"ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณผู้ชายยังพอมีพื้นที่เหลือสำหรับการประมวลผลภาษามนุษย์ ช่วยกรุณาอ่านโน้ตสีชมพูแป้นแล้นที่ฉันแปะไว้บนหน้าแปลนแผ่นนี้ด้วยค่ะ... ว่ามันคือ 'พื้นที่สีเขียว' ไม่ใช่ 'ลานจอดรถบรรทุกสบลัฟ'!"
น้ำเสียงใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมชั่วคราวหน้าไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง กวินท์ สถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ และกางเกงสแลคเข้ารูป กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานตัวยาว แววตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบฉายแววท้าทายอย่างไม่คิดจะเกรงใจใคร
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังลอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของ ภีม วิศวกรโครงสร้างหนุ่มผู้มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าโปรเจกต์นี้ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาทันที ปล่อยให้ความเงียบกดดันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ วางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย
ดวงตาดุคมกริบของภีมราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อตัวจิ๋วแต่พยศ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงเป็นนิจบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้อยากซัดสักหมัด
"คุณสถาปนิกครับ... เอ่อ ขอโทษทีค่ะ พอดีผมติดปากคำว่าครับกับคนที่มีเหตุผลพอน่ะนะ" ภีมจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ค่ะ' ด้วยน้ำเสียงกวนประสาทสุดขีด "แต่ถ้าคุณจะกรุณาใช้สมองส่วนที่เหลือของคุณคิดสักนิดว่า โครงสร้างรับน้ำหนักตรงจุดนั้นมันต้องรองรับเสาเข็มเจาะและท่อระบายน้ำหลักของตึก คุณจะเลิกเอา 'สวนหย่อมโลกสวย' ของคุณมาเพ้อเจ้อบนแปลนวิศวกรรมสักที"
บรรยากาศในห้องประชุมเดือดปุดๆ ขึ้นมาทันที รัศมีแห่งความไม่กินเส้นแผ่ซ่านจนเลขาหน้าห้องที่ยืนถือแฟ้มอยู่มุมห้องถึงกับต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูเตรียมเผ่นหนี
กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างอันตราย รอยยิ้มหวานหยดถูกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อประชดประชันโดยเฉพาะ
"เพ้อเจ้อเหรอคะ? แปลนนี้ผ่านการคำนวณตามหลักสถาปัตยกรรมมาแล้วสามรอบ ถ้ารasคานความเข้าใจของคุณมันตีบตันจนมองไม่เห็นความสุนทรีย์ ก็บอกมาตรงๆ เถอะค่ะว่าจบวิศวะมาจากสำนักไหน จะได้ส่งโบรชัวร์โรงเรียนอนุบาลไปให้เรียนปรับพื้นฐานเรื่องการจัดพื้นที่ใช้สอยใหม่!"
"ปากดี..." ภีมพึมพำลอดไรฟัน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อช็อปวิศวะขยับเข้าประชิดตัวกวินท์อย่างรวดเร็วจนสถาปนิกหนุ่มต้องเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "ปากเก่งแบบนี้ ไม่รู้ว่าเวลาอยู่หน้างานจริงจะเก่งเหมือนตอนยืนพ่นน้ำลายใส่หน้าผมหรือเปล่า"
"ถอยไปไกลๆ เลยค่ะ ตัวก็โตซะเปล่า แต่ความเข้าใจเรื่องพื้นที่ส่วนรวมติดลบ!" กวินท์เอื้อมมือผลักอกแกร่งเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าจะขยับ แถมยังก้มตัวลงมาเอ่ยกระซิบใกล้ใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชวนให้ขนลุกซู่
"ถ้าคิดว่าแน่จริง ก็ตามผมมาดูหน้างานจริงตอนนี้เลยสครับ... เอ๊ย... คุณสถาปนิกคนเก่ง"
ภีมยักคิ้วกวนๆ ให้หนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวหยิบนิรภัยหมวกแข็งสีขาวขึ้นมาสวมแล้วเดินนำลิ่วออกไปจากห้องประชุม ทิ้งให้กวินท์ยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจนตัวสั่น
"ไอ้ผู้ชายบ้าอำนาจ! ปากร้าย ปากเสีย แถมยังหยิ่งยโสที่สุดในสามโลก!" กวินท์บ่นพึมพำกระฟัดกระเฟียดตามหลังไป แต่ขาก็ต้องรีบสาวเท้าก้าวตามออกไปติดๆ เพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ จะให้ยอมแพ้ผู้ชายหน้ามึนคนนี้ไม่มีทางซะหรอก!
