"ใบอนุญาตเข้าสู่ดันเจี้ยนระดับบีพลัสของพวกเธอ... ถูกระงับค่ะ"
เสียงของพนักงานต้อนรับสาวประจำกิลด์ 'ศิลาอัคคี' ดังขึ้นท่ามกลางความจอแจของโถงใหญ่ ประโยคเรียบง่ายแต่ไร้ซึ่งเยื่อใยนั้นทำเอาบรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งลงในชั่วพริบตา เรย์ไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือทุบโต๊ะโวยวายอย่างที่ฮันเตอร์หน้าใหม่ทั่วไปพึงกระทำ ดวงตาสนิมเหล็กของเขายังคงนิ่งสงบ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังเคาะเบาๆ บนเคาน์เตอร์ไม้เนื้อแข็ง เป็นจังหวะสามัญที่เอลาร่าซึ่งยืนกอดอกอยู่เบื้องหลังจำได้ขึ้นใจ—สัญญาณเตือนภัยว่าสมองกลยุทธ์ของมาสเตอร์หนุ่มกำลังคำนวณความเป็นไปได้นับร้อยรูปแบบในเสี้ยววินาที
เอลาร่าก้าวออกมายืนเคียงข้าง ร่างเพรียวในชุดเกราะหนังสีเข้มส่งเสียงกระทบกันเบาๆ นัยน์ตาสีไพลินจ้องมองเอกสารตราประทับสีแดงฉานที่ถูกเลื่อนกลับมาด้วยสายตากดดัน "ระงับ? ทั้งที่เราทำเรื่องยื่นเอกสารล่วงหน้าและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎของสมาคมทุกประการ กิลด์ศิลาอัคคีใช้อำนาจอะไรมาอ้างสิทธิ์ในการกีดกันพวกเรา"
"ต้องขออภัยด้วยนะคะคุณเอลาร่า... เอ่อ พอดีทางหัวหน้ากิลด์และคณะกรรมการบริหารระดับสูงเพิ่งอนุมัติคำสั่งฉุกเฉินเมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา" พนักงานสาวหลบสายตา กลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อต้องเผชิญกับออร่ากดดันอันทรงพลังของอดีตองครักษ์ "พวกเขาให้เหตุผลว่า... เด็คการ์ดของคุณเรย์มี 'สถานะความเสี่ยงสูง' และยังไม่มีผลงานการันตีความปลอดภัยที่มากพอ เกรงว่าจะกลายเป็นภาระและสร้างความเสียหายให้แก่ปาร์ตี้ระดับสูงที่จะลงไปเคลียร์ดันเจี้ยน 'วิหารอัคคีทมิฬ' ในสัปดาห์นี้ค่ะ"
คำว่า 'ภาระ' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงที่เจือความเย้ยหยันจากใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้ เรย์ปรายตาไปมองเล็กน้อย ก็พบกับร่างหนาของ 'แบรด' หัวหน้าหน่วยจู่โจมแนวหน้าของกิลด์ศิลาอัคคี ร่างกายของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบและกล้ามเนื้อที่อัดแน่นด้วยมานาธาตุไฟ เขากำลังเหยียดยิ้มหยัน พลางควงกริชเคลือบพิษในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์
"ได้ยินชัดแล้วสินะ เจ้าเด็กไร้แรงค์" แบรดหัว'เราะในลำคอ ก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากเรย์เพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายความกดดันระดับฮันเตอร์แรงค์ A แผ่ขยายออกมาราวกับจะกดให้คนตรงหน้าคุกเข่าลง "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น อยากจะหยิบการ์ดกระดาษกากๆ ขึ้นมาฮีลหรือเพิ่มพลังแล้วทำตัวเป็นฮีล러ร์ฝึกหัดก็ไปทำที่อื่น ดันเจี้ยนวิหารอัคคีทมิฬน่ะ มีแต่นรกสำหรับคนจริง พวกเราไม่ต้อนรับพวกมือสมัครเล่นที่ใช้เส้นสายไต่เต้าขึ้นมาหรอกนะ... อ้อ เดี๋ยวก่อน ฉันลืมไป นายไม่มีเส้นสายต่างหาก นายมันก็แค่เศษสวะที่ระบบสุ่มค่าพลังเริ่มต้นให้เป็นศูนย์แล้วบังเอิญรอดตายมาจากดันเจี้ยนหินผาเมื่อครั้งก่อนแค่นั้นเอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณโต๊ะประชาสัมพันธ์ ฮันเตอร์รอบข้างเริ่มหันมามองและซุบซิบกันด้วยสายตาดูแคลน บ้างก็หัวเราะเยาะ บ้างก็สมเพช การกีดกันฮันเตอร์อิสระหน้าใหม่โดยกิลด์ใหญ่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในโลกแห่งนี้ หากใครไม่มีแบ็กอัพหรือผลประโยชน์มากพอจะถูกบดขยี้ให้จมดินอย่างไร้ความปรานีเสมอ
