"คุณกำลังจะบอกผมว่า โครงสร้างที่ผมคำนวณด้วยความแม่นยำระดับทศนิยมสี่ตำแหน่ง กำลังสั่นคลอนเพราะ 'ความรู้สึก' ของคุณอย่างนั้นหรือครับ รินรดา?"
เสียงของธันวาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับมาเป็นอย่างดี เขาไม่ได้เงยหน้าจากแบบแปลนที่กางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ แสงจากโคมไฟโต๊ะทำงานส่องกระทบสันกรามที่ขบแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน
รินรดาวางปากกาเขียนแบบลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงกระทบเบาๆ เธอไม่ถอยหนี แม้แรงกดดันจากชายตรงหน้าจะทำให้อากาศในห้องทำงานที่ไซต์ก่อสร้างเก่าแห่งนี้ดูเบาบางลงจนน่าอึดอัด
"ไม่ใช่ความรู้สึก แต่มันคือการสังเกตครับธันวา" รินรดาตอบกลับ นัยน์ตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของวิศวกรหนุ่ม "รอยร้าวบนคานชั้นสามไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมันไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากการทรุดตัวตามธรรมชาติที่คุณพยายามสรุปในรายงานฉบับล่าสุด มันมีจังหวะ... มีแพทเทิร์นเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นที่โครงการเอเดนเมื่อห้าปีก่อน"
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ปลายนิ้วที่กำลังเลื่อนบรรทัดฐานบนกระดาษแข็งค้างนิ่ง เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของคอนกรีตเก่าและฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่ในอากาศดูเหมือนจะกระตุ้นความทรงจำอันเลวร้ายที่เขาสั่งสมไว้ในส่วนลึกของสมองให้ตื่นขึ้น
"โครงการเอเดนจบลงด้วยความล้มเหลวเพราะความประมาทของมนุษย์ และผมหวังว่าคุณคงไม่พยายามจะลากเอาความผิดพลาดในอดีตมาป้ายสีใส่ความตั้งใจจริงของทีมงานในตอนนี้" ธันวาเงยหน้าขึ้น สบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาที่เคลือบแฝงด้วยความเจ็บปวด "เราเป็นมืออาชีพ รินรดา เราคุยกันด้วยตัวเลข ไม่ใช่ผีสางที่ฝังใจอยู่ในความทรงจำของคุณ"
"ถ้ามันคือตัวเลข แล้วทำไมมือของคุณถึงสั่นตอนที่จับดินสอกดครับ?" รินรดาถามสวนทันควัน จังหวะหัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกังวลไม่ใช่แค่กับตัวอาคาร แต่กับชายคนตรงหน้าที่กำลังพยายามปฏิเสธความเป็นจริง
ธันวาวางดินสอลงบนโต๊ะเสียงดัง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาพาดทับร่างบางของรินรดาจนมืดมิด บรรยากาศรอบข้างเงียบงันจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่รั่วซึมจากเพดานด้านนอกห้อง ความเงียบนี้ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความอัดอั้นที่รอวันระเบิดออก
"คุณไม่เข้าใจหรอกว่าสิ่งที่ผมทำอยู่คือการพยุงซากปรักหักพังของใครบ้าง" ธันวาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน "ถ้าคุณอยากพิสูจน์นัก ก็ไปหาหลักฐานมาให้เห็นกับตา ไม่ใช่มาพ่นคำพูดลอยๆ ที่ทำลายความมั่นใจของวิศวกรที่ทำงานให้คุณอยู่ตอนนี้"
รินรดาไม่ตอบ เธอเดินอ้อมโต๊ะไปที่ผนังห้องที่มีผังโครงสร้างของอาคารหลังนี้ติดอยู่ เธอใช้นิ้วชี้ไปที่จุดหนึ่งซึ่งเป็นรอยต่อสำคัญของเสาหลักกับโครงเหล็กเสริม "จุดนี้ครับ ตรงนี้คือจุดเดียวกับที่คานโครงการเอเดนเริ่มวิบัติ คุณจำได้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น... ไม่ใช่เรื่องของวิศวกร แต่เป็นเรื่องของ 'วัสดุที่ถูกสลับ' ในขั้นตอนสุดท้าย"
