หน้าจอมอนิ터ขนาดใหญ่บนโต๊ะประชุมห้องกระจกชั้นบนสุด สะท้อนตัวเลขสีแดงฉานที่กระพริบเตือนราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายในความมืด มันไม่ใช่กราฟแสดงการทรุดตัวของดินเหมือนหลายสัปดาห์ก่อน แต่เป็นเส้นกราฟงบประมาณที่ดิ่งเหิรลงสู่วงกบติดลบอย่างไร้ความปรานี
“งอนุมัติเฟสสุดท้าย... ถูกระงับ”
เสียงของธันวาเรียบสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้สักทีละครั้ง สม่ำเสมอราวกับจังหวะนาฬิกาแห่งความตายของโครงการ
รินรดากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ เธอไม่ได้มองหน้าเขา สายตาของเธอยังคงตรึงอยู่กับร่องรอยการ "ถูกแก้ไข" ของชุดคำสั่งรีโมทคอนโทรลบนหน้าจอก่อนหน้านี้ ปมปริศนายังไม่ทันคลี่คลาย ปมการเงินก็ถูกตัดฉับลงมา ราวกับมีใครบางคนจงใจบีบให้โครงสร้างทั้งทางกายภาพและทางธุรกิจพังทลายลงพร้อมๆ กันในคราวเดียว
“บอร์ดบริหารไม่ได้โง่ ธันวา” รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของสถาปนิกสาวราบเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันระอุภายใน “พวกเขาเชี่ยวชาญตัวเลขยิ่งกว่าคุณเสียอีก ทำไมพวกเขาถึงเพิ่งมาเห็นความผิดปกติของงบประมาณก้อนนี้เอาตอนนี้ ทั้งที่โปรเจกต์ดำเนินมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว”
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ เขาย่อมรู้ดีว่าคำถามนั้นซ่อนข้อกล่าวหาที่น่ากลัวกว่าความล้มเหลวทางวิศวกรรม
“เพราะมันไม่ได้เพิ่งถูกพบ” ธันวาตอบเสียงทุ้มต่ำ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างใช้ความคิด “มีคนจงใจซ่อนตัวเลขนี้ไว้ใต้พรม ตั้งแต่เริ่มต้นประมูลโครงการแล้วครับ... รินรดา”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหู ยิ่งขับเน้นให้ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองเด่นชัดขึ้น สองขั้วความคิด—สถาปนิกผู้มองเห็นจิตวิญญาณและความงามของเส้นสาย กับวิศวกรผู้ศรัทธาในตรรกะและโครงสร้าง—กำลังยืนอยู่บนปากเหวเดียวกัน แผ่นดินไหวใต้, งบประมาณที่ถูกตัด, และรหัสลับที่ถูกแฮกจากภายนอก ทุกอย่างร้อยเรียงเข้าหากันอย่างน่ากลัว
“ถ้าโครงการล้ม...” รินรดากล่าวเสียงแผ่วเบາ ดวงตาคู่สวยไหววับชั่วขณะเมื่อภาพความทรงจำสีเทาในอดีต—วันที่ธุรกิจของครอบครัวเธอดิ่งเหวและพังทลายลงต่อหน้าต่อตา—ซ้อนทับเข้ามาในหัว “ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของเราที่จะป่นปี้ แต่คนงานนับร้อยจะตกงาน และตึกหลังนี้... จะกลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศ”
“ผมยอมให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้” ธันวาพูดแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความลังเล แต่มันไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง มันคือความมุ่งมั่นอันเย็นเยียบที่หาได้ยากยิ่ง “ฟิสิกส์ไม่อาจโกหกความจริงได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ความจริงเบื้องหลังการทุบงบประมาณครั้งนี้ ก็ต้องมีร่องรอยให้แกะรอยเช่นกัน”
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาทีเพื่อเรียกสติ เธอยืนขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยอวลในอากาศระยะประชิด สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างท้าทาย
“คุณคิดว่าใครได้ประโยชน์ที่สุดจากเรื่องนี้?” เธอกระซถามถาม นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม “ผู้รับเหมาช่วง? หรือ... คนวงในที่นั่งอยู่ในตึกนี้?”
ธันวาไม่หลบตา เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังคำนวณความเป็นไปได้นับร้อยในหัว ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พบรอยเท้าเหยื่อ
“เราไม่ต้องเดาหรอกครับ...” ธันวาเอ่ยพร้อมกับหมุนหน้าจอคอมพิวเตอร์กลับมาทางเธอ “เพราะเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ก่อนที่คุณจะเดินเข้ามาในห้องนี้ ระบบเซิร์ฟเวอร์สำรองเพิ่งตรวจพบการพยายามดึงฐานข้อมูลลับ... จากไอพีแอดเดรสภายในอาคารนี้เอง”
รินรดานิ่งงดไปทันที หัวใจกระตุกวูบ
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอก มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หยุดลงตรงหน้าประตูกระจกบานทึบ และก่อนที่กลอนประตูจะถูกบิดเปิดออกด้วยมือปริศนา แสงไฟฉุกเฉินสีแดงบนเพดานก็พลันดับวูบลง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยที่ดังสนั่นหวั่นไหวกรีดแทงโสตประสาทอย่างกะทันหัน!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ•ตอนที่ 23
ความหวังที่ริบหรี่
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!