"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาใกล้กว่านี้อีกเซนเดียว ฉันจะถือว่าคุณฉวยโอกาสในที่ลับตาคนนะคะ คุณวิศวกร"
กวินท์เอ่ยดักคอด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบของห้องประชุมใหญ่จนหมดทางถอย ประโยคคุกคามชวนใจสั่นจากตอนที่แล้วถูกปัดตกด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยประกายความท้าทาย ไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่ในนั้นเลยสักนิด มีเพียงความสนุกสนานที่ได้เห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้ากระตุกน้อยๆ อย่างขัดใจ
ภีมชะงักฝีเท้า ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับสถาปนิกหนุ่มห่างกันแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นมินต์เจือจางปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดเพี้ยน ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำราวนกอินทรีย์จ้องเหยื่อไล่สายมองตั้งแต่ริมฝีปากที่กำลังยิ้มเยาะเรื่อยลงมาถึงคอเสื้อที่กระดุมหลุดลุ่ยไปหนึ่งเม็ด
ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อทดสอบขีดจำกัดความอดทนของเขาโดยเฉพาะสินะ
"ปากเก่ง..." ภีมเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหมั่นเขี้ยวระคนเอือมระอา ก่อนจะยอมถอยหลังกลับไปตั้งหลักอย่างรวดเร็วก่อนที่ตัวเองจะเผลอทำตามสิ่งที่ขู่ไว้จริงๆ "เก็บความปากดีนี่ไว้ใช้ตอนเคลียร์เรื่องแบบแปลนโครงสร้างที่แก้ไม่ผ่านดีกว่าไหมครับ คุณสถาปนิก"
"อ้าว พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงคะคุณภีม แบบแปลนโซนซีของฉันมันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติจะตาย มีแต่พวกหัวทึบสมองมีแต่เหล็กกับปูนเท่านั้นแหละที่มองไม่เห็นความสุนทรีย์" กวินท์สวนกลับทันควัน ขยับตัวออกจากผนังกระจกแล้วก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูงกว่าอย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวre-adjustปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทางยียวน "อย่าบอกนะว่าคิดหาข้ออ้างไม่ได้ เลยมาหาเรื่องฉันแถวนี้แทน?"
"ผมไม่มีเวลามาเล่นขายของกับคุณหรอกนะกวินท์" ภีมถอนหายใจเฮือกใหญ่ สะบัดหน้าหนีรอยยิ้มพราวเสน่ห์นั่นราวกับกลัวตัวเองจะเผลอแพ้ทาง มือหนาเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะประชุมมากอดไว้แนบอก "งานเร่งด่วนกองเป็นภูเขา แต่คุณยังมาเดินลอยชายกวนประสาทผมอยู่ได้... ไป หยิบกาแฟของคุณแล้วไสหัวกลับไปเคลียร์งานที่โต๊ะซะ"
"โห ปากคอเราะร้ายใจดำจริงๆ เลยนะคะเนี่ย สมแล้วที่เป็นลูกรักท่านประธาน" กวินท์เบะปากคว่ำทำท่าทางหมั่นไส้ใส่ชุดใหญ่ แต่ก็ยอมหมุนตัวเดินไปหยิบแก้วกาแฟกระดาษร้อนๆ ที่วางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์แพนทรีใกล้กันมาถือไว้ในมือ
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลายลงเหลือเพียงเสียงฝีเท้าและการกระทบกันเบาๆ ของแก้วกาแฟ ทว่าความเงียบงันมักมาพร้อมกับความซุ่มซ่ามที่ไม่มีใครคาดคิด...
