"คุณรินทร์... รอยกรีดบนรูปถ่ายใบนี้นับว่าสอดคล้องกับวิถีของคมมีดในคดีเมื่อยี่สิบปีก่อนอย่างน่าขนลุกนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำของศรุตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันทึบภายในห้องสมุดเก่าแก่ของคฤหาสน์ตระกูลวรากุล แสงไฟจากตะเกียงโบราณสาดส่องกระทบโครงหน้าเคร่งเครียดของอดีตนายตำรวจสายสืบ บนโต๊ะไม้สักทองเบื้องหน้าเต็มไปด้วยแฟ้มคดีสีเหลืองกรอบและภาพถ่ายขาวดำที่ถูกรวบรวมขึ้นจากซากอดีต รินทร์ รัตนโชติ ไม่ได้ตอบคำถามทันที นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองตัวเลขและลำดับเวลาที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ บนกระดานชอล์ก ปมในใจเรื่องอดีตที่เคยผิดพลาดจนสูญเสียคนรักยังคงตามหลอกหลอน แต่ในเวลานี้ ลอจิกและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นคือเครื่องมือเดียวที่จะหยุดยั้งโศกนาฏกรรมซ้ำรอยได้
"ไม่ใช่แค่รอยกรีดหรอกครับศรุต" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เขายกแว่นขยายขึ้นส่องดูคราบสารเคมีบางอย่างที่มุมกระดาษ "ถ้าคุณสังเกตให้ดี ลายเส้นของการกรีดไม่ได้เกิดจากความโกรธเกรี้ยวอย่างไร้เหตุผล แต่มันถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำด้วยองศาที่เท่ากับรอยแผลเป็นบนข้อมือของผู้นำตระกูลในยุคบุกเบิก นี่ไม่ใช่แค่การฆาตกรรมเพื่อชิงทรัพย์ หรือการแก้แค้นแบบฉาบฉวย... แต่มันคือพิธีกรรมทางจิตวิทยาที่ถูกร่างโครงสร้างไว้ล่วงหน้ามานานนับทศวรรษ"
ศรุตขมวดคิ้วแน่น มือหนาลูบสันคางอย่างใช้ความคิด "หมายความว่า... เป้าหมายที่แท้จริงของฆาตกรที่ใช้หน้ากากเงิน ไม่ใช่แค่การกำจัดทายาททีละคนเพื่อความสะใจ แต่เขาต้องการรื้อถอนรากเหง้าและทำลายเกียรติยศทั้งหมดที่ตระกูลวรากุลสร้างสมมาให้อับe-วายจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างนั้นหรือครับ?"
"ถูกต้องครับ" รินทร์พยักหน้ารับช้าๆ แววตาคมกริบสะท้อนเงาเปลวเทียน "ฆาตกรรายนี้รู้จุดอ่อนทางโครงสร้างกฎหมายและระบบมรดกของตระกูลนี้เป็นอย่างดี ทุกห้องปิดตายที่เราเจอ ทุกร่องปริศนาถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนถึง 'บาป' ที่บรรพบุรุษของพวกเขาเคยกระทำไว้กับใครบางคนในอดีต... คนที่เราอาจจะมองข้ามไปในฐานะ 'คนนอก'"
บรรยากาศภายในห้องสมุดหนาทึบขึ้นทันทีเมื่อลมพัดกรรโชกผ่านหน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดสนิท เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับมีใครกำลังเดินย่างกรายอยู่บนพื้นชั้นสอง รินทร์ส่งสัญญาณมือให้ศรุตเงียบเสียงลง ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าในเกมนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีสติปัญญาเหนือชั้น หน้ากากเงินไม่เคยทิ้งร่องลวดลายที่ไร้ประโยชน์ ทุกหลักฐานที่ทิ้งไว้คือกับดัก และทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาต่างก็อยู่ในแผนการที่ถูกวางระบบไว้อย่างรัดกุมราวกับเฟืองนาฬิกา
"ถ้าสมมุติฐานของคุณถูกต้อง รินทร์..." ศรุตกระซิบแผ่วเบา ขณะมือเอื้อมแตะด้ามปืนพกใต้เสื้อสูทโดยสัญชาตญาณ "แสดงว่าผู้ต้องสงสัยที่เหลืออยู่ในบ้านหลังนี้ ทั้งหมดต่างก็มีแรงจูงใจและมีความลับที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่เมื่อยี่สิบปีก่อนสินะครับ แล้วใครกันล่ะคือคนที่กุมกุญแจดอกสุดท้ายของปริศนานี้?"
รินทร์ยังไม่ทันได้เอ่ยคำตอบ เสียงก๊อกแก๊กเบาๆ ก็ดังขึ้นจากตู้หนังสือโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมมืดของห้อง ชั้นหนังสือไม้สักขนาดใหญ่เคลื่อนตัวออกจากผนังช้าๆ เผยให้เห็นช่องทางลับมืดมิดที่ไม่มีอยู่ในแปลนอาคารดั้งเดิม กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่างอย่างมั่น
และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของรินทร์ก็สั่นเตือนขึ้นพร้อมกับข้อความสั้นๆ จากระบบฐานข้อมูลที่เขาตั้งโปรแกรมไว้...
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับ SSS จากห้องนิรภัยใต้ดิน - เป้าหมายตระกูลวรากุลทั้งหมดถูกปลดล็อกพร้อมกันในเวลานี้]*
รินทร์หันขวับไปมองช่องทางลับด้วยสายตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มอย่างเยือกเย็นเมื่อตระหนักได้ว่า บอสลับที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดไม่ได้หลบหนีไปไหนไกลเลย... แต่เขากำลังรอต้อนรับพวกเขาทั้งคู่อยู่ที่จุดเริ่มต้นของความแค้นนี้ต่างหาก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปกับผม "นักสืบแว่นขยาย" ในตอนนี้นะครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 34
ความแค้นที่สั่งสม
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!