"อย่าขยับปากแก้วไปทางซ้ายแม้แต่มิลลิเมตรเดียวเชียวล่ะ ศรุต"
รินทร์ รัตนโชติ กระซิบเบาๆ ขณะที่เขายืนพิงกรอบประตูทางเข้าห้องอาหารส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมระย้าคริสตัลด้านบนทอดเงาเป็นเส้นสายยาวบนโต๊ะอาหารไม้โอ๊กขัดมัน มันเป็นบรรยากาศที่ดูหรูหราทว่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนลานประหารที่วางกับดักไว้ทุกตารางนิ้ว
ศรุต ในชุดบริกรที่ดูประดักประเดิดเล็กน้อย ขยับปลายนิ้วมือที่สวมถุงมือสีขาวจัดวางแก้วไวน์คริสตัลให้ตรงกับจุดมาร์คที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เขาเงยหน้าขึ้นมองรินทร์ผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้อง "คุณรินทร์ครับ ถ้าฆาตกรมันฉลาดพอจะซ้อนแผนเรา มันย่อมรู้ว่าเรากำลังล่อให้มันปรากฏตัว... และถ้าห้องนี้กลายเป็นกับดักเสียเองล่ะ?"
รินทร์ขยับแว่นสายตาที่สันจมูกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วห้องอาหารที่ถูกเนรมิตขึ้นเพื่อเป็นละครฉากใหญ่ "ถ้ามันไม่มาตามแผน นั่นแสดงว่ามันประเมินความสามารถในการคุมเกมของผมต่ำเกินไป แต่ถ้ามันมา... นั่นหมายความว่ามันมั่นใจว่าความตายที่มันเตรียมไว้ จะลบตัวตนของผมออกไปจากสมการนี้ได้ถาวร"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอาหารอีกครั้ง เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังดูจะดังชัดขึ้นในโสตประสาท รินทร์ย้อนนึกถึงความผิดพลาดในอดีต ภาพของคนรักที่จากไปเพราะความประมาทในลอจิกเพียงเสี้ยววินาที ความเจ็บปวดนั้นยังคงเป็นรอยร้าวในใจเขาเสมอมา แต่คราวนี้... ทุกอย่างต้องต่างออกไป
"ผมวางตำแหน่งไมโครโฟนจิ๋วไว้ใต้จานรองแล้ว" ศรุตพูดพลางขยับเนกไทให้เข้าที่ "แต่คุณแน่ใจนะครับว่าคนคนนั้นจะเป็น 'หน้ากากเงิน' ตัวจริง ไม่ใช่เพียงแค่หมากตัวหนึ่งที่มันส่งมาสละชีพ?"
"ในโลกของคนบ้าอำนาจอย่างมัน การได้เห็นเหยื่อที่ตนเองหมายตาดิ้นรนอยู่กลางกับดัก คือความบันเทิงสูงสุดที่มันไม่อาจพลาดได้" รินทร์ตอบพลางหยิบมีดสเต็กเงินแท้ขึ้นมาตรวจสอบคมของมัน "ศรุต เมื่อไหร่ที่ไฟดับลง ไม่ว่าใครจะก้าวเข้ามา จงรักษาตำแหน่งที่เดิมไว้ อย่าให้ความมืดหรือเสียงปืนทำให้คุณเสียสมาธิ... และจำไว้ว่าอย่าเปิดเผยตัวตนจนกว่าผมจะให้สัญญาณ"
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละนาทีที่ผ่านไปเปรียบเสมือนการบีบคั้นลมหายใจ กระทั่งเสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ฟังดูคล้ายเสียงย่างกรายของแมวป่าดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก รินทร์ส่งสัญญาณมือให้ศรุตหลบเข้าไปในมุมมืดหลังม่านกำมะหยี่ เขานั่งลงที่หัวโต๊ะเพียงลำพัง ท่ามกลางโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์แบบเสมือนรอคอยแขกคนสำคัญ