แสงแดดจัดจ้าของไซต์งานสาดส่องลงมากระทบโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตดิบๆ กวินท์เดินจ้ำอ้าตามแผ่นหลังกว้างของภีมลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ของอาคารที่กำลังก่อสร้าง ระหว่างทางเต็มไปด้วยฝุ่นผงและเสียงเครื่องจักรทึบทึบ
ภีมหยุดเดินกะทันหันหน้าเสาเข็มต้นใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมอับของชั้นใต้ดิน กวินท์ที่มัวแต่ก้มหน้าบ่นอุบอิบจึงเดินชนเข้ากับแผ่นหลังหนาเข้าอย่างจังจนเซถลา
"โอ๊ย! เดินระวังๆ หน่อยส... อุ๊บ!"
กวินท์ยังไม่ทันได้โวยวายต่อ มือหนาของภีมก็คว้าหมับเข้าที่เอวบางเพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไปบนพื้นปูนขรุขระที่มีเศษเหล็กระเกะระกะ สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือที่แนบผ่านเนื้อผ้าทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก กวินท์เงยหน้าขึ้นหวังจะด่ากราด แต่ทว่า... ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันอยู่รอมร่อในระยะประชิด
ดวงตาสคมกริบของภีมที่มักจะมองด้วยความหงุดหงิดมาตลอด บัดนี้กลับฉายแววบางอย่างที่ลึกล้ำและอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างน่าประหลาด
ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภีมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปากหยักขยับจะเอ่ยบางอย่างเพื่อหยอกเย้าต่อ
"นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวคุณหัวฟาดพื้นตายคาไซต์งาน ผมคงปล่อยให้..."
"แฮ่ม! ขอโทษนะฃรับคุณภีม พอดีท่านประธานบริษัทลงมาตรวจไซต์งานกะทันหัน ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับรองแล้วครับ!"
เสียงตะโกนขัดจังหวะจากผู้ช่วยวิศวกรที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาดังขึ้น ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกให้พังทลายลงในพริบตา ภีมชะงัก ชำเลืองมองลูกน้องด้วยสายตาอยากฆ่าแกง ก่อนจะค่อยๆ ภอนมือออกจากเอวของกวินท์อย่างไม่เต็มใจนัก
กวินท์รีบกระโดดถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเคอะเขินและโกรธปะปนกัน หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สถาปนิกหนุ่มเม้มปากแน่น รีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในแววตา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ภีมกำลังจะหันหลังเดินกลับขึ้นไปด้านบนพร้อมกับผู้ช่วย สายตาคมก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ห้อยอยู่ตรงกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของกวินท์
...พวงกุญแจตุ๊กตาพุดดิ้งคาราเมลหน้าตากลมดิ๊กที่คุ้นตาอย่างประหลาด...
ดึงสติของภีมให้หยุดชะงักกึก ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยระคนตกใจ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
"หรือว่า... นายคือ..." ภีมพึมพำเสียงเบาหวิว ดวงตาจับจ้องใบหน้าของกวินท์เขม็งด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกกับ "พุดดิ้งคาราเมล" แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ•ตอนที่ 1
ยินดีที่ได้รู้จัก...ในฐานะคู่กัด
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!