กลิ่นอับชื้นของหอคอยโบราณชั้นที่เจ็ดคละคลุ้งไปด้วยไอหมอกสีเทาจัด ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมไม่ได้ทำให้เรย์รู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่เพิ่งเลือนหายไปเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทราวกับรอยแผลเป็นที่รอวันปริแตก
“เรย์ ระวังตัวด้วยค่ะ ทิศทางของไอนั่นเปลี่ยนไปแล้ว”
เสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่หนักแน่นของเอลาร่าดังขึ้นข้างกาย หญิงสาวในชุดเกราะหนังสีเข้มขยับตัวเข้ามาบังด้านหน้าของเขาอย่างแนบเนียน มือขวาของเธอกุมด้ามดาบสั้นในฝักแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ดวงตาสสีนิลกวาดมองความมืดเบื้องหน้าด้วยสัญชาตญาณนักรบที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน แม้บรรยากาศรอบตัวจะกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แต่แผ่นหลังกว้างของอดีตองครักษ์ผู้นี้ก็ยังคงเป็นที่พึ่งพิงอันมั่นคงให้เรย์เสมอมา
เรย์ไม่ได้ตอบคำถามทันที นิ้วเรียวยาวของเขากำลังสับไพ่ในมือด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เสียงกระดาษการ์ดเสียดสีกันเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงเต้นของหัวใจ ในสายตาของคนนอก เรย์อาจเป็นเพียงฮันเตอร์ไร้แรงค์ที่โชคดีหลงเข้ามาในดันเจี้ยนระดับสูง แต่ในสายตาของระบบการ์ดที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกจิตสำนึก... เขากคือผู้เล่นคนเดียวบนกระดานหมากรุกที่เทพเจ้ามองไม่เห็น
ดวงตาสีฟ้าใสใต้กรอบผมสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อย เขากำลังคำนวณความน่าจะเป็นจากข้อมูลที่รวบรวมมาตลอดหกชั้นที่ผ่านมา
*“โอกาสที่มอนสเตอร์ระดับบอสในชั้นนี้จะใช้เวทมนตร์ธาตุมืดผสมผสานกับจิตวิทยาหลอนประสาท... สูงถึงเจ็ดสิบแปดเปอร์เซ็นต์”* เรย์คิดในใจอย่างเยือกเย็น
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เขากำลังจะออกคำสั่งยุทธวิธีเบื้องต้นเพื่อตั้งรับการจู่โจมรูปแบบใหม่ บรรยากาศรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยว อากาศที่เคยนิ่งสนิทกลับหนาแน่นขึ้นราวกับมีตะกั่วเหลวมาถ่วงไว้ที่ปอด และในวินาทีนั้นเอง... เสียงที่เรย์ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นในหัว
ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนสังเคราะห์แบบที่ระบบเคยใช้... แต่มันเป็นเสียงกระซิบแหบพร่าคล้ายเสียงของหญิงชราที่กระซิบอยู่ข้างใบหู
*[ ตรวจพบจิตวิญญาณภายนอกขอบเขตการควบคุม... ฮันเตอร์เรย์ ท่านช่าง... น่าสนใจเหลือเกิน ]*
เรย์ชะงักฝีเท้าลงทันที ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะจนเอลาร่าต้องเอี้ยวตัวกลับมามองด้วยความกังวล
“เรย์คะ? เกิดอะไรขึ้น หน้าคุณซีดมากค่ะ” เอลาร่าถามด้วยน้ำเสียงกระวนกระวายเล็กน้อย เธอไม่เคยเห็นนักวางแผนหนุ่มผู้สุขุมคนนี้แสดงอาการเสียการควบคุมมาก่อนเลย
“เปล่าครับ— เอ้ย... ไม่ใช่ครับ... ฉันหมายถึง ฉันไม่เป็นไร” เรย์เกือบเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยเดิมออกไป เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา แต่เสียงนั้นไม่ได้หายไปตามลมหายใจ กลับกัน มันยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลប់เสียงลมหายใจของตัวเอง
*[ ระบบของเจ้ามันช่างจอมปลอม... การ์ดพวกนั้นเป็นเพียงเศษกระดาษที่ถูกยืมพลังมาจากอดีตอันเน่าเฟะ เจ้าอยากรู้ความจริงเบื้องหลังตารางคะแนนพวกนี้ไหมล่ะ... เจ้าหนูการ์ดไร้แรงค์ ]*
เรย์ขมวดคิ้วแน่น สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อแยกแยะเสียงปริศนานี้ออกจากเสียงของระบบหลัก หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าโปร่งแสงที่ปกติจะแสดงผลค่าสถานะและเควสต์ประจำวัน ตอนนี้กลับมีรอยแตกสีแดงฉานพาดผ่านราวกับกระจกที่กำลังจะแหลกสลาย
นี่ไม่ใช่บั๊กของระบบ... และมันไม่ใช่ภาพหลอนจากพิษของมอนสเตอร์
“เอลาร่า เธอ... ได้ยินเสียงอะไรไหม?” เรย์ตัดสินใจเอ่ยถามเสียงเบา สายตายังคงจับจ้องไปที่ความมืดเบื้องหน้าซึ่งไอนظرกำลังม้วนตัวเป็นเกลียว
เอลาร่าชะงักไปเล็กน้อย เธอเงี่ยหูฟังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “ไม่มีนะคะ นอกจากเสียงลมที่พัดผ่านซากปรักหักพังของหอคอย... มีอะไรผิดปกติเหรอคะ เรย์?”