เอลาร่ากำด้ามดาบแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอพร้อมจะชักอาวุธเข้าปะทะทุกเมื่อหากเรย์ส่งสัญญาณเพียงนิดเดียว ความโกรธเกรี้ยวทำให้มานาในร่างกายของเธอปั่นป่วนจนอากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทว่า... เรย์กลับยกมือขึ้นแตะแขนของเอลาร่าเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นทำให้เพลิงโทสะในอกของหญิงสาวสงบลงอย่างน่าประหลาด เอลาร่าสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวตามคำสั่งเงียบๆ นั้น เธอรู้ดีว่าเวลาที่เรย์นิ่งเงียบและไม่แสดงอารมณ์โกรธ คือเวลาที่อันตรายที่สุดสำหรับศัตรู
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับแบรด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจ็บปวด หรือโกรธแค้นเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของผู้เล่นหมากรุกที่กำลังมองดูคู่ต่อสู้เดินหมากตกลงไปในหลุมพรางที่ตนขุดไว้พอดิบพอดี
"คำสั่งฉุกเฉิน... อ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัยของปาร์ตี้ และประเมินว่าเด็คการ์ดของผมมีความเสี่ยงสูงสินะครับ" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กังวานชัดเจนพอที่จะให้ทุกคนในโถงได้ยิน "น่าสนใจมากครับ คุณแบรด"
"แกหมายความว่ายังไงไอ้เด็กเวร?" แบรดขมวดคิ้ว รู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีที่สุขุมเกินวัยของเด็กหนุ่มตรงหน้า
"ผมแค่กำลังคิดว่า... กิลด์ศิลาอัคคีที่ยิ่งใหญ่ มีสมาชิกแรงค์ A แถวหน้าคอยค้ำจุน ทำไมถึงต้องหวาดกลัวการเข้าร่วมดันเจี้ยนระดับบีพลัสของฮันเตอร์ไร้แรงค์อย่างผมขนาดนี้?" เรย์เอียงคอมองเล็กน้อย ดวงตาสนิมเหล็กเป็นประกายคมกริบ "หรือว่า... ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ 'บอสชั้นที่สี่' ของวิหารอัคคีทมิฬ ที่พวกคุณเพิ่งเสียหน่วยลาดตระเวนไปเมื่อสามวันก่อน มันไม่ได้ง่ายอย่างที่รายงานทางกิลด์ประกาศออกมากันแน่นะครับ?"
สีหน้าของแบรดเปลี่ยนสีไปในเสี้ยววินาที รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีสั้นๆ แต่ความผิดปกตินั้นก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการคำนวณความน่าจะเป็นของเรย์ไปได้
"แก... พูดเรื่องบ้าอะไรวะ! อย่ามาเบี่ยงเบนประเด็นนะ!" แบรดขึ้นเสียงกลบเกลื่อน พลางปล่อยจิตสังหารระดับแรงค์ A กดดันใส่เรย์โดยตรง หวังจะให้เด็กหนุ่มสำลักเลือดและคุกเข่าต่อหน้าธารกำนัล
แต่เรย์กลับยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงราวกับขุนเขา เอลาร่าก้าวออกมาบังด้านหน้าครึ่งหนึ่ง ปลดปล่อยแรงกดดันจากมานาสีครามเข้าต้านทานแรงกดดันนั้นจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ ของอากาศรอบตัว
"ผมไม่ได้เบี่ยงเบนประเด็นครับ... ในเมื่อพวกคุณอ้างสิทธิ์ในการระงับใบอนุญาตของผมด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย งั้นเรามาเดิมพันกันตามกฎของสมาคมนักล่าดีไหมครับ?" เรย์ก้าวเท้าออกมายืนเผชิญหน้ากับแบรดตรงๆ โดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"เดิมพัน? แกเนี่ยนะจะมาต่อรองอะไรกับกิลด์ศิลาอัคคี?" แรือดเค้นเสียงหัวเราะอย่างดูถูก
"ถ้าเด็คการ์ดของผมสามารถผ่านบททดสอบเฉพาะกิจที่ทางกิลด์ใหญ่จัดขึ้นเพื่อวัดฝีมือฮันเตอร์อิสระได้ภายในเวลาที่กำหนด... ไม่เพียงแต่ผมกับเอลาร่าจะต้องได้สิทธิ์ลงดันเจี้ยนวิหารอัคคีทมิฬเท่านั้น แต่กิลด์ศิลาอัคคีจะต้องเปิดเผยข้อมูลเส้นทางลับชั้นที่สี่ให้เราด้วย" เรย์ยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงพลัง
"แล้วถ้าแกแพ้ล่ะวะ? หมาข้างถนนอย่างแกมีปัญญาเอาอะไรมาแลก!" แบรดตวาดลั่น เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มหลุดจากการควบคุม
"ถ้าผมแพ้... เด็คการ์ดทั้งหมดของผม รวมถึงสิทธิ์การเป็นฮันเตอร์อิสระของพวกเราจะถูกสละให้กิลด์ศิลาอัคคีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น และพวกเราจะไม่มีวันเหยียบเข้ามาในเขตอิทธิพลของกิลด์นี้อีกเลยตลอดชีวิต"
คำประกาศกร้าวที่เดิมพันด้วยอนาคตทั้งหมดทำให้ทั่วทั้งโถงกิลด์เงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มร่างโปร่งด้วยความตกตะลึง ไม่เคยมีฮันเตอร์หน้าใหม่คนไหนกล้าท้าทายกิลด์ใหญ่อย่างเปิดเผยและเดิมพันสูงขนาดนี้มาก่อน
แบรดจ้องมองเรย์ด้วยสายตากราดเกรี้ยว สมองของเขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เด็กนี่มีค่าพลังเริ่มต้นเป็นศูนย์ มีการ์ดประหลาดที่ไม่มีใครรู้จักในเด็ค การให้บททดสอบยากที่สุดของกิลด์จัดการเด็กนี่ให้หายไปจากสารบบเสีย ถือเป็นการกำจัดเสี้ยนหนามที่ง่ายดายที่สุด และยังเป็นการกู้หน้าให้กิลด์ไปในตัว
"ดี! แกเป็นคนพูดเองนะไอ้หนู! อย่าหาว่ารังแกเด็กก็แล้วกัน!" แบรดแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม พลางหันไปพยักหน้าให้พนักงานต้อนรับ "เตรียม 'ห้องทดสอบอสูรเพลิงคลั่ง' ชั้นใต้ดินเดี๋ยวนี้! ฉันจะเป็นคนคุมสอบเด็คการ์ดกากๆ นี่ด้วยตัวเอง!"
พนักงานสาวหน้าซีดเผือด รีบกดแป้นพิมพ์เวทมนตร์เพื่อออกคำสั่งทันที เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานเริ่มกะพริบสลับไปมาทั่วโถงกิลด์ เป็นสัญญาณว่าบททดสอบมรณะได้ถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว
เอลาร่าหันมามองเรย์ด้วยความกังวลเล็กน้อย แม้เธอจะเชื่อมั่นในแผนการของเขา แต่ห้องทดสอบอสูรเพลิงคลั่งขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายและอัตราการรอดชีวิตที่ต่ำยิ่งกว่าดันเจี้ยนปกติเสียอีก
เรย์หันไปสบตากับเอลาร่า เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาสนิมเหล็กฉายประกายความมั่นใจที่เปี่ยมล้น มือเรียวยื่นไปแตะสำรับการ์ดที่เหน็บอยู่ข้างเอวเบาๆ ราวกับจะบอกว่าทุกอย่างยังคงอยู่ในกำมือ
ในขณะที่แววตาของแบรดยังคงเต็มไปด้วยความเหิมเกรียมและความมั่นใจว่าเหยื่อได้เดินเข้าสู่หลุมพรางแห่งความตายแล้วนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่ไม่มีใครมองเห็นนอกจากเรย์ ก็ดีดเด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยแสงสีทองอร่าม พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเขาอย่างชัดเจน—
[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: "การท้าทายอำนาจกิลด์ใหญ่"]
[ระบบกลยุทธ์ขั้นสูง ทำการอัปเดตสิทธิ์การเข้าถึงดันเจี้ยนระดับ SSS 'ซากปรักหักพังแห่งเทพสงคราม' สำเร็จ!]
[คำเตือน: บอสลับผู้ถูกผนึกมานับพันปีในห้องทดสอบ กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหล... เพื่อรอคอยการชำระสะสาง...]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และส่งกำลังใจให้เรย์กับเอลาร่าก้าวข้ามทุกอุปสรรคมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
เด็คการ์ดไร้แรงค์ กับภารกิจล้มกระดานเทพเจ้า•ตอนที่ 8
บททดสอบจากกิลด์ใหญ่
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดไร้แรงค์ กับภารกิจล้มกระดานเทพเจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!