"ถอนกำลังเดี๋ยวนี้ศรุต! นั่นไม่ใช่กับดัก แต่มันคือเหยื่อล่อ!"
เสียงของผมก้องอยู่ในเครื่องรับสัญญาณวิทยุขนาดเล็กขณะที่ผมกึ่งวิ่งกึ่งคลานอยู่หลังแนวกำแพงอิฐเก่าๆ ในตรอกมืดหลังโรงละครร้าง ความชื้นของคราบตะไคร่เกาะติดฝ่ามือจนรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ แต่ความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า
"รินทร์? นายพูดอะไรนะ? ฉันเห็นเงาคนถือมีดวิ่งเข้าไปในห้องเก็บของชั้นใต้ดินแล้ว ตามแผนเราต้องเข้าปิดล้อมไม่ใช่หรือไง?" เสียงของศรุตตอบกลับมาด้วยความสับสน ปลายสายมีเสียงหอบหายใจของเขาชัดเจน
"ศรุต ฟังผมให้ดี... ดูที่พื้น" ผมกัดฟันแน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่รอยเท้าบนฝุ่นหนาที่ควรจะนำไปสู่ห้องเก็บของ แต่มันกลับหยุดลงดื้อๆ หน้าบานประตูไม้ผุพังราวกับว่าร่างนั้นระเหยกลายเป็นไอ "นั่นไม่ใช่รอยเท้าคนหนี มันคือรอยเท้าของคนเดินจงใจให้เราตาม... แกกำลังเล่นตลกกับลอจิกของผม"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ ที่แผ่วราวกับเสียงกระซิบจากความตายจะแทรกเข้ามาในคลื่นวิทยุแทนที่เสียงของศรุต
"ฉลาดมาก... คุณรินทร์" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงศรุต แต่มันถูกดัดให้ก้องกังวานด้วยความมั่นใจ "คุณพยายามใช้กล้องวงจรปิดหลอกผม แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่ากระจกที่ผนังโรงละครบานนั้น... มันสะท้อนให้ผมเห็นว่าใครกันแน่ที่กำลังถูกจับตามอง"
ผมคว้าปืนพกขึ้นมาแล้วพุ่งตัวออกไปจากที่กำบัง "ศรุต! ออกมาให้ห่างจากจุดนั้น! ระเบิด!"
ทว่าคำเตือนของผมสายเกินไป เสียงครืนเบาๆ ดังขึ้นจากใต้พื้นดิน แรงอัดอากาศที่พุ่งขึ้นมาทำให้ผมเซถลาไปปะทะกับกำแพง ฝุ่นปูนฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นทาง ผมสำลักไออย่างรุนแรง หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวที่ผมพยายามกดทับไว้—ความกลัวที่ว่าศรุตอาจจะจบลงแบบเดียวกับ 'เธอ' คนนั้น
เมื่อฝุ่นจางลง ภาพตรงหน้าคือความว่างเปล่า ศรุตไม่ได้ถูกระเบิด แต่เขากำลังยืนค้างอยู่กลางห้องที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ในมือเขามีเพียงหน้ากากเงินที่เปื้อนคราบน้ำมันวางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเก่า มันไม่ใช่กับดักสังหาร แต่มันคือกับดักทางจิตวิทยาที่เปลี่ยนแผนการทั้งหมดของผมให้กลายเป็นเรื่องไร้สาระ
"มันทิ้งไว้แค่หน้ากาก..." ศรุตพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขามองไปรอบๆ อย่างไร้จุดหมาย "มันรู้ว่าเราจะมา มันรู้แม้กระทั่งตำแหน่งที่เราซุ่มอยู่"
ผมเดินเข้าไปใกล้หยิบหน้ากากนั้นขึ้นมาดู ผิวสัมผัสของมันเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ด้านในมีกระดาษแผ่นเล็กๆ แปะอยู่ ผมค่อยๆ คลี่มันออกด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือที่คุ้นตาบนนั้นเขียนเพียงประโยคสั้นๆ ว่า: *'เกมที่แท้จริงเพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อคุณคิดว่าตัวเองเป็นผู้ควบคุม'*
"มันไม่ได้ต้องการฆ่าเราตรงนี้ แต่มันต้องการทำลายความเชื่อมั่นของเรา" ผมกัดฟันพูด พลางจ้องมองไปที่กระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังซึ่งถูกทุบจนแตกละเอียด แต่เศษเสี้ยวของมันยังคงสะท้อนเงาของผมและศรุตที่ดูเหนื่อยล้าและพ่ายแพ้
"รินทร์ ดูนั่น!" ศรุตชี้ไปที่มุมหนึ่งของเพดานที่พังลงมา บนคานเหล็กมีสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดวางอยู่ มันกำลังสตรีมวิดีโอสดผ่านโซเชียลมีเดีย ยอดผู้ชมพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่ปรากฏบนจอไม่ใช่ภาพที่ไหน แต่เป็นภาพห้องพักของผม... ห้องพักที่ผมคิดว่าปลอดภัยที่สุด
บนหน้าจอ แผ่นกระดาษกองโตที่เป็นคดีเก่าๆ ของผมถูกรื้อกระจัดกระจาย และบนเตียงนอนของผม มีตุ๊กตาผ้าที่เปื้อนเลือดวางอยู่หนึ่งตัว—ตุ๊กตาตัวเดียวกับที่ 'เธอ' เคยถือในวันสุดท้ายก่อนที่จะจากไป
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาจากทางด้านหลังของโรงละคร ไม่ใช่ศรุต ไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นเสียงของใครบางคนที่ยืนมองเราอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว ผมค่อยๆ หันกลับไปมอง พร้อมกับเสียงปืนที่ดังลั่นขึ้นหนึ่งนัดก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกอย่างลงไป
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปกับผม "นักสืบแว่นขยาย" นะครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 36
กับดักที่พลาดเป้า
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!