คำตอบนั้นยืนยันข้อสันนิษฐานของเรย์ทันที เสียงปริศนานี้กำลังสื่อสารกับเขา... และ *เพียงแค่เขาคนเดียว* เท่านั้น
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความกดดัน ราวกับว่ามีสายตาคู่มหึมานับร้อยกำลังจ้องมองทะลุม่านหมอกลงมาที่พวกเขา เรย์ก้มมองสำรับการ์ดในมือ การ์ดระดับ F ที่เขาใช้ประทังชีวิตมาตลอดตอนนี้กลับสั่นระริก ลวดลายบนหน้าการ์ดเริ่มเปลี่ยนรูปร่างไปทีละน้อย จากรูปดาบธรรมดา กลายเป็นภาพสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่ชวนให้นึกถึงดวงตาที่สาม
*[ ทางเลือกที่หนึ่ง: เมินเฉยต่อเสียงนี้ แล้วเดินหน้าทำตามภารกิจเดิมของระบบต่อไป... เพื่อเป็นหมากตัวหนึ่งที่ถูกลืมบนกระดาน ]*
*[ ทางเลือกที่สอง: ตอบรับเสียงกระซิบ แล้วก้าวข้ามขีดจำกัดที่พระเจ้ากำหนด... โดยแลกกับบางสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ ]*
หน้าต่างสีแดงฉานเด้งขึ้นมาตรงหน้าโดยปราศจากการเรียกใช้งาน ตัวอักษรสีเลือดค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละคำอย่างจงใจและเยือกเย็น ต่างจากฟอนต์มาตรฐานของระบบฮันเตอร์อย่างสิ้นเชิง
เรย์จ้องมองตัวเลือกทั้งสองข้อนั้นด้วยแววตาที่ไหววับ สมองของเขากำลังประเมินความเสี่ยงและผลประโยชน์ตอบแทนอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องandคอมพิวเตอร์ควอนตัม การ์ดไร้แรงค์อย่างเขาไม่มีอะไรจะเสียตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่การเลือกทางที่สองหมายความว่าเขาอาจจะต้องสูญเสียการควบคุมที่สั่งสมมาทั้งหมด
เอลาร่าสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของสหายร่วมทาง เธอยื่นมือมาแตะที่แขนเสื้อของเขาเบื้องหลังอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่เตือนสติให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้ตัวคนเดียวบนเส้นทางอันโดดเดี่ยวนี้
“ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร... ฉันจะยังคงเป็นโล่ให้คุณเสมอค่ะ เรย์” เสียงของเอลาร่าหนักแน่นและอบอุ่นพอที่จะขับไล่ความหนาวเหน็บในใจของเขาให้จางหายไปได้ชั่วขณะ
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความบ้าคลั่งแบบที่นักวางแผนผู้เสียสติเท่านั้นจะมีได้
“ถ้าพระเจ้าเป็นคนแจกไพ่บนกระดานนี้ตั้งแต่แรก...” เรย์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง ดวงตาสีฟ้าฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาวูบหนึ่ง “งั้นฉันนี่แหละ... จะเป็นคนฉีกกฏกติกาและล้มกระดานนี้ทิ้งเสียเอง”
เขายื่นนิ้วออกไปแตะที่หน้าต่างสีแดงฉานตรงหน้า พร้อมกับเลือกตัวเลือกที่สองอย่างไม่ลังเล
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส... เสียงหัวเราะทุ้มต่ำอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดก้องขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่พื้นหอคอยเบื้องล่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารกำลังตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานนับพันปี และแสงไฟจากคบเพลิงรอบด้านก็ดับวูบลงพร้อมกันในพริบตาเดียว—!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากระดานนี้ไปด้วยกันนะคะ
เด็คการ์ดไร้แรงค์ กับภารกิจล้มกระดานเทพเจ้า•ตอนที่ 13
เสียงกระซิบจากระบบ
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดไร้แรงค์ กับภารกิจล้มกระดานเทพเจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!