“พี่ภีมคะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานก่อสร้างแล้วค่ะ!”
เสียงร้อนรนของน้องฝึกงานดังลั่นผ่านปลายสาย มากพอจะทำให้ภีมที่กำลังงงกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือต้องขมวดคิ้วมุ่น เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและรองเท้าเซฟตี้ก้าวฉับๆ ออกจากห้องพักคนงานทันที หัวใจวิศวกรหนุ่มจอมเนียบกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ ไม่ใช่เพราะโครงสร้างมีปัญหา—เพราะเขามั่นใจในมาตรฐานของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์—แต่เป็นเพราะชื่อของ ‘ใครอีกคน’ ที่หายตัวไปจากหน้าไซต์ตั้งแต่ช่วงบ่าย
กวินท์... สถาปนิกปากกล้าคนนั้นหายไปไหน
รถกระบะคันโตจอดเทียบท่าหน้าสำนักงานชั่วคราวฝุ่นตลบ ภีมก้าวกระโดดลงมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดึงหมวกนิรภัยสีขาวออกจากศีรษะแล้วเสยผมลวกๆ สายตาคมกวาดมองไปรอบพื้นที่ก่อสร้างที่วุ่นวายกว่าปกติ เสียงเครื่องจักรเงียบลงแล้ว เหลือเพียงเสียงซุบซิบของคนงานที่มุงอยู่หน้าโครงสร้างเหล็กโซน C
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามทันทีที่เดินแหวกฝูงชนเข้าไป
“คือ... คือว่า...” น้องฝึกงานอึกอัก หน้าตาตื่นตระหนก “แบบแปลนโครงสร้างหลักฉบับปรับแก้ล่าสุด หายไปค่ะพี่ภีม! แล้ว... แล้วคุณกวินท์ก็ปีนขึ้นไปตรวจแนวคานด้านบนคนเดียวโดยไม่ใส่ฮาร์เนสเซฟตี้ด้วยค่ะ!”
ให้ตายสิ!
ภีมรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบขมับ ปากหยักเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ลำคอ แต่ลึกๆ แล้วความกลัวบางอย่างกลับกัดกินขั้วหัวใจอย่างรวดเร็ว ตาคมเงยขึ้นมองไปยังโครงเหล็กสูงตระหง่านร่างบางของสถาปนิกตัวแสบกำลังยืนกอดอกพิงเสาเหล็ก ท่าทางสบายอารมณ์สวนทางกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานข้างล่างลิบลับ
“ลงมาเดี๋ยวนี้นะกวินท์!” ภีมตะโกนก้อง เสียงตวาดนั้นทรงพลังพอจะทำให้คนงานรอบข้างสะดุ้ง
ร่างโปร่งบนที่สูงชะงัก ก้มลงมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเลิกคิ้วเรียวขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท กวินท์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด แถมยังทำท่าตะโกนตอบกลับมาหน้าตาเฉย
“อะไรเล่าคุณวิศวกร! ผมแค่มองหา ‘แรงบันดาลใจ’ แถวนี้แหละ อย่าทำหน้ายักษ์ใส่ผมได้ไหม เดี๋ยวตีนกาขึ้นหน้าไม่รู้ด้วยนะ!”
“อย่าเล่นไม่เข้าเรื่อง! ลงมาเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากให้ผมแบกคุณลงมาฟาดยันต์!” ภีมขู่ลอดไรฟัน มือหนากำหมัดแน่นด้วยความหมั่นไส้ระคนเป็นห่วงจนอยากจะจับมาตีให้ก้นลาย
ผ่านไปเกือบสิบนาที กวินท์ถึงยอมเดินลงมาจากโครงสร้างเหล็กด้วยท่าทางเรื่อยเปื่อย ใบหน้าหวานเปื้อนฝุ่นนิดหน่อยแต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย ทันทีที่เท้าแตะพื้นดิน ภีมก็ไม่รอช้า พุ่งเข้าไปคว้าข้อแขนเรียวแล้วลากตัวเข้ามุมอับสายตาของห้องเก็บของชั่วคราวทันที แรงกระชากนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอจะแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวกำลัง ‘ฟิวส์ขาด’ แค่ไหน
ปึง!
