“ผมไม่ได้เพ้อเจ้อ และผมก็ไม่ได้ต้องการให้พวกคุณเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ถ้าคุณยังดึงดันจะเก็บหลักฐานเพียงแค่ ‘รอยนิ้วมือ’ ทั้งที่ฆาตกรตัวจริงยืนแสยะยิ้มอยู่ข้างหลังคุณแบบนี้ คดีนี้ก็ไม่มีวันปิดลงได้หรอกครับ”
น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าสั่นประสาทคนฟังให้เดือดดาลได้ดีนัก สายตาของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสองสามนายที่ยืนอยู่รอบศพในห้องพักแคบๆ ของอพาร์ตเมนต์ย่านชานเมืองจ้องมองผมราวกับเห็นตัวตลกที่หลุดออกมาจากโรงพยาบาลประสาท
“ริน! ผมเตือนคุณกี่ครั้งแล้วเรื่องการเข้ามายุ่มย่ามในที่เกิดเหตุ” นายตำรวจชั้นผู้น้อยคนหนึ่งขยับเข้ามาใกล้ มือขวาแตะที่ซองปืนอย่างคุกคาม “ที่นี่คือสถานที่ราชการ ไม่ใช่เวทีแสดงมายากล ถ้าคุณยังพูดจาเพ้อเจ้อเกี่ยวกับ ‘ร่องรอยไสยเวท’ อีกเพียงคำเดียว ผมจะแจ้งข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่!”
ผมไม่ได้ถอยหนี ดวงตาของผมมองทะลุผ่านความว่างเปล่าไปเบื้องหลังร่างไร้วิญญาณบนเตียง ตรงนั้น... ไอเย็นยะเยือกสีดำสนิทกำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของกรงเล็บที่ฝังลึกลงไปในผนังปูน แต่มันไม่ใช่รอยขีดข่วนธรรมดา มันคือ ‘รอยตะปบแห่งพันธสัญญา’ ที่ระบบสารบบวิญญาณของผมกำลังวิเคราะห์ข้อมูลอยู่
[สถานะ: ตรวจพบร่องรอยอาคมระดับ 2: ตราประทับเวรตะวันรุ่ง]
[คำเตือน: หากสัมผัสโดยตรง ค่าพลังวิญญาณของผู้ใช้จะลดลง 15% ภายใน 30 วินาที]
“ลองเอาน้ำมันพราย... อ้อ ขอโทษทีครับ ลองเอาไฟแช็กส่องไปที่ผนังเหนือหัวเตียงนั่นดูสิครับ” ผมพูดพลางขยับแว่นสายตา “ถ้าคุณสังเกตเห็นคราบไขมันที่ลอยตัวขึ้นมาเป็นรูปใบหน้าคนร้องไห้เมื่อถูกความร้อน นั่นแหละครับคือสิ่งที่ฆาตกรทิ้งไว้”
“ไร้สาระ!” นายตำรวจคนนั้นตวาดลั่น “ใครก็ได้ ลากตัวมันออกไป!”
จังหวะที่มือหยาบกร้านกำลังจะคว้าเข้าที่ปกเสื้อผม กลิ่นอายความกดดันอันหนักอึ้งก็แผ่ซ่านเข้ามาในห้อง อุณหภูมิโดยรอบดูเหมือนจะลดต่ำลงวูบหนึ่ง สารวัตรอัคคีเดินแหวกวงล้อมเข้ามา ใบหน้าคมเข้มของเขามีรอยบาดแผลเล็กๆ จากการปะทะครั้งก่อนหน้านี้ เขายกมือขึ้นห้ามลูกน้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับจับจ้องมาที่ผมด้วยความสงสัยระคนเหนื่อยหน่าย
“หยุด” อัคคีออกคำสั่งสั้นๆ ก่อนจะหันมามองผม “ริน... นายมีเวลาหนึ่งนาที ถ้าสิ่งที่นายพูดไม่มีความหมายอะไรเลย นอกจากการพยายามเรียกร้องความสนใจ ฉันจะส่งนายไปนั่งสงบสติอารมณ์ในห้องขังจนกว่าจะสร่างเมา”
“สารวัตรครับ คุณก็รู้ว่าผมไม่ดื่ม” ผมยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้ผนังจุดที่ระบบแจ้งเตือนไว้ “รอยนิ้วมือที่คุณตามหาอยู่บนด้ามมีดน่ะ มันเป็นของปลอมที่ถูกปั้นขึ้นมาจากขี้ผึ้งอาคม แต่ไอ้สิ่งที่ผมกำลังชี้ให้ดูนี่... มันคือลายนิ้วมือที่ประทับลงไปบน ‘มิติเงา’ ของฆาตกรตัวจริง”
อัคคีขมวดคิ้ว เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ผม สารวัตรหนุ่มผู้นี้แม้จะบูชาเหตุผลและวิทยาศาสตร์ แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่า ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่กฎหมายเข้าไม่ถึง และเขาเองก็เคยเห็นผมแสดง ‘ปาฏิหาริย์’ ที่หาสาเหตุไม่ได้มามากพอที่จะไม่มองข้ามผมไปเสียทีเดียว
เขาหยิบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงออกมา แล้วจุดไฟลนไปที่ผนังปูนเปลือยตรงจุดที่ผมชี้
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักทันที เมื่อกลุ่มควันและไอความร้อนเริ่มเผยให้เห็นรอยประทับที่ซ้อนทับกันอยู่บนกำแพง ไม่ใช่รอยนิ้วมือธรรมดา แต่มันคือลวดลายที่หมุนวนราวกับก้นหอยสีเขม่าดำที่กำลังบิดเบี้ยวคล้ายใบหน้ามนุษย์ที่กำลังกรีดร้องในความทรมาน
อัคคีชะงัก ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด “นี่มัน... สารเคมีชนิดไหนกัน”
“ไม่ใช่สารเคมีหรอกครับสารวัตร แต่มันคือ ‘ร่องรอยการดึงวิญญาณออกจากร่าง’ เมื่อวานนี้” ผมลดเสียงลงต่ำ “คนร้ายไม่ได้แค่ฆ่าเหยื่อ แต่มันกำลังทำ ‘พิธีกรรม’ บางอย่างเพื่อรวบรวมอาถรรพ์ และที่น่ากลัวกว่านั้น...”
ผมชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นตัวเลขสีแดงกระพริบถี่ๆ ที่มุมขวาบนของเลนส์ตาทิพย์
[ตรวจพบการบุกรุกของพลังงานวิญญาณที่ไม่ระบุตัวตน]
[ระดับความอันตราย: ระดับ SSS]
[เป้าหมาย: กำลังพุ่งตรงมาที่ตำแหน่งนี้ภายใน 10 วินาที]
สีหน้าของผมเปลี่ยนไปทันที ความเป็นสุภาพบุรุษที่สงบนิ่งหายไปจนหมดสิ้น “สารวัตร! ถอยออกมา เดี๋ยวนี้!”
“ทำไม? นายจะเล่นอะไรอี...”
ยังไม่ทันที่อัคคีจะพูดจบ บานหน้าต่างที่ปิดสนิทอยู่ก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับกระแสลมที่หอบเอาเถ้าถ่านจากไหนไม่รู้พุ่งเข้ามาในห้อง ราวกับมีใครบางคนในความมืดที่มองไม่เห็นกำลังพุ่งเข้ามาจู่โจมด้วยโทสะที่บ้าคลั่ง สารวัตรอัคคีชักปืนออกมาอย่างรวดเร็ว แต่กระสุนที่เขายิงออกไปกลับทะลุผ่านความว่างเปล่าไปราวกับยิงใส่เงา
ทว่าสิ่งที่น่าตกใจที่สุดไม่ใช่การจู่โจม... แต่เป็นข้อความสีทองสว่างวาบที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าผมเพียงคนเดียว
[ภารกิจหลักบทที่ 2: ปิดผนึกเงาอาถรรพ์ที่มาเยือน]
[เงื่อนไข: หากพ่ายแพ้ ท่านจะสูญเสียความสามารถในการมองเห็นวิญญาณถาวร]
[ผู้มาเยือน: บอสลับ... ผู้พิทักษ์ประตูสู่นรกขุมที่หก กำลังลืมตาตื่น!]
พื้นห้องใต้เท้าผมสั่นสะเทือน เสียงหัวเราะแหลมสูงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ไม่ใช่แค่ผมที่ได้ยิน... อัคคีหันขวับมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็นมาก่อน
“ริน... เสียงนั่น... นายก็ได้ยินใช่ไหม?”
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพราะในวินาทีถัดมา ผนังห้องที่เคยเป็นปูนก็เริ่มละลายกลายเป็นหลุมดำลึกสุดหยั่ง และมือสีขาวซีดไร้หนังหุ้มคู่หนึ่งก็กำลังยื่นออกมาจากรอยแยกมิตินั้น เพื่อกระชากวิญญาณของพวกเราทุกคนลงไป
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเข็มทิศมองวิญญาณในคดีนี้ครับ หากท่านอยากทราบว่าพวกเราจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของสิ่งที่ก้าวออกมาจากนรกนี้ได้อย่างไร โปรดติดตามในตอนถัดไปนะครับ
เซียนคดีอาถรรพ์: อย่าท้าทายวิญญาณถ้ายังไม่ได้อ่านคู่มือ•ตอนที่ 2
หลักฐานที่ไม่มีตัวตน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคดีอาถรรพ์: อย่าท้าทายวิญญาณถ้ายังไม่ได้อ่านคู่มือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
