"ถ้าเธอยังไม่หยุดสั่นแบบนั้น ต่อให้เป็นศัตรูระดับเลเวลสิบ มันก็คงรู้ตัวตั้งแต่อยู่ห่างไปสามกิโลเมตรแล้วค่ะ เอลาร่า"
เรย์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในซอกหลืบของซากโบราณสถาน เสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยน้ำหนักที่ดึงรั้งให้หญิงสาวหยุดชะงัก เธอไม่ได้สั่นเพราะความกลัว แต่สั่นเพราะความโกรธแค้นที่ถูกกดทับมานานนับปี เอลาร่าลดดาบสั้นในมือลงอย่างช้าๆ พลางหันมามองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนกองหินพังๆ ท่ามกลางบรรยากาศกดดันที่เหมือนจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ
"ฉันไม่ได้กลัวเรย์... ฉันแค่แค้น" เธอพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่าดั่งใบไม้แห้งที่ขยี้เข้าหากัน "ฉันแค้นที่ต้องเห็นพวกมันเดินลอยหน้าลอยตาอยู่เหนือหัวเรา ในขณะที่คนอย่างเราต้องมาหลบอยู่ใต้เศษหินพวกนี้"
เรย์ละสายตาจากโฮโลแกรมการ์ดที่ลอยวนอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้ตอบโต้ในเชิงสั่งสอน แต่กลับค่อยๆ หยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาวางบนฝ่ามือ เป็นการ์ดสีหม่นที่ดูไร้ค่าในสายตาใครหลายคน แต่นั่นคือหัวใจหลักของแผนการล้มกระดานเทพเจ้าที่เขากำลังวางหมากไว้
"การแก้แค้นที่ไร้สมองก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายค่ะ" เรย์ขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูถูก แต่ดูอบอุ่นและชวนให้เชื่อใจ "ลองนึกถึงกระดานหมากรุกดูสิคะเอลาร่า เบี้ยตัวน้อยที่สุดที่ยอมสละชีพถูกที่ถูกเวลา... สามารถล้มราชาผู้ยิ่งใหญ่ได้เสมอ และสำหรับฉัน... คุณไม่ใช่เบี้ย แต่คุณคือควีนที่ฉันจะไม่มีวันยอมให้ถูกกินง่ายๆ หรอกนะ"
คำพูดนั้นทำให้เอลาร่าชะงักไป ดวงตาสีฟ้าครามของเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์ ที่นั่นไม่มีความล้อเล่น มีเพียงความแน่วแน่ที่มั่นคงดั่งหินผา เธอเคยสูญเสียทุกอย่างมาแล้ว ทั้งเกียรติยศและสหายร่วมรบ แต่ในวินาทีนี้... ความรู้สึกที่เรียกว่า 'ความหวัง' กำลังก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด
"ทำไมถึงเชื่อใจฉันนักล่ะ?" เอลาร่าถามเสียงเบา "ฉันเป็นแค่เศษซากจากกองทัพเก่าที่พ่ายแพ้มานะ"
"เพราะฉันมองเห็นความผิดพลาดของคนอื่นเป็นบทเรียน แต่ฉันมองเห็น 'คุณค่า' ในตัวคนอื่นเป็นโอกาสค่ะ" เรย์ยื่นมือไปแตะหลังมือของเธออย่างแผ่วเบา เป็นการสัมผัสที่ให้ความรู้สึกว่าเขาไม่ได้ต้องการแค่เครื่องมือต่อสู้ แต่ต้องการ 'เพื่อนร่วมทาง' จริงๆ "ตราบใดที่เรายังอยู่บนกระดานเดียวกัน คุณจะเป็นโล่ที่ฉันภูมิใจที่สุด และฉันจะเป็นสมองที่จะนำพาคุณไปถึงจุดที่เกียรติยศของคุณจะคืนกลับมา... ไม่ใช่ในฐานะองครักษ์ผู้พ่ายแพ้ แต่ในฐานะผู้กอบกู้"
เอลาร่าเม้มปากแน่น ความแข็งกร้าวในดวงตาละลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกโหวงเหวงที่อบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เธอพยักหน้าช้าๆ เป็นคำสัญญาที่เงียบเชียบที่สุดเท่าที่เคยให้มา
"ตกลง... ฉันจะเชื่อใจคุณ เรย์"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์ มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่มันเป็นเสียงเตือนที่สั่นสะเทือนจนขอบภาพโฮโลแกรมสั่นไหวเป็นสีแดงฉาน
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับตำนาน 'ผู้พิทักษ์ประตูทมิฬ' ตื่นขึ้นจากการหลับใหล]
[ภารกิจระดับ SSS ปรากฏ: 'จุดจบของหมากตัวแรก' - เป้าหมาย: เอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของเทพผู้คุมกฎภายใน 600 วินาที]
สีหน้าของเรย์เปลี่ยนไปทันที เขาคว้ามือเอลาร่าไว้แน่นพลางกวาดสายตาไปทั่วทิศทาง "เอลาร่า... เปลี่ยนแผน! เราไม่ได้อยู่แค่สองคนในนี้แล้ว"
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมลงมาจนกำแพงหินรอบข้างร้าวราน เงาดำขนาดมหึมาพุ่งทะลุเพดานถ้ำลงมาพร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ ก่อนที่แสงสีทองอร่ามจากดาบยักษ์จะฟาดลงมาตรงจุดที่พวกเขาเพิ่งจะยืนอยู่เมื่อครู่
และในวินาทีที่ฝุ่นควันจางลง เงาร่างของบุรุษในชุดเกราะเทพเจ้าผู้ไร้ใบหน้าก็ก้าวออกมาจากแสงนั้น พร้อมกับประโยคที่ทำเอาหัวใจของเรย์แทบหยุดเต้น
"เจ้าของกลิ่นอาย 'คนนอก' ที่ขโมยการ์ดต้องห้ามไป... คือพวกเจ้าเองสินะ"
การ์ดมาสเตอร์ลิซ่าขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของเรย์และเอลาร่ามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
เด็คการ์ดไร้แรงค์ กับภารกิจล้มกระดานเทพเจ้า•ตอนที่ 22
มิตรภาพที่เริ่มก่อตัว
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดไร้แรงค์ กับภารกิจล้มกระดานเทพเจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!