เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ•ตอนที่ 8

เส้นกั้นระหว่างงานกับส่วนตัว

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
กวินท์เกลียดเสียงกระแอมกระไอที่สุดในโลก ยิ่งเป็นเสียงกระแอมแบบพร้อมเพียงกันสามคู่ประสานเสียงจากโต๊ะทำงานโซนกราฟิกด้วยแล้ว มันก็น่าเอาแฟ้มแบบแปลนสถาปัตยกรรมฟาดกบาลเรียงตัวนัก "อุ๊ย หูย แสบคอจังเลยช่วงนี้ สงสัยฝุ่น PM 2.5 มันเยอะ หรือเพราะแถאןนี้กลิ่นความหวานมันตีรวนจนแสบจมูกกันแน่นะพี่พงษ์" เสียงแซวของมินตรา กราฟิกสาวตัวแสบประจำทีมดังข้ามพาร์ทิชันกั้นโต๊ะมาแบบไม่มีความเกรงใจ นัยน์ตากลมโตเป็นประกายพราวระยับแบบที่เห็นแล้วอยากจะหยิกให้เนื้อเขียว ขณะที่พี่พงษ์ หัวหน้าทีมประมาณราคาผู้ผ่านโลกมาเยอะ ทำได้เพียงกลั้วหัวเราะในลำคอแล้วส่ายหัวเบาๆ เชิงเอือมระอา "เขาเรียกว่าน้ำตาลเรียกพี่ต่างหากมินตรา เมื่อเช้าใครนะเดินลงมาพร้อมกับผู้ชายตัวสูงๆ ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าคราม ยืนสั่งกาแฟร้านใต้ตึกแถมยังถือแก้วสลับกันกินอีกต่างหาก แหม... นึกว่าคู่รักข้าวใหม่ปลามัน" กวินท์ตวัดสายตาคมกริบมองค้อนขวับไปยังต้นเสียง มือเรียวที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาแพงถึงกับหยุดชะงัก เขาอยากจะอ้าปากเถียงใจแทบขาดว่ามันเป็น 'ความจำเป็นทางธุรกิจ' และ 'อุบัติเหตุทางสายตา' ล้วนๆ ที่เขาดันคว้าแก้วกาแฟผิดแก้วกับอีตาภีมวิศวกรหน้าตายคนนั้นเมื่อเช้า แต่ถ้ายิ่งเถียง ยัยพวกนี้ก็ยิ่งได้ใจและโยงไปไกลถึงขั้นขึ้นทะเบียนสมรสกันพอดี "ถ้าว่างงานกันมากนัก เดี๋ยวฉันจัดรายการคำนวณโครงสร้างฐานรากตึกระฟ้าสิบแปดชั้นให้ไปนั่งคีย์เล่นดีไหมคะมินตรา งานในมือพวกเธอนี่เคลียร์เสร็จหมดแล้วใช่ไหม ถึงได้มีเวลามานั่งวิเคราะห์พฤติกรรมความเป็นอยู่ของเพื่อนร่วมงานอย่างละเอียดลออขนาดนี้" น้ำเสียงนุ่มทว่าเจือกระแสเฉียบคมเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาทุกคนในออฟฟิศถึงกับหุบยิ้มฉับพลัน กวินท์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อยโดยอัตโนมัติเมื่อกลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นจมูก—กลิ่นซีดาร์วู้ดเจือความเย็นสะอาดของเปปเปอร์มินต์—ลอยวนอยู่ใกล้แค่เอื้อม ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปดูเนี้ยบกริบของภีมก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สายตาคมดุภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองรอบออฟฟิศด้วยมาดของหัวหน้าโปรเจกต์ผู้ทรงอำนาจจนทุกคนต้องรีบก้มหน้าก้มตาจ้องจอคอมพิวเตอร์ราวกับมีไฟลนก้น ภีมไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาวางเอกสารปึกใหญ่ลงบนโต๊ะทำงานของกวินท์ เสียงกระดาษกระทบพื้นโต๊ะดังปึกเบาๆ แต่กลับเรียกความสนใจจากคนตัวเล็กได้ทันที "เอกสารแก้ไขแบบโครงสร้างท่อระบายอากาศ ชั้นสามสิบสอง... นายตรวจดูหรือยังว่ามันขัดแย้งกับเสาหลักรับน้ำหนักตรงโซน, เอ่อ..." ภีมชะงักไปนิดเมื่อโน้มตัวลงมาใกล้จนไหล่กว้างเกือบจะเบียดชิดกับเก้าอี้ทำงานของกวินท์ ระยะห่างที่ลดลงอย่างกะทันหันทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงถนัดตา "ผมตรวจดูรอบที่สามแล้วครับคุณภีมวิศวกรผู้รอบคอบ ไม่ต้องห่วงหรอกว่าแบบมันจะพังลงมาก่อนตึกสร้างเสร็จ" กวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงติดจะประชดประชันนิดๆ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับมีความท้าทายแพรพราว "หรือว่าที่คุณเดินมาถึงนี่ เพราะกลัวผมจะทำงานพลาด... หรือแค่อยากหาข้ออ้างมาเดินวนเวียนแถวโต๊ะผมกันแน่ล่ะครับ" ประโยคยอกย้อนที่ตั้งใจจะกวนประสาทกลับทำให้คนฟังชะงักไปชั่วขณะ ภีมไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับหรี่ลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ แบบที่กวินท์เกลียดนักหนา เพราะมันชวนให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังถือไพ่เหนือกว่าอยู่ตลอดเวลา "ปากเก่งขึ้นนะกวินท์" ภีมโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่มีเพียงแค่สองคนได้ยิน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดข้างแก้วทำให้สถาปัตยกรรมหนุ่มถึงกับต้องเอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ "ถ้ามีเวลามานั่งเถียงเรื่องไร้สาระกับคนอื่น สู้เอาเวลาไปตรวจสเปกวัสดุกระจกนิรภัยที่ฉันเพิ่งส่งอีเมลไปให้เมื่อกี้จะไม่ดีกว่าเหรอ" "ก็อีเมลของคุณมันเพิ่งเด้งเข้ามาเมื่อห้านาทีที่แล้วนี่ครับ ใครจะไปตาไวเป็นสัปตرزเหมือนคุณเล..." "ถ้าอย่างนั้นก็ลุกขึ้น" ภีมพูดตัดบทหน้าตาเฉย มือหนายื่นลงมาคว้าข้อมือเรียวของกวินท์ไว้หลวมๆ แต่เด็ดขาดจนอีกฝ่ายขยับหนีไม่พ้น "ไปห้องประชุมเล็กด้วยกัน ฉันมีเรื่อง 'เฉพาะกิจ' ที่ต้องเคลียร์กับนายให้รู้เรื่องเกี่ยวกับเส้นกั้นระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัวที่คนอื่นเขากำลังเม้าท์กันอยู่นี่แหละ" ประโยคหลังภีมจงใจกดเสียงต่ำลง ทอดสายตาไปยังโต๊ะทำงานรอบข้างที่ตอนนี้ทุกคนแกล้งทำเป็นก้มหน้าจอแต่หูผึ่งกันหมดแล้ว กวินท์รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธที่โดนต้อน หรือเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของอีกฝ่ายที่ยังคงกุมข้อมือเขาไว้กันแน่ "ปล่อยเลยนะ ใครจะไปกับคุณ ใครเขาสนใจเรื่องเม้าท์กันล่ะ ปล่อยสิครับคุณภีม!" กวินท์พยายามดึงข้อมือตัวเองกลับ แต่แรงดึงมหาศาลจากวิศวกรหนุ่มกลับทำให้เขาต้องลุกขึ้นยืนตามแรงบังคับอย่างเสียไม่ได้ ร่างสูงไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังเดินนำกึ่งลากกวินท์ให้เดินตามเข้าไปในห้องประชุมกระจกใสที่ตั้งอยู่มุมสุดของออฟฟิศ ท่ามกลางสายตานับสคู่ที่มองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุดยอด มินตราถึงกับทำมือเป็นรูปกล้องถ่ายรูปแล้วทำปากมุบมิบว่า *'ฟินมากแม่ คู่นี้ต้องมีซัมethings แน่ๆ'* จนกวินท์อยากจะเอาปี ปี๊บคลุมหัวหนีอายเสียเดี๋ยวนี้ แกร็ก! เสียงล็อกกลอนประตูกระจกห้องประชุมดังขึ้นเบาๆ ภีมจัดการปิดมู่ลี่ปรับแสงอัตโนมัติลงครึ่งหนึ่ง