เสียงแก้วทรงสูงกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง กลบเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบา ๆ ภายในร้านอาหารกึ่งผับสไตล์ลอฟท์ที่จัดงานเลี้ยงปิดโปรเจกต์ของบริษัท กวินท์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์ด้วยท่าทีสบาย ๆ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองรอบงานด้วยความเบื่อหน่ายปนขบขัน เมื่อเห็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดกำลังเมาแอ๋และเต้นท่าประหลาดอยู่กลางฟลอร์
"มองอะไรนักหนาคุณสถาปนิก กลัวเขาแย่งซีนความหล่อหรือไง"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นชิดริมหู พร้อมกับกลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ที่ลอยมาแตะจมูก กวินท์ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร เพราะในรัศมีสามเมตรนี้ ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ปากคอเราะร้ายได้เท่าวิศวกรโครงสร้างหน้าตายอย่าง 'ภีม' อีกแล้ว
กวินท์หันขวับ รอยยิ้มยั่วเย้าปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที "เปล่าหรอกค่ะ แค่กำลังคิดว่าถ้าคุณภีมลองไปเต้นแบบนั้นบ้าง ภาพลักษณ์วิศวกรผู้เคร่งขรึมคงพังไม่เป็นท่า น่าเสียดายที่คนแถวนี้ฟอร์มจัดเกินกว่าจะทำตัวน่ารักแบบนั้นได้"
ภีมแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่ถอดออกเหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อ) จ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มือหนายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ "ปากเก่งจริงนะกวินท์ ระวังตัวไว้เถอะ เมาขึ้นมาผมไม่แบกคุณกลับเหมือนรอบก่อนแน่"
"โอ๊ะ! พูดถึงเรื่องนั้นแล้วเจ็บใจนะ คุณทิ้งผมให้นั่งแท็กซี่กลับคนเดียวแถมยังบ่นหูชาตั้งแร็จ วันนั้นผมเมาที่ไหนกัน แค่กรึ่ม ๆ ต่างหากเล่า" กวินท์เถียงคอเป็นเอ็น นิ้วเรียวเคาะเคาน์เตอร์บาร์เบา ๆ ตามจังหวะเพลง "แต่ก็นะ... ขอบคุณสำหรับน้ำขิงแก้แฮงก์เมื่อเช้าวันนั้นด้วยค่ะ ถึงจะมาพร้อมกับคำเทศนาก็เถอะ"
คำพูดกึ่งประชดกึ่งหยอกเย้าทำให้ภีมชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองใบเนียนใสขึ้นสีเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ปรกติแล้วภีมเป็นคนควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ เป็นผู้ชายที่กำแพงหนาเตอะจนไม่มีใครเจาะทะลวงเข้าไปได้ แต่ไม่รู้ทำไม... ยิ่งเห็นรอยยิ้มรั้น ๆ กับดวงตาพราวระยับของกวินท์ในระยะประชิดแบบนี้ กำแพงที่สร้างไว้กลับเริ่มสั่นคลอนทีละน้อยอย่างน่าหงุดหงิด
"ไม่ได้อยากใจดีหรอก แค่กลัวว่าถ้าคุณเป็นอะไรไป งานโครงสร้างเฟสต่อไปจะสะดุดเพราะไม่มีคนแก้แบบตามใจสถาปนิกจอมเรื่องมากต่างหาก" ภีมแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามเบนสายตาหนีภาพริมฝีปากสีระเรื่อที่ขยับเถียงเขาฉอด ๆ
"ปากแข็งชะมัด" กวินท์พึมพำเบา ๆ แต่รอยยิ้มกลับกว้างขึ้น "ถ้างั้นเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าโปรเจกต์นี้เราใจตรงกัน... เอ้ย ใจตรงกันเรื่องงาน! เรามาดื่มชนแก้วกันสักตั้งดีไหมคะ คุณวิศวกร"
กวินท์คว้าแก้วช็อตที่พนักงานเพิ่งวางเสิร์ฟขึ้นมาสองแก้ว ยื่นให้ภีมแก้วหนึ่ง ดวงตากลมโตท้าทายอย่างเปิดเผย บรรยากาศรอบตัวราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อน ๆ ความใกล้ชิดที่ถูกบีบอัดด้วยพื้นที่แคบ ๆ และฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มทำหน้าที่
ภีมรับแก้วมาถือไว้ ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันเพียงเสี้ยววินาที แต่กลับทำให้หัวใจของคนทั้งคู่กระตุกวูบอย่างแรง
"อย่ามาท้ากวินท์ ถ้าผมเมากw..."
