รอยร้าวบนคานคอนกรีตเสริมเหล็กเกรด A ไม่เคยโกหกใคร... เช่นเดียวกับดวงตาคู่คมของธันวาในยามนี้ ที่แม้จะพยายามซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาและท่าทีนิ่งขรึม แต่มันก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของสถาปนิกผู้มองทะลุโครงสร้างหัวใจคนอย่างรินรดา
บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในสำนักงานชั่วคราวหน้าไซต์งานก่อสร้าง เอกสารคำนวณโครงสร้างนับร้อยหน้าถูกกองสุมไว้ราวกับกำแพงกั้นความรู้สึก เสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ แข่งกับความเงียบงันที่กดทับระหว่างพวกเขาทั้งสองคน
"คุณกำลังคำนวณน้ำหนักที่เกินขีดจำกัด... ไม่ใช่แค่ของตัวอาคารนะครับคุณธันวา" รินรดากล่าวขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่งแต่เจาะลึกถึงแก่นความรู้สึก เธอวางแก้วกาแฟอุ่นลงบนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่ม ช้าๆ และจงใจให้ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวโต๊ะไม้เพื่อสร้างจังหวะ
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษพิมพ์เขียว ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเป็นเส้นตรง นัยน์ตาคู่สีดำสนิทฉายแววความไหววูบชั่วขณะ ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยเกราะป้องกันตัวตามวิสัยของวิศวกรผู้เชื่อมั่นในเหตุผล
"ฟิสิกส์ไม่เคยทรยศใครครับคุณรินรดา แรงกดอัด แรงเฉือน ทุกอย่างมีสูตรคำนวณที่ตายตัว ถ้าตัวเลขมันลงตัว โครงสร้างก็ย่อมปลอดภัย... มันไม่มีพื้นที่ให้ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องหรอกครับ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงความดื้อรั้นที่พยายามปกปิดรอยร้าวภายใน
"แต่คุณกำลังลืมไปว่า มนุษย์เราไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากเหล็กเส้นและคอนกรีต" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอีกนิด เธอไม่ได้มองแบบประเมินโครงสร้าง แต่เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ตึกหลังนี้กำลังจะพัง ไม่ใช่เพราะฐานรากรับน้ำหนักไม่ไหว... แต่เพราะคนที่ออกแบบมัน กำลังแบกรับความคาดหวังของคนทั้งบริษัทไว้จนหลังแทบหักต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนกำแพงอคติของธันวา ชายหนุ่มชะงักไป ดวงตาคู่คมเบนหลบวูบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเย้ยหยันตัวเอง
"คุณนี่ช่าง... มองทะลุปรุโปร่งเสียจริงนะ" ธันวาถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้มือคลึงหว่างคิ้วอย่างอ่อนล้า รอยย่นระหว่างคิ้วของเขาบอกเล่าเรื่องราวความเครียดสะสมมาหลายคืน "คุณก็รู้ว่าบอร์ดบริหารต้องการให้โครงการนี้เสร็จก่อนกำหนดเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ผมต้องตรวจทานทุกตัวเลขด้วยตัวเอง เพราะถ้าพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว... ทุกอย่างที่ผมสร้างมามันจะพังทลายลงในพริบตา"
"เหมือนกับครอบครัวของคุณในอดีตหรือเปล่าครับ?"
คำถามย้อนกลับที่นุ่มนวลแต่บาดลึกจากปากของรินรดา ทำให้ธันวาชะงักค้าง มือที่กำลังถือแว่นนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนจนเบาหวิว
รินรดาย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แววตาของสถาปนิกสาวไม่มีการตัดสิน ไม่มีคำสั่งสอน มีเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่เกิดจากคนเคยเผชิญหน้ากับความพังทลายภายในมาแล้วเช่นกัน
"ฉันเคยอ่านประวัติของคุณ... และฉันก็เห็นวิธีที่คุณตรวจแบบแปลน" รินรดาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน "คุณระมัดระวังทุกมุม ทุกรอยต่อ เหมือนคนกลัวว่าบ้านที่ตัวเองรักจะพังลงมาทับคนข้างในอีกครั้ง... คุณธันวาคะ วิศวกรเก่งๆ ไม่จำเป็นต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าหรอกนะครับ พื้นที่ตรงนี้... ตอนนี้... คุณอนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอได้บ้าง"
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้า มันเป็นความเงียบที่เปิดโอกาสให้อากาศบริสุทธิ์ได้ไหล1ผ่านรอยร้าวของความรู้สึก
ธันวามองผู้หญิงตรงหน้า เนิ่นนาน... นานจนเขารู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายที่เต้นแรงขึ้นอย่างผิดจังหวะ เกราะป้องกันที่เขาสวมไว้แรมปีเริ่มสั่นคลอน รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของรินรดาช่างมีพลังงานบางอย่างที่ทรงอานุภาพยิ่งกว่าสมการทางคณิตศาสตร์ใดๆ ที่เขาเคยรู้จัก
"คุณนี่มัน... อันตรายจริงๆ นะครับคุณรินรดา" ธันวาพึมพำออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาที่เคยเยือกเย็นบัดนี้กลับไหวระริกสะท้อนเงาของเธอ "คุณเข้ามาในพื้นที่ที่ผมไม่เคยเปิดให้ใครเข้าใกล้... แม้แต่เงาของตัวเอง"
"บางครั้ง อาคารที่ดีที่สุด... ก็คืออาคารที่มีพื้นที่ว่างให้ลมหายใจได้เข้าออกนะครับ" รินรดายืดตัวขึ้นรอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้า "ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่า... ในฐานะที่ปรึกษา ทั้งเรื่องงานและเรื่องใจ คุณไม่ได้ตัวคนเดียวบนไซต์งานนี้หรอกนะ"
ธันวานิ่งอึ้งไปกับคำพูดนั้น หัวใจของวิศวกรผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในอก ไหลเวียนไปตามเส้นเลือดราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ปลุกเร้าให้เขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก เตรียมจะเอ่ยบางอย่างเพื่อตอบรับความห่วงใยนั้น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศอันเปราะบางและลึกซึ้งลงในเสี้ยววินาที
ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยวิศวกรหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนก ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า
"คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ผู้ช่วยละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เซนเซอร์วัดการทรุดตัวที่ฐานรากโซน C... มันส่งสัญญาณเตือนระดับวิกฤตครับ! โครงสร้างกำลังขยับตัวเร็วกว่ากำหนดถึงสามเท่า!"
ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที แว่นสายตาถูกสวมกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว บุคลิกของวิศวกรผู้เยือกเย็นกลับคืนสู่ร่างในพริบตา แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกจากโต๊ะ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาของผู้ช่วยที่ถือติดมือมาด้วย
กราฟแสดงผลการทรุดตัวไม่ได้พุ่งขึ้นเพราะความผิดพลาดทางธรรมชาติ... แต่มันมีร่องรอยการ "ถูกแก้ไข" ตัวเลขชุดคำสั่งจากรีโมทคอนโทรลภายนอกอย่างจงใจ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่ง2กำลังใจให้ตัวละครเติบโตไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ•ตอนที่ 22
พื้นที่ปลอดภัย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!