บรรยากาศภายในห้องที่เคยโปร่งโล่งกลับกลายเป็นพื้นที่ปิดทึบและเป็นส่วนตัวขึ้นมาทันตาเห็น แสงไฟสีส้มวลีอ่อนๆ จากโคมไฟเหนือโต๊ะประชุมสาดกระทบลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูจริงจังขึ้นจนน่ากลัว "คุณคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย ถึงลากผมเข้ามาในนี้!" กวินท์รีบชักมือกลับทันทีที่อีกฝ่ายปล่อยพันธนาการ ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวสูงกว่าอย่างเอาเรื่อง "ถ้าข้างนอกเขาเข้าใจผิดกันไปใหญ่โตแล้ว คุณมาทำแบบนี้มันจะไม่ยิ่งแย่ไปกันใหญ่หรือไงครับ" ภีมไม่ตอบทันที เขายืนกอดอกพิงสะโพกติดกับขอบโต๊ะประชุม ดวงตาคมกริบไล่มองสำรวจตั้งแต่เรือนผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย ใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิด ไล่ลงมาถึงริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อนตั้งแต่เช้า ท่าทางคุกคามแบบเงียบๆ นั้นทำให้กวินท์ต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "แล้วใครบอกนายล่ะ... ว่าฉันอยากจะตีเส้นกั้นเรื่องพวกนั้นจริงๆ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับทำเอาหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "คุณ... หมายความว่ายังไง" กวินท์ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มรัวเร็วกفتปกติอย่างควบคุมไม่ได้ "ก็หมายความว่า..." ภีมขยับก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนกระทั่งแผ่นหลังของกวินท์ชนเข้ากับกระจกใสเย็นเฉียบของผนังห้อง "ที่ผ่านมาฉันพยายามขีดเส้นระหว่าง 'เพื่อนร่วมงาน' กับ 'เรื่องส่วนตัว' มาตลอดนะกวินท์ แต่ดูเหมือนว่า... นายจะเป็นคนชอบเดินข้ามเส้นเข้ามาป่วนในชีวิตฉันเองตลอด ไม่ใช่เหรอ" "ผมเนี่ยนะ! คุณต่างหากที่ชอบทำตัวจู้จี้จุกจิกเรื่องของผม..." "ใช่... ฉันจุกจิก เพราะฉันเป็นห่วง" คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งทำเอาสถาปัตยกรรมหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับความตรงไปตรงมาที่จู่ๆ ก็ระเบิดออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย นัยน์ตาคมของภีมที่มองมาในตอนนี้ไม่มีแววหยอกล้อหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงเสียจนกวินท์ไม่กล้าสบตาตรงๆ "เลิกทำหน้าแบบนั้นสักที แล้วก็เลิกหงุดหงิดเวลาคนอื่นแซวเราได้แล้ว..." ภีมโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดอยู่เหนือริมฝีปากของกวินท์ "เพราะถ้าไม่อยากให้เขาแซวกันแค่เรื่องงาน... เรามาข้ามเส้นไปเป็นอย่างอื่นกันจริงๆ เลยดีไหมล่ะ" หัวใจของกวินท์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิงหายไปในอากาศเมื่อปลายนิ้วอุ่นของคนตรงข้ามเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่คางอิมเมจของเขา บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว... ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างที่กำลังจะหลุดจากเรียวปากของเขาในวินาทีนั้นเอง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%