"ถ้าเมาแล้วทำไมคะ จะจับผมโยนลงถังขยะเหรอ ลองดูสิคะ!" กวินท์หัวسเราะคิกคัก นัยน์ตาฉ่ำน้ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ความดื้อรั้นลดทอนลงเหลือเพียงความเย้ายวนโดยไม่รู้ตัว
"ชน!"
ของเหลวสีอำพันไหลลงค 1 ร้อนผ่าวจนกวินท์ต้องย่นจมูกแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยท่าทางน่ารักน่าชังนั้นอยู่ในสายตาของภีมตลอดเวลา
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งคู่ แม้รอบข้างจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงเพลงครึกครื้น แต่พื้นที่รอบตัวกวินท์และภีมกลับแคบลงเหลือเพียงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะกัน ภีมก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนแผ่นหลังของกวินท์ชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์บาร์ เป็นการปิดตายทางหนีอย่างแนบเนียน
"คุณเมาแล้วนะกวินท์" ภีมกระซิบเสียงพร่า
"ยัง... ยังไม่เมาสักหน่อย" กวินท์เงยหน้าขึ้นเถียง แต่ระยะห่างที่เหลือเพียงคืบทำให้คำพูดที่เหลือติดอยู่แค่ริมฝีปาก ลมหายใจที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมมินต์หลอมรวมกัน ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งนาน กำแพงในใจที่เคยตั้งตระหง่านพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจ
ภีมขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ชิดยิ่งขึ้น ปลายนิ้วแกร่งเอื้อมออกไปหมายจะแตะปอยผมที่ตกลงมาเคลียแก้มเนียน ความลังเลหายวับไปกับบรรยากาศที่พาไป กวินท์เองก็ไม่ได้ถอยหนี กลับหลับตาลงช้า ๆ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เสียงตะโกนโครมครามพร้อมกับร่างของเพื่อนร่วมงานที่เซถลามาชนเข้ากับเก้าอี้ข้าง ๆ ก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนกระเจิง!
"เฮ้ย! ภีม! กวินท์! มาหลบมุมทำอะไรตรงนี้วะ ไปเต้นด้วยกันดิ!"
ภีมสะดุ้งผละตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ กวินท์เองก็ลืมตาขึ้นมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ทั้งเขินทั้งเสียดายระคนกัน
แต่ก่อนที่ภีมจะได้หันไปจัดการกับตัวต้นเรื่องที่ยืนยันเซซ้ายเซขวาอยู่ข้าง ๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกวินท์ก็สั่นครืดคราดขึ้นมาเสียก่อน
กวินท์หยิบขึ้นมาดูด้วยความรำคาญใจ แต่เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้น ๆ บนหน้าล็อกสกรีน รอยยิ้มระรื่นเมื่อครู่ก็หายวับไปกับตา สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ หันขวับมามองภีมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยแววตาที่สั่นระริก
"มีอะไร..." ภีมขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย น้ำเสียงทุ้มเจือแววห่วงใยที่ปิดไม่มิด
กวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาภีมตรง ๆ "แม่ผม... อยู่ที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาดื่มด่ำความฟินและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ•ตอนที่ 11
ปาร์ตี้ออฟฟิศที่พลิกผัน
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!