เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ•ตอนที่ 2

มาตรฐานวิศวกรกับรสนิยมสถาปนิก

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
"...หรือว่า นายคือ..." คำพูดที่ค้างคาจากตอนที่แล้วทิ้งน้ำหนักลงกลางห้องประชุมใหญ่ที่เงียบกริบราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลา ภีมพึมพำประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ทว่ากลับก้องกังวานในโสตประสาทของกวินท์ ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มจ้องมองใบหน้าของสถาปนิกตัวแสบเขม็ง ราวกับกำลังพยายามค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำบางอย่างที่หล่นหายไปในอดีต กวินท์กลืนน้ำเหนียวลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายตาในยามนี้ของภีมมันแปลกประหลาดเกินกว่าจะรับมือ *บ้านน่าอยู่หลังนั้น... คืนฝนตกวันนั้น... หรือว่าไอ้บ้าน้ำแข็งนี่จะจำสถาปนิกฝึกหัดที่เคยโดนมันไล่ตะเพิดออกจากไซต์งานเมื่อสามปีก่อนได้วะเนี่ย!* "ผม... ทำไมเหรอครับ คุณภีม?" กวินท์เลือกที่จะสวนกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก พยายามกลบเกลื่อนพิรุธสุดฤทธิ์ พร้อมทั้งเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์มของคนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "ถ้าจะทักทายกันด้วยเรื่องหน้าตา ผมว่าเก็บไว้ชมตัวเองตอนส่องกระจกจะดีกว่านะครับ หน้าอย่างผมเนี่ย หาไม่ได้อีกแล้วในวงการสถาปัตย์หรอก การันตีความหล่อโดยนิตยสารบ้านและสวนฉบับล่าสุดด้วยซ้ำ" ภีมกะพริบตาปริบๆ เสน่ห์แพรวพราวและความกวนประสาทที่พรั่งพรูออกมาเมื่อครู่ ดึงสติวิศวกรหนุ่มให้หลุดจากห้วงความคิดในอดีตทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ *ไม่ใช่... ยัยเด็กฝึกงานปากมากคนนั้นเป็นผู้หญิงผมยาวมัดจุก ร้องไห้ขี้มูกโป่งใส่รองเท้าเซฟตี้เขาเมื่อสามปีก่อน ไม่ใช่ไอ้ปากหมาหน้าหล่อกวนประสาทที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้แน่ๆ* "หลงตัวเอง" ภีมพ่นคำนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หัวโต๊ะประชุมอย่างแรง "ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณยังพอมีพื้นที่เหลือสำหรับการทำงาน กรุณาเลิกเพ้อเจ้อแล้วเปิดโปรเจกต์แปลนตึกขึ้นมาดูซะ เราไม่ได้มีเวลามาเล่นเกมทายใจกัน" "อ้าว คุณนี่มัน..." กวินท์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด มือเรียวบางตบลงบนโต๊ะประชุมเสียงดัง *ปัง!* จนผู้บริหารระดับสูงและทีมงานคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะถึงกับสะดุ้งเฮือก "ฟังให้ดีนะครับคุณภีมวิศวกรยอดนักบงการ" กวินท์โน้มตัวไปข้างหน้า สายตาดุดันจ้องตรงไปยังดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว "แปลนที่ผมออกแบบเนี่ย มันผ่านการคำนวณสัดส่วนการใช้สอยและหลักสุนทรียศาสตร์มาอย่างดีเยี่ยม ไม่ใช่สักแต่จะเอาเหล็กแท่งตันๆ มาค้ำยันไว้ให้ตึกมันรอดพ้นจากแผ่นดินไหวแบบที่คุณชอบทำหรอกนะ ตึกมันมีชีวิตนะเว้ย ไม่ใช่ไซโลเก็บพืชผลทางการเกษตร!" ห้องประชุมทั้งห้องเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม ชนิดที่ว่าถ้าเข็มสักเล่มตกพื้นคงได้ยินเสียงกังวาน ทีมงานฝ่ายโครงสร้างและฝ่ายสถาปัตย์ต่างพากันหดหัว เงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะรู้ดีว่าคู่นี้เจอกันทีไร บรรยากาศมักจะคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของดินประสิวและสงครามประสาททุกที ภีมแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเรียบเฉึงของเขาฉาบไว้ด้วยความเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองนายเอกที่กำลังฮึดฮัดหน้าดำหน้าแดงด้วยสายตาราวกับกำลังมองเด็กน้อยกำลังอาละวาด "ชีวิตเหรอ?" ภีมทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังแต่ชวนหมั่นไส้สิ้นดี "สถาปนิกอย่างคุณคงสนใจแต่ความสวยงามของเส้นโค้งกับกระจกใสแจ๋วสินะครับ ถึงได้ลืมคิดไปว่าถ้าเกิดพายุเข้าแล้วกระจกพวกนั้นปลิวไปตัดคอคนตาย ใครจะรับผิดชอบ? ฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือว่าคุณ?" "นี่คุณกำลังดูถูกรสนิยมและความรับผิดชอบของผมเหรอ!" กวินท์กัดฟันกรอด สันจรามขึ้นเป็นสันนูนด้วยความโกรธ "ฟังก์ชันการใช้งานกับความงามมันไปด้วยกันได้เว้ย ถ้าคุณเปิดใจกว้างให้มากกว่าท่อระบายน้ำในสมอง คุณก็จะเห็นว่าพื้นที่ตรงโซนกลางเนื้อมันโปร่งโล่งเพราะ..." "เพราะคุณอยากให้มันสวยงามเผื่อถ่ายรูปลงอินสตาแกรมใช่ไหมล่ะ?" ภีมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเน้นย้ำทีละพยางค์อย่างเจ็บแสบ "ตื่นครับคุณกวินท์ นี่คือตึกสำนักงานพาณิชย์เกรด A ไม่ใช่คาเฟ่อมยิ้มสไตล์มินิมอลที่จะมานั่งจิบลาเต้แล้วมองท้องฟ้า ถ้าเสาต้นนี้ถูกย้ายออกไปตามที่คุณต้องการตามแบบโครงสร้าง 'เพ้อฝัน' ของคุณนะ อีกสามเดือนตึกนี้ได้กลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความอัปยศแน่นอน" "ไอ้..." กวินท์อ้าปากค้าง สมองประมวลคำด่าไม่ทันเพราะความโมโหแล่นพล่านไปทั่วร่าง มือเรียวคว้าปากกาไวท์บอร์ดขึ้นมาทำท่าจะปาใส่หัวอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดที่ว่ายังมีท่านประธานบริษัทนั่งมองอยู่หัวโต๊ะด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับกำลังดูละครหลังข่าวรอบพรีเมียร์ "พอๆๆ ครับคุณภีม คุณกวินท์" ท่านประธานยกมือห้ามทัพด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "ผมเรียกประชุมวันนี้ไม่ได้ต้องการให้พวกคุณมาเปิดศึกแลกหมัดกันนะ แต่ผมต้องการผลลัพธ์ที่ลงตัวระหว่างโครงสร้างที่แข็งแรงกับดีไซน์ที่ขายได้... เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมให้เวลาพวกคุณสองคนไปสุมหัว... อ้ะ ไปปรึกษาร่วมกันที่ห้องทำงานส่วนตัวของผมชั้นสิบห้า เป็นเวลาสามชั่วโมงเต็ม ถ้ายังไม่ได้ข้อสรุปที่ลงตัว ห้ามออกจากห้องเด็ดขาด!" สิ้นคำประกาศิตของท่านประธาน กวินท์และภีมถึงกับหันขวับมามองหน้ากันพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย *อะไรนะ?! ให้ไปขังอยู่ในห้องเดียวกันสองต่อสองสามชั่วโมง?! นี่มันทัณฑ์ทรมานชัดๆ!* "แต่ท่านประธานครับ/ครับ..." ทั้งสองคนประสานเสียงกันปฏิเสธขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แต่ท่านประธานกลับโบกมือไล่ส่งอย่างไม่ใยดีก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้พวกเขาสองคนเผชิญหน้ากันท่ามกลางสายตาแซวๆ ของเพื่อนร่วมงานที่ทยอยเก็บของเดินออกตามกันไปทีละคนสองคน ไม่นานนัก บรรยากาศภายในห้องประชุมก็ว่างเปล่า เหลือเพียงความเงียบและแรงกดดันมหาศาลที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ กวินท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คว้าแฟ้มงานของตัวเองขึ้นมาแล้วก้าวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องประชุมมุ่งตรงไปยังลิฟต์ทัน โดยไม่คิดจะรอวิศวกรหนุ่มจอมบงการเลยแม้แต่น้อย ทว่า... ขายาวๆ ของภีมกลับก้าวตามมาทันอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่เดินมาขนาบข้างในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกของกวินท์จนต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "เดินหนีทำไมล่ะครับ สถาปนิกคนเก่ง หรือว่าเถียงสู้ผมไม่ได้แล้ว?" เสียงทุ้มกระซิบกระซับอยู่ข้างหู น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่ที่ทำให้กวินท์ต้องหันไปค้อนควับ "ใครหนี? ผมแค่อากาศข้างในมันเป็นพิษเพราะมีคนปากเสียอยู่เยอะต่างหาก" กวินท์เชิดใส่ เดินกระแทកส้นเท้าเข้าไปในลิฟต์ที่เพิ่งเปิดออก ภีมก้าวตามเข้าไปติดๆ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะกดปุ่มปิดประตูลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทันทีที่ประตูปิดสนิท แรงเหวี่ยงเบาๆ ของลิฟต์ที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นสิบห้าก็ทำให้ร่างของกวินท์เสียหลักเซถลาไปชนกับแผงอกกว้างของภีมเข้าอย่างจัง หมรับ! วงแขนแกร่งสัญชาตญาณไวคว้าเข้าที่เอวบางของกวินท์โดยอัตโนมัติเพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ต้นคอของกันและกัน กวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่อยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ใบหน้าหล่อเหลาของภีมในระยะประชิดนี้มีเสน่ห์ร้ายกาจจนหัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างแรง ดวงตากลมโตของกวินท์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกฝ่าย ภีมเองก็ชะงักค้างไปเช่นกัน ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับแก้มใสของสถาปนิกหนุ่มอยู่รอมร่อ สัมผัสอุ่นนุ่มที่เอวคอดทำให้มือหนาเผลอกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเงียบงันภายในลิฟต์แคบๆ กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนดังแข่งกัน ใบหน้าของภีมโน้มต่ำลงมาอีกนิด ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา "นี่..." เสียงทุ้มพร่าต่ำเอמהขึ้นแผ่วเบา ชวนให้ใจสั่นระทึก "ปากเก่งแบบนี้... ถ้าลองเอาอย่างอื่นปิดปากดู จะยังเถียงฉอดๆ ได้อีกไหมนะ?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ หวังว่าจะฟินกับความซึนของพี่ภีมและปากแซ่บๆ ของน้องกวินท์กันนะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%