ประตูกลอนไม้ถูกปิดล็อกด้วยสะโพกหนาของภีมที่ดันกวินท์ให้ถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นๆ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายตัวโตและอารมณ์คุกรุ่นแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา
“เล่นบ้าอะไรของคุณหะกวินท์! รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน!” ภีมกดเสียงต่ำ ดุด้วยแววตาที่วาวโรจน์ไปด้วยไฟโทสะ แต่ในนั้นกลับซ่อนร่องรอยความตื่นตระหนกไว้อย่างแนบเนียน
กวินท์ไม่ยี่ห้อต่อแรงกดดัน แถมยังเชิดคางขึ้นสบตาตรงๆ รอยยิ้มมุมปากจุดประกายความยั่วเย้า “โอ๊ะ! เป็นห่วงผมเหรอครับคุณภีม นึกว่าห่วงแต่เสาเข็มกับคานคอนกรีตซะอีก”
“ผมไม่ได้ห่วงคุณ ผมห่วงงาน! ถ้าคุณตกลงมาโปรเจกต์ผมพังพอดี!”
“ปากแข็งจริงนะพ่อคุณ” กวินท์หัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตแพรวพราวทอดมองใบหน้าบึ้งตึงของอีกฝ่ายอย่างนึกสนุก “ถ้าห่วงงานนัก ทำไมไม่ลองหา ‘เบาะแส’ ที่ผมทิ้งไว้ดูล่ะครับ... เผื่อสมองวิศวกรเทวดาจะคิดอะไรออก”
พูดจบ กวินท์ก็ยกแท็บเล็ตเครื่องบางของตัวเองขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่หน้าอกแกร่งของภีม ก่อนจะสอดมันเข้า1ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายหน้าตาเฉย
“เชิญหาดูตามสบายนะ... ความลับในแบบร่างน่ะ”
ร่างโปร่งทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะอาศัยจังหวะที่ภีมชะงักผลักอกเบาๆ แล้วเปิดประตูเดินลอยชายออกไปจากห้อง ทิ้งให้วิศวกรหนุ่มยืนเคว้งอยู่กับกลิ่นหอมจางๆ และอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วกว่าปกติอย่างน่าหงุดหงิด
ภีมยกมือขึ้นหยิบแท็บเล็ตเครื่องนั้นออกจากกระเป๋าเสื้อ หน้าจอเปิดค้างไว้ที่ไฟล์แบบแปลนสถาปัตยกรรมที่เขาตรวจเช็คไปรอบคบแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติ... ไม่มีเลย จนกระทั่งนิ้วหนาเลื่อนลงไปกดเปิดดูที่หมวด ‘บันทึกย่อและแบบร่าง (Draft Notes)’ ซึ่งปกติแล้วสถาปนิกมักจะใช้จดไอเดียดิบๆ ที่ยังไม่ถูกกรอง
หน้าจอแสดงข้อความลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบของกวินท์
*‘โครงสร้างตรงโซน C แข็งแรงเกินคาด... เหมือนคนคุมงานนั่นแหละ ปากแข็ง ใจร้าย แต่ฐานรากมั่นคงชะมัด ถ้าจะพัง... คงพังเพราะอีโก้ตัวเองนี่แหละ... ป.ล. ถ้าอ่านถึงตรงนี้แล้ว เลิกทำหน้ายักษ์ใส่ผมสักทีเถอะ มันเปลืองตีนกา... จาก สถาปนิกรูปหล่อคนเดิม’*
อ่านจบ ภีมก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงค่อยๆ คลายลงทีละน้อย นัยน์ตาคมเข้มทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่เห็นร่างโปร่งกำลังยืนสั่งงานคนงานด้วยท่าทางขมักเขม้น ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกจนน่าประหลาดใจ
แต่ความสงบสุขในใจภีมอยู่ได้ไม่ถึงนาที เมื่อจู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ
ภีมกดรับด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เสียงปลายสายกลับทำให้รอยยิ้มบนมุมปากของเขาแข็งค้าง และเลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
“คุณภีมคะ! แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้คุณกวินท์... คุณกวินท์ถูกคนงานกลุ่มหนึ่งล้อมไว้ที่โซนด้านหลังไซต์งาน พวกเขาบอกว่า... แบบแปลนที่ถืออยู่มีปัญหาใหญ่ และกำลังจะทำร้ายคุณกวินท์ค่ะ!”
เพล้ง!
แท็บเล็ตในมือภีมร่วงหล่นกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียดเป็นรอยร้าว ทว่าร่างสูงกลับไม่สนใจมันแม้แต่น้อย ดวงตาสสีเข้มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งทะยานถึงขีดสุด ภีมหมุนตัววิ่งพุ่งทะยานออกไปจากห้องพักคนงานด้วยความเร็วแสง เป้าหมายเดียวในหัวตอนนี้คือการไปให้ถึงตัวกวินท์ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไป2ต่อด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ•ตอนที่ 10
ความลับในแบบร่าง
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!