บานประตูไม้โอ๊กค่อยๆ แง้มออกด้วยแรงผลักเพียงเล็กน้อย ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาโดยปราศจากเสียงส้นเท้ากระทบพื้น เขาสวมหน้ากากเงินวาววับสะท้อนแสงไฟสลัวให้กลายเป็นรัศมีสีขาวนวลที่ดูชวนขนลุก
"การจัดโต๊ะดูประณีตดีนี่ รินทร์" เสียงที่ลอดผ่านหน้ากากออกมานั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับเสียงของเครื่องจักรที่เสียดสีกัน "แต่น่าเสียดาย... อาหารมื้อนี้คงไม่ได้ถูกทาน เพราะมันจะเป็นมื้อสุดท้ายของแขกที่โง่เขลาที่สุดในเมือง"
รินทร์ไม่ขยับตัว เขายังคงรินไวน์ลงในแก้วอย่างใจเย็น เสียงของเหล้าองุ่นที่ไหลกระทบแก้วแก้วดูเป็นจังหวะที่กวนประสาทผู้มาเยือนอย่างยิ่ง "แผนที่รัดกุม... มักจะดูสมบูรณ์แบบเสมอในสายตาผู้สร้าง แต่คุณลืมกฎข้อหนึ่งไปนะ หน้ากากเงิน"
"กฎอะไร?" ฆาตกรหยุดยืนห่างจากโต๊ะเพียงสามก้าว
"กระจกเงาไม่ได้มีไว้แค่สะท้อนภาพ... แต่มันมีไว้เพื่อเผยให้เห็นสิ่งที่คนเราพยายามซ่อนไว้ข้างหลัง" รินทร์เอ่ยขึ้น พร้อมกับดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว
ทันใดนั้น ไฟในห้องอาหารก็ดับลงพรึบ! แต่ทว่า แทนที่จะเป็นความมืดสนิท แสงเลเซอร์สีแดงเส้นเล็กๆ หลายสิบเส้นกลับปรากฏขึ้นกลางอากาศ กระจายตัวเป็นตารางดักทุกเส้นทางที่ฆาตกรก้าวผ่านมา และสิ่งที่ทำให้หน้ากากเงินต้องชะงัก คือการที่เขาพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่กลางวงล้อมของ 'กับดัก' ที่รินทร์วางไว้จริงๆ
"รินทร์! ระวัง!" เสียงศรุตตะโกนดังมาจากมุมห้อง
ทว่าแทนที่จะเป็นเสียงปืน เสียงที่ดังก้องกลับเป็นเสียงกระจกแตกกระจายจากการพุ่งชนของใครบางคนที่กระโดดเข้ามาจากทางหน้าต่างด้านหลัง! ร่างปริศนาพุ่งเข้าใส่รินทร์อย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ รินทร์เบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ แต่คมมีดที่เฉียดผ่านต้นแขนของเขานั้นเรียกเลือดสีสดออกมาทันที
รินทร์ทรุดลงกับพื้น มองเห็นหน้ากากเงินที่ยืนนิ่งอยู่ในความมืด และผู้ที่บุกเข้ามาใหม่—บุรุษอีกคนในหน้ากากแบบเดียวกันที่ดูดุดันกว่า
"พวกแกมีกันสองคน..." รินทร์พึมพำ เลือดที่ไหลรินไม่ได้ทำให้ความเยือกเย็นของเขาลดน้อยลง "หนึ่งคนล่อ... หนึ่งคนล่า"
ชายที่บุกเข้ามาใหม่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินทร์มากขึ้น พร้อมกับยื่นมือมาดึงหน้ากากของตัวเองออก เผยให้เห็นใบหน้าที่รินทร์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
เขาทิ้งมีดลงพื้น เสียงเหล็กกระทบพื้นดังก้องในโสตประสาทเมื่อเห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคยจากอดีตที่เขาฝังไว้ลึกที่สุด
"ไม่คิดเลยใช่ไหมรินทร์... ว่าคนที่คุณตามหามาตลอดสามปี จะมาปรากฏตัวอยู่ในห้องนี้ ในฐานะคนที่จะปลิดชีพคุณเสียเอง"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปกับผม "นักสืบแว่นขยาย" นะครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 35
แผนที่รัดกุม
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!