เด็คการ์ดไร้แรงค์ กับภารกิจล้มกระดานเทพเจ้า•ตอนที่ 5

ร้านค้าลึกลับและการ์ดต้องห้าม

ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
กลิ่นคาวสนิมและกลิ่นอับชื้นของโคลนตมตีเข้าจมูกทันทีที่รอยแยกมิติเบื้องหน้าปิดสนิท เรย์กวาดสายตาผ่านหมอกหนาทึบสีเทาหม่นของ “ตลาดมืดเขาวงกต” สถานที่ซึ่งกฎหมายของสมาคมฮันเตอร์เอื้อมไม่ถึง ที่นี่คือแหล่งซุกซ่อนของพวกนอกคอก พ่อค้าของเถื่อน และบรรดาผู้ครอบครองเด็คการ์ดต้องห้ามที่ไม่กล้าแม้แต่จะเดินรับแสงตะวันบนพื้นโลกเบื้องบน “ระวังตัวด้วยนะคะ เอลาร่า แรงกดดันรอบตัวเราไม่ปกติเลยสักนิด” เรย์กระซิบเสียงเบา สองนิ้วเรียวขยับสับการ์ดในมือขวาอย่างรวดเร็วด้วยความคุ้นชิน เสียงกระดาษการ์ดเวทมนตร์เสียดสีกันเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ระบบหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเข้มลอยขึ้นเตือนอัตราการเต้นของหัวใจ [คำเตือน: ตรวจพบสนามพลังรบกวนระดับสูง คลื่นมานาในรัศมี 50 เมตรมีความผันผวน 78%] [ค่าความเสี่ยงในการถูกซุ่มโจมตี: สูงมาก] เอลาร่าไม่ตอบคำถาม แต่ขยับตัวก้าวมาบังมุมอับด้านซ้ายให้เรย์โดยสัญชาตญาณ มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกุมด้ามดาบสั้นคาดเอวแน่น สายตาดุดันกวาดมองเงาดำที่เคลื่อนไหวอยู่ตามตรอกซอกซอยมืดมิดรอบด้าน พวกมันไม่ใช่ฮันเตอร์ธรรมดา แต่เป็นพวก “นักเชิดการ์ดเถื่อน” ที่จ้องจะฉีกเด็คของคนแปลกหน้าที่หลงเข้ามา “เรามีเวลาไม่มากก่อนที่ฝูงมอนสเตอร์จากรอยแยกเมื่อครู่จะตามกลิ่นมาทัน เป้าหมายของเรามีเพียงอย่างเดียว... การ์ดสายสนับสนุนระดับแรร์ที่ชื่อว่า ‘เสียงกระซิบแห่งเทพพยากรณ์’ หรือการ์ดทดแทนใดๆ ที่ช่วยเพิ่มค่ามานาสำรองให้คุณได้” เอลาร่าเอ่ยเตือนเสียงเรียบ ใบหน้าคมคายฉายแววระแวดระวังขั้นสุด “ฉันทราบค่ะ” เรย์พยักหน้ารับ ดวงตาสีกรมท่าหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สมองส่วนวิเคราะห์กำลังประมวลผลแผนที่ในหัวที่ได้มาจากพ่อค้าข่าวใต้ดิน ค่าพลังเริ่มต้นของเขาเป็นศูนย์ การจะเอาชีวิตรอดในดงฮันเตอร์ระดับสูงได้ เขาจำเป็นต้องใช้การ์ดสนับสนุนมาช่วยชดเชยช่องโหว่ด้านพละกำลังและการฟื้นฟู ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปในเขาวงกตแห่งสิ่งปลูกสร้างผุพัง แสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์สีเขียวสลัวสาดส่องกระทบป้ายร้านค้าไม้เก่าๆ ที่สลักสัญลักษณ์ประหลาด เรย์หยุดยืนอยู่หน้าร้านค้าปลีกไร้ชื่อแห่งหนึ่ง ร้านนี้ตั้งอยู่หลบมุมที่สุด บรรยากาศรอบข้างวังเวงราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แต่ระบบของเขากลับตรวจพบความหนาแน่นของมานาที่ผิดปกติ กริ๊ง... เสียงกระดิ่งทองเหลืองขึ้นสนิมดังขึ้นแผ่วเบาเมื่อเรย์ผลักประตูไม้ผุๆ เข้าไป ภายในร้านอัดแน่นไปด้วยชั้นหนังสือเวทมนตร์เอียงกระเท่เร่ ฝุ่นหนาเตอะลอยเคว้งคว้างในอากาศ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาเรย์ไม่ใช่คัมภีร์โบราณเหล่านั้น หากแต่เป็นแผงจัดแสดงการ์ดที่วางอยู่บนโต๊ะไม้กลางห้อง การ์ดแต่ละใบถูกผนึกไว้ด้วยอักษรเวทสีแดงฉาน บ่งบอกว่าเป็นของต้องห้ามที่สมาคมประกาศจับ “ยินดีต้อนรับ... นักเดินทางผู้มีกลิ่นอายความตายติดตัวมาด้วย” เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกับพื้นดังขึ้นจากมุมมืดหลังเคาน์เตอร์ ร่างของชายแก่หลังค่อมสวมผ้าคลุมฮู้ดสีดำสนิทก้าวออกมา แววตาใต้เงาหมวกนั้นคมกริบและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาจ้องมองเรย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะหยุดสายตาที่เด็คการ์ดในมือของเด็กหนุ่ม “ฉันไม่ได้มาเพื่อตายค่ะ... ฉันมาเพื่อซื้อของ” เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์แล้ววางเหรียญทองมานาจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะ “ต้องการการ์ดสายสนับสนุนกลุ่มบัฟความเร็วหรือฟื้นฟูมานา มีอะไรแนะนำไหมคะ?” ชายแก่หัวเราะในลำคอเสียงแหแห้ง “เด็กน้อย... ของแบบนั้นมันมีเกลื่อนกลาดตามตลาดทั่วไป เจ้ากล้าบุกมาถึงตลาดมืดเขตศูนย์เพื่อหาแค่การ์ดระดับนั้นงั้นหรือ? มารยาทของที่นี่คือ ‘เจ้าต้องแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งที่เทียบเท่า’ เท่านั้น” “แล้วอะไรล่ะคะที่ถือว่าเทียบเท่า?” เอลาร่าก้าวเข้ามาขนาบข้างเรย์ พร้อมกดเสียงต่ำอย่างคุกคาม ชายแก่ไม่สะทกสะท้าน เขาชี้เรียวนิ้วเหี่ยวย่นไปที่กล่องไม้สีดำสนิทซึ่งวางอยู่ลึกลงไปบนชั้น เขาหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังราวกับมันคือวัตถุอันตรายถึงชีวิต ก่อนจะค่อยๆ เปิดฝาออก เผยให้เห็นการ์ดใบหนึ่งที่เปล่งแสงสีม่วงอมดำประหลาด รอยสลักบนการ์ดใบนั้นไม่ใช่รูปอัศวินหรือเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันเป็นรูป “โซ่ตรวนแห่งพันธสัญญา” ที่กำลังบิดตัวราวกับมีชีวิต “การ์ดใบนี้มีชื่อว่า ‘พันธนาการแห่งเจตจำนงเทวะ’ เป็นการ์ดสายสนับสนุนระดับ SSS ที่ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนประวัติ” ชายแก่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ “มันสามารถดึงเอาพลังแฝงของผู้ใช้มาใช้ได้เกินขีดจำกัดร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องสนค่าพลังเริ่มต้น... แต่มันมีข้อแลกเปลี่ยนคือ มันจะกัดกินอายุขัยของผู้ใช้ทีละน้อยทุกครั้งที่สั่งใช้งาน” เรย์นิ่งเงียบ ดวงตาจับจ้องการ์ดใบนั้นนิ่งสนิท สมองคำนวณความเสี่ยงและความน่าจะเป็นอย่างรวดเร็ว หากใช้การ์ดนี้ เขาสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของเด็คไร้แรงค์ได้ในพริบตา แต่ความเสี่ยงคือความตายที่คืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ “น่าสนใจดีนี่คะ...” เรย์พึมพำ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย “แต่ของอันตรายระดับนี้ คงไม่ใช่ว่าใครก็ถือครองมันได้รอดหรอกกระมังคะ?” “ถูกต้อง! เจ้าฉลาดมาก เด็กน้อย...” ชายแก่ยิ้มกริ่มจนเห็นฟันเหลือง “ราคาของมันไม่ใช่เงินทอง แต่คือ ‘เศษเสี้ยววิญญาณ’ ของผู้ซื้อ... เจ้ากล้าพอที่จะเสี่ยงไหมล่ะ?” บรรยากาศภายในร้านพลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน เอลาร่าเอื้อมมือมาแตะไหล่เรย์เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม “เรย์ อย่าเสี่ยงกับมันเด็ดขาด ของต้องห้ามพวกนี้มีคำสาปซ่อนอยู่” เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธหรือต่อรองราคาตามสไตล์นักวางแผน ทว่าก่อนที่คำพูดจะหลุดจากริมฝีปาก... ตึง! เสียงกระแทกอย่างรุนแรงดังสนั่นมาจากหลังคาไม้ด้านบน ตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของมนุษย์ที่ดังทะลุกำแพงเข้ามา แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ฝุ่นละอองและเศษปูนร่วงกราวลงมากลบโต๊ะไม้จนขาวโพลน เรย์และเอลาร่าชักอาวุธและเด็คการ์ดตั้งรับโดยสัญชาตญาณ ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ผนังร้านด้านทิศตะวันตกก็ถูกระเบิดจนพังทลายเป็นจุล! ร่างของชายในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาพร้อมสัญลักษณ์ “ตราประทับแห่งสภาคริสตจักร” ก้าวเท้าเหยียบซากปรักหักพังเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ใต้หน้ากากเหล็กสีเงินวาววับ ทว่าดวงตาสีฟ้าครามที่มองตรงมายังเรย์กลับเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต “พบตัวแล้ว... ผู้ถือครองเด็คต้องห้ามผู้ขัดประสงค์แห่งทวยเทพ” น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่ชายคนนั้นสะบัดมือเบาๆ การ์ดเวทมนตร์นับร้อยใบพุ่งออกมาจากมิติอากาศ ลอยเคว้งคว้างปิดตายทุกทางเข้าออกของร้านค้า และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น... บนท้องฟ้าเหนือตลาดมืดเขาวงกต เมฆหมอกสีดำทมิฬกำลังหมุนวนเป็นเกลียวพายุ พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของ “ผู้คุมกฎแห่งสวรรค์” ที่เพิ่งก้าวข้ามมิติลงมาปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ในกำมือ! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับกลยุทธ์และมิตรภาพอันอบอุ่นนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดไร้แรงค์ กับภารกิจล้มกระดานเทพเจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%