*เพล้ง! พรวด!*
จังหวะที่กวินท์หันหลังกลับมาพร้อมกับจะยักคิ้วกวนๆ ส่งท้าย รองเท้าหนังราคาแพงดันไปสะดุดเข้ากับมุมพรมปูพื้นห้องประชุมที่เผยอขึ้นเล็กน้อย ร่างเพรียวเซถลาเสียหลักทันทีตามสัญชาตญาณมือไม้ปัดป่ายคว้าคว้างเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
และเป้าหมายที่ใกล้ที่สุด... ก็คืออกแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาของวิศวกรหนุ่มจอมเจ้าระเบียบที่ยืนอยู่ใกล้เกินไปนั่นเอง!
"เฮ้ย!"
ภีมร้องอุทานออกมาได้แค่คำเดียว ร่างสูงก็ถูกแรงกระแทกจากคนตรงหน้าพุ่งชนเข้าเต็มแรงจนต้องก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อพยุงตัว แต่วินาทีวิกฤตยังไม่จบแค่นั้น... เพราะแก้วกาแฟร้อนจัดในมือของกวินท์ที่สะบัดตามแรงเหวี่ยง ฝาปิดหลุดออก ส่งผลให้น้ำสีน้ำตาลเข้มรสขมพุ่งกระฉอกออกมาราดรดเต็มแผงอกเสื้อเชิ้ตสีขาวของภีมจนเปียกชุ่มเป็นวงกว้าง!
ความเงียบสงบปกคลุมพื้นที่ห้องประชุมชั่วขณะ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดลอยฟุ้งปะปนไปกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ
กวินท์เบิกตากว้าง ค้างอยู่ในท่ามือข้างหนึ่งคว้าสาบเสื้อของภีมไว้แน่น ส่วนอีกมือถือแก้วกาแฟที่ตอนนี้เหลือแต่น้ำก้นแก้ว ดวงตากลมโตมองผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเองด้วยความรู้สึกผิดผสมความตกใจระคนตลกขบขัน เมื่อเห็นคราบสีน้ำตาลเข้มวงใหญ่กำลังซึมขยายวงกว้างบนอกเสื้อสีขาวแนบเนื้อจนเห็นกล้ามเนื้อแกร่งรำไร
ให้ตายเถอะ... กาแฟแก้วโปรดของเขา กลายเป็นแฟชั่นลายพิมพ์บนเสื้อเชิ้ตราคาแพงของท่านวิศวกรซึนเดระไปซะแล้ว!
"เอ่อ... คือ..." กวินท์อ้าปากค้าง สมองที่ปกติประมวลผลไวราวจรวดตอนนี้กลับตื้อตันชั่วขณะ หาคำแก้ตัวไม่ถูก
ส่วนภีม...
วิศวกรหนุ่มยืนนิ่งค้างไปสามวินาทีเต็ม ใบหน้าคมคายบึ้งตึงสนิทจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อยตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบก้มมองสภาพตัวเองที่เปียกปอนไปด้วยคราบคาเฟอีน ก่อนจะเงยขึ้นจ้องมองคนก่อเรื่องด้วยสายตาที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ
"กวินท์..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างสะกดกลั้นอารมณ์สุดขีด "นี่คุณ... จงใจแก้แค้นผมเรื่องเมื่อกี้ หรือสมองส่วนการทรงตัวของคุณมันพิการกันแน่ห๊ะ!"
"โหย คุณภีมคะ! ใครจะไปตั้งใจทำกาแฟหกใส่เสื้อราคาแพงของคุณกันเล่า อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ย่ะ ใครใช้ให้คุณมายืนเป็นเสาโทรเลขขวางทางเดินฉันล่ะคะเนี่ย!" กวินท์รีบเถียงกลับทันควันตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่มือเรียวก็พยายามจะหยิบกระดาษทิชชบนโต๊ะมาช่วยซับให้ด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ
"ไม่ต้องมาจับ!" ภีมปัดมือบางออกอย่างรวดเร็ว สีหน้าหงุดหงิดระคนรำคาญฉายชัดเจน นิ้วแกร่งดึงสาบเสื้อเชิ้ตที่เปียกชุ่มแนบลำตัวออกด้วยความหงุดหงิด "เสื้อตัวนี้เพิ่งซื้อมาใหม่นะเว้ย! แล้วบ่ายนี้ผมมีประชุมด่วนกับบอร์ดบริหารชุดใหญ่... คุณดูสภาพผมตอนนี้สิ!"
