“ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่ตายไปแล้วนะครับ คุณนักสืบ”
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งผ่านช่องว่างระหว่างรอยต่อของบานพับประตูยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรินทร์ รัตนโชติ เขายืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงคฤหาสน์รัตนศิลา แสงจากโคมระย้าคริสตัลที่สั่นไหวตามแรงลมภายนอกทอดเงาของเขายาวเหยียดไปบนพื้นหินอ่อน ราวกับเงาที่พยายามจะฉีกตัวออกไปจากร่างจริง
“รินทร์... คุณยังได้ยินผมอยู่ไหม” ศรุตเดินเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคง แต่รินทร์สังเกตเห็นว่ามือข้างที่ถือปืนสั้นประจำกายของอดีตตำรวจรายนี้สั่นเทาเล็กน้อย “ประโยคนั้น... มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?”
รินทร์ไม่ตอบ เขาปรายตามองแก้วไวน์คริสตัลบนโต๊ะยาวที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงมื้อดึก แขกเหรื่อในคฤหาสน์นี้ต่างเร้นกายอยู่ในห้องของตนหลังจากเกิดเหตุฆาตกรรมรายที่สองเมื่อสองชั่วโมงก่อน แต่กลิ่นคาวเลือดที่ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงยังคงอบอวลไม่จางหาย
“มันคือคำประกาศสงครามครับศรุต” รินทร์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว “ฆาตกรไม่ได้แค่ต้องการชีวิตคน แต่มันต้องการทำลายความเชื่อมั่นของผม... มันต้องการให้ผมยอมรับว่าลอจิกที่ผมยึดถือ เป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า”
บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากมุมมืดของระเบียงชั้นบน ดร. กวิน หนึ่งในแขกผู้ร่วมงานปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เขาเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ มือถือแก้วไวน์แดงที่ยังรินไว้ครึ่งแก้ว
“นักสืบครับ ผมว่าเราหยุดคุยเรื่องทฤษฎีไร้สาระพวกนี้ดีกว่า” ดร. กวินกล่าวพลางหัวเราะแห้งๆ “ผมดื่มไวน์แก้วนี้เพื่อให้หลับสบายขึ้นในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวนี้ คุณจะร่วมดื่มกับผมไหม?”
รินทร์จ้องมองแก้วในมือของกวิน ดวงตาของเขาหรี่ลง สายตาที่ผ่านการฝึกฝนมานับพันคดีตรวจจับความผิดปกติบางอย่างได้ทันที หยดน้ำเกาะที่ขอบแก้วเรียงตัวเป็นจังหวะที่แปลกประหลาด กลิ่นของไวน์ที่ควรจะหอมหวลกลับเจือด้วยกลิ่นฉุนจางๆ ของอัลมอนด์ขม
“อย่าดื่ม!” รินทร์คำราม แต่ช้าไปเสียแล้ว
ดร. กวินยกแก้วขึ้นจิบเพียงครึ่งอึก ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกโพลง แก้วคริสตัลหลุดจากมือร่วงหล่นลงบนพื้นหินอ่อนเสียงดังเพล้ง! ไวน์สีแดงฉานกระจายตัวบนพื้นราวกับเลือดที่พุ่งออกมาจากบาดแผล กวินกุมลำคอตัวเอง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน เขาพยายามจะกรีดร้อง แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมานอกจากฟองอากาศสีขาวที่เริ่มไหลซึมจากมุมปาก
ศรุตปราดเข้าไปประคองร่างที่กำลังจะทรุดลงกับพื้น “กวิน! กวินทำใจดีๆ ไว้!”
รินทร์ไม่ได้เข้าไปประคอง เขาเลือกที่จะทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าแก้วไวน์ที่แตกกระจาย ใช้แว่นขยายคู่ใจส่องดูคราบน้ำที่ยังเหลืออยู่บนเศษแก้ว ปลายนิ้วของเขาแตะเบาๆ ลงบนเศษคริสตัลคมกริบ ก่อนจะพบแผ่นฟิล์มบางใสที่ละลายปนอยู่กับคราบไวน์
“ไซยาไนด์... ถูกเคลือบไว้ที่ขอบแก้วในลักษณะของฟิล์มละลายน้ำ” รินทร์พึมพำ น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความเย็นเยียบของเครื่องจักรที่กำลังวิเคราะห์ “ฆาตกรไม่ได้ใส่ยาในขวดไวน์ แต่มันเตรียมแก้วนี้ไว้ให้คนใดคนหนึ่งที่เลือกมา... ดร. กวินไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง แต่เป็นเพียงคนโชคร้ายที่หยิบแก้วผิดใบ”
ศรุตเงยหน้าขึ้นจากร่างที่เริ่มหยุดนิ่งของดร. กวิน ดวงตาของเขาฉายแววหวาดหวั่น “ถ้างั้นใครคือเป้าหมายเดิม? รินทร์... ถ้าเรายังอยู่ในนี้ เราทุกคนคือเป้าหมาย!”
รินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขามองไปรอบห้องโถงที่เงียบงัน ทุกมุมมืดดูเหมือนจะมีดวงตาของ 'หน้ากากเงิน' จ้องมองมาที่พวกเขาอย่างเย้ยหยัน ฆาตกรคนนี้ไม่ได้เพียงแค่ฆ่า แต่กำลังเล่นเกมประสาทที่เขารู้สึกได้ถึงความพ่ายแพ้ที่คืบคลานเข้ามาใกล้
“จดหมายฉบับนั้น...” รินทร์หยิบซองจดหมายที่เขาเก็บได้จากศพรายที่สองขึ้นมาเปิดออกอีกครั้ง “มันไม่ได้เขียนด้วยหมึก แต่มันเขียนด้วยรอยกดทับของเข็มเหล็กที่ซ่อนอยู่ในปากกา... ศรุต ส่งไฟฉายมาให้ผมเดี๋ยวนี้”
ขณะที่แสงไฟฉายสาดส่องลงบนกระดาษ ปรากฏข้อความที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความว่างเปล่า มันเป็นตัวอักษรที่เขียนด้วยเลือดจางๆ: *‘ความทรงจำที่บิดเบี้ยวของแก คือเครื่องมือในการสังหารคนรอบข้าง’*
ในจังหวะนั้นเอง ไฟในคฤหาสน์ก็ดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง เหลือเพียงความมืดมิดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกเคลื่อนที่อยู่รอบตัวพวกเขาจากทุกทิศทาง รินทร์สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่เป่ารดข้างหู ก่อนจะมีวัตถุเย็นเฉียบโลหะชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนฝ่ามือของเขา
เมื่อไฟกลับมาสว่างอีกครั้ง ร่างของดร. กวินหายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงรอยเลือดที่เป็นรูปเลขแปดประหลาด และบนฝ่ามือของรินทร์ คือเหรียญเงินโบราณที่มีใบหน้าของเขาสลักอยู่... แต่เป็นใบหน้าที่กำลังร้องไห้อย่างบิดเบี้ยว
“รินทร์... นั่นมันอะไร!” ศรุตตะโกนถามพร้อมหันกระบอกปืนไปรอบทิศทาง
รินทร์กำเหรียญนั้นแน่นจนเลือดซึมออกมาจากฝ่ามือ เขาไม่ตอบ แต่ดวงตาของเขากลับเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่ติดผนังห้องโถง เงาในกระจกไม่ได้ลอกเลียนท่าทางของเขา แต่มันกำลังยกมือขึ้นโบกมือลา พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่เขาเคยสูญเสียไปยืนอยู่ข้างหลังเงาฆาตกรคนนั้น
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมนะครับ ทุกความเห็นคือกำลังใจให้นักสืบแว่นขยายคนนี้ครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 27
เหยื่อรายที่สาม
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!