ธันวาชะงักกึก ความทรงจำเรื่องการคอร์รัปชันในโครงการที่เขาเคยรับผิดชอบผุดขึ้นมาเป็นภาพฉาย เขาจำรอยร้าวนั้นได้ดี มันเป็นรอยร้าวที่ไม่ได้เกิดจากน้ำหนักกดทับ แต่มันเกิดจาก 'ความว่างเปล่า' ภายในเนื้อเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน
"คุณกำลังบอกว่า..." เสียงของธันวาแผ่วลง ความเยือกเย็นถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้
"ผมกำลังบอกว่า ใครบางคนในไซต์งานนี้กำลังเล่นเกมเดียวกับที่เคยทำลายชีวิตการทำงานของคุณเมื่อห้าปีก่อน" รินรดาหันกลับมามองเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเห็นใจอย่างที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน "เราไม่ได้ทำงานอยู่บนพื้นฐานของฟิสิกส์เพียงอย่างเดียวหรอกครับธันวา เรากำลังยืนอยู่บนทุ่งสังหารที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า"
ขณะที่ธันวากำลังจะโต้แย้ง เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้ง ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของหัวหน้าคนงานก่อสร้างก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับจนเปียกโชก
"คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องแล้วครับที่ชั้นสาม... รอยร้าวนั่น... มันขยายตัวขึ้นเองจนได้ยินเสียงลั่นของโครงเหล็กครับ!"
ธันวาไม่รอช้า เขารีบคว้าไฟฉายและหมวกนิรภัยวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองรินรดา รินรดารีบวิ่งตามออกไป หัวใจของเธอหล่นวูบเมื่อนึกถึงคำพูดของเขาตอนที่ยังเรียนอยู่ด้วยกัน... *ถ้าโครงสร้างลั่นแสดงว่ามันกำลังจะตาย*
ทั้งสองวิ่งฝ่าโถงทางเดินที่มืดมิดไปยังลิฟต์ขนส่ง ทว่าในจังหวะที่ธันวากำลังจะกดปุ่มลิฟต์ เขาก็หยุดชะงัก แสงไฟจากไฟฉายในมือเขาส่องกระทบเข้ากับพื้นโถงทางเดินที่เปียกชื้นบางอย่าง มันไม่ใช่ฝน และไม่ใช่คอนกรีตที่หลุดร่อน
มันคือ 'สารเคมี' ที่ถูกราดไว้บนพื้นและโครงสร้างรอบๆ เพื่อเร่งการกัดกร่อนของเหล็ก
รินรดาเดินเข้ามาหยุดข้างๆ ธันวา แสงไฟส่องให้เห็นสภาพของเสาเหล็กที่เริ่มขึ้นสนิมแดงฉานราวกับบาดแผลที่กำลังอักเสบ ธันวายกมือขึ้นสัมผัสรอยสนิมนั้น ก่อนจะป้ายมันลงบนปลายนิ้วแล้วดม กลิ่นฉุนของกรดเข้มข้นเตะจมูกทันที
"นี่มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางวิศวกรรม" ธันวาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "นี่คือการฆาตกรรม... ที่วางแผนมาอย่างดี"
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหมุนตัวกลับเพื่อหนีออกจากจุดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากความมืดที่ปลายโถงทางเดิน เสียงนั้นหยุดลง และมีเสียงปลดเซฟตี้ของอาวุธบางอย่างดังสะท้อนผ่านความเงียบงัน...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมลุ้นไปกับรอยร้าวที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนนะครับ
สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ•ตอนที่ 21
รอยร้าวที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับวิศวกรผู้ถอดรหัสความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!