"ก็... ก็มันซักออกนี่คะ หรือถ้าซักไม่ออก เดี๋ยวฉันออกเงินตัดให้ใหม่ตัวนึงเลยเอ้า ใจร้อนเป็นเด็กไปได้" กวินท์ยังคงลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ พร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้เพื่อลดความเกรี้ยวกราดของอีกฝ่าย
"มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงิน!" ภีมก้าวเท้าเข้าประชิดตัวสถาปนิกปากเก่งที่ตอนนี้แผ่นหลังชนติดขอบโต๊ะประชุมอีกรอบ ดวงตาคมดุจ้องเขม็งจนกวินท์ต้องเป็นฝ่ายกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง "มันคือปัญหาความไร้ระเบียบและความซุ่มซ่ามอย่างไร้ขีดจำกัดของคุณ! อยู่ใกล้ทีไร เป็นต้องมีเรื่องให้ผมปวดหัวทุกที!"
"อ้าว คุณภีม บ่นเป็นคุณยายแก่ๆ ไปได้นะระวังแก่เร็วนะคะ" กวินท์เชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวตึกตักกับระยะประชิดนี้ "ถ้าไม่อยากให้ผมอยู่ใกล้ แล้วทำไมไม่ถอยไปล่ะคะ"
ภีมชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณหน้าผากของคนตัวเล็ก แววตาที่เคยมองด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งท่ามกลางกลิ่นกาแฟจางๆ และเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามในอกของคนทั้งคู่
ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะเตลิดเปิดเปิงไปไกลมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ก๊อกๆ*
"คุณภีมคะ เอกสารสรุปงบประมาณโครงการ... อุ๊ย!"
เสียงหวานใสของเลขาฯ สาวดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูเปิดเข้ามาเต็มแรง ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันทีเมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มจอมเนี๊ยบกำลังยืนคร่อมร่างสถาปนิกหนุ่มอยู่บนโต๊ะประชุมในสภาพเสื้อเปียกชุ่ม
ภีมและกวินท์ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน
วิศวกรหนุ่มหน้าแดงก่ำด้วยความกระอักกระอ่วน รีบจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่อย่างลิบลับ ส่วนกวินท์ได้แต่ยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขิน พึมพำเบาๆ กับตัวเอง
"เอ่อ... ขอโทษค่ะคุณภีม พอดีดิฉัน... เอ่อ... เอาเอกสารมาวางไว้ตรงนี้นะคะ" เลขาฯ สาววางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งหนีออกจากห้องปิดประตูเสียงดังปัง!
ความเงียบกลับมาเยือนห้องประชุมอีกครั้งอย่างน่าประหลาด
ภีมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ หันขวับมามองหน้ากวินท์ที่กำลังส่งยิ้มแห้งๆ ส่งมาให้อย่างสำนึกผิด (นิดหน่อย)
"พรุ่งนี้... ห้ามถือแก้วกาแฟเข้าใกล้ผมในรัศมีสามเมตรเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ!" ภีมคาดโทษเสียงเข้ม สะบัดหน้าหนีแล้วเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องประชุมไปทันที ทิ้งให้กวินท์ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่คนเดียว
แต่มุมปากหยักของสถาปนิกหนุ่มกลับยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่...
ให้ตายสิ วิศวกรจอมเฮี้ยบคนนี้ เวลาโกรธแล้วหน้าแดงหูแดงเป็นบ้า น่าแกล้งให้สติหลุดแบบนี้อีกรอบชะมัด!
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานละมุนและร่วมลุ้นไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ* ☕✨
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่หกใส่เชิ้ตขาว
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!