบครองดันเจี้ยนใต้ดิน และการอนุมัติชื่อองค์กรอิสระ 'เงาทมิฬ' ทั้งหมดนี้ต้องเสร็จสิ้นภายในเที่ยงวันนี้ ไม่เช่นนั้น... เงินลงทุนสัดส่วนแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่ผมอุดหนุนสมาคมของคุณ จะถูกถอนออกภายในสามวินาที" *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบแบล็กการ์ดดังขึ้นเบาๆ ในกระเป๋าเสื้อของเรย์ แต่มันดังดั่งเสียงระฆังมรณะสำหรับประธานสมาคม ร่างท้วมนั้นสะดุ้งเฮือก รีบตบโต๊ะลุกขึ้นยืนโค้งคำนับจนแทบจะเอาหัวชนขอบโต๊ะ "เรียบร้อยครับ! ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในสิบนาทีนี้แน่นอนครับท่านเรย์!" เรย์เพียงแค่ปรายตามองความไร้ศักดิ์ศรีนั้นด้วยความสมเพช เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทสีดำสนิทให้เข้าที่ ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอีก ที่ด้านนอก ลินินยืนรออยู่ริมระเบียงกระจกใส แสงแดดยามสายสะท้อนเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอให้เปล่งประกาย รอยยิ้มบางเบาที่เธอมอบให้เรย์เมื่อเขาเดินเข้าไปหา คือสิ่งเดียวในโลกใบนี้ที่สามารถหลอมละลายความเย็นชาในใจของฮันเตอร์หนุ่มผู้ไร้ความปรานีคนนี้ได้ "เรียบร้อยดีไหมครับ?" ลินินเอ่ยถาม พร้อมกับยื่นกระบอกน้ำอุ่นให้ฮันเตอร์หนุ่มตามความเคยชินที่เธอคอยดูแลเขามาตลอด เรย์รับมาถือไว้ สัมผัสความอบอุ่นนั้นก่อนจะระบายยิ้มจางๆ บนใบหน้า "เรียบร้อยดีครับที่รัก จากนี้ไป... ไม่มีใครหน้าไหนในสมาคมหรือกิลด์ใหญ่จะมาเหยียบย่ำพวกเราได้อีกแล้ว องค์กรของเราจะเป็นอิสระ และเราจะสร้างอาณาจักรที่แม้แต่พวกมันก็ต้องคุกเข่าขอร้อง" ลินินมองนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนี้คือคราบน้ำเลือดน้ำหนองและรอยแผลเป็นจากการถูกหักหลัง แต่มือเรียวบางของเธอก็เอื้อมไปกุมมือหนาของเรย์ไว้แน่น เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและยืนยันว่าเธอจะอยู่เคียงข้างเขาในทุกย่างก้าว "ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณเสมอครับ เรย์" ทว่า ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินไปขึ้นลิฟต์ส่วนตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ปลายทางเดิน พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'กิลด์อัคคีสวรรค์' หนึ่งในสามกิลด์ใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ นำโดย 'บดินทร์' รองหัวหน้ากิลด์ผู้มีใบหน้าหยิ่งผยองและรอยแผลเป็นที่หางตา "อ้าวๆๆ นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้สวะเรย์กับอีตัวถ่วงที่โดนไล่ออกจากกิลด์เก่านี่เอง" บดินทร์หัวเราะในลำคอ กอดอกมองเรย์ด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ "ได้ข่าวว่าดิ้นรนจะมาเปิดกิลด์กระจอกๆ ของตัวเองงั้นเหรอ? คิดว่ามีเงินหน่อยแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าหรือไงวะ?" ลูกน้องนับสิบคนด้านหลังส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ย บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นมาทันที ลินินขยับตัวเข้ามาบังหน้าเรย์เล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณของการเป็นฮันเตอร์สายสนับสนุน แต่เรย์กลับยกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็น เรย์ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับบดินทร์ ดวงตาคมกริบสีนิลมองสำรวจรองหัวหน้ากิลด์ใหญ่อย่างพิจารณา ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่กำลังไต่ขึ้นมาบนรองเท้าหนังราคาแพงของเขา "บดินทร์... ดูเหมือนว่าสมองของคุณจะเสื่อมลงไปตามอายุขัยของฮันด์เลเวลต่ำสินะครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่ากลัว "คุณลืมไปแล้วหรือครับว่า... หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายที่ค้ำจุนกิลด์อัคคีสวรรค์ของพวกคุณให้อยู่รอดมาได้จนถึงเดือนนี้ มันมาจากเงินในกระเป๋าของใคร?" รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของบดินทร์แข็งค้างในทันที สีหน้าของชายร่างใหญ่เริ่มเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เรย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้บดินทร์ทีละน้อย แรงกดดันระดับ SSS ที่ถูกกดทับไว้พวยพุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ฮันด์กิลด์ใหญ่ถึงกับหายใจไม่ออก เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "และตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป..." เรย์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าบดินทร์ กระซิบด้วยน้ำเสียงกระชากวิญญาณ "ผมได้สั่งให้ระบบถอนทุนคืนทั้งหมด... ละลายกิลด์อัคคีสวรรค์ให้กลายเป็นศูนย์เรียบร้อยแล้วครับ" สิ้นคำพูดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของบดินทร์และลูกน้องทุกคนก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอทุกเครื่องแสดงข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานระดับวิกฤต: *'กิลด์ของคุณถูกฟ้องล้มละลายและถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมดโดยผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่'* บดินทร์เบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เข่าทรุดฮวบคุกเข่าลงแทบเท้าของเรย์โดยไม่รู้ตัว ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด เรย์มองดูเศษส벼กที่เคยหยิ่งผยองด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันหลังให้และพูดทิ้งท้ายกับลินินด้วยเสียงอันเป็นปกติ "ไปกันเถอะครับที่รัก ไปดูตึกทำการใหม่ของเรากันดีกว่า..." *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนสั้นๆ จากแบล็กการ์ดในมือเรย์ดังขึ้น พร้อมกับข้อความปริมาณมหาศาลที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอวิชวล: *[ยินดีด้วยครับท่านเรย์... ดันเจี้ยนระดับ SSS 'ประตูมิติ abyss' ถูกปลดล็อกและผนรวมเข้ากับอาณาจักรส่วนตัวของคุณเรียบร้อยแล้ว]* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เงาฮันเตอร์ไร้เงา" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้ค่า กับระบบมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%