“รินทร์! ถ้าคุณยังยืนจ้องภาพถ่ายใบนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าแบบนั้น ผมเกรงว่าเราจะเสียเวลาไปเปล่าๆ อีกหนึ่งชั่วโมงนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำของศรุตดึงสติผมกลับมาจากห้วงความคิดที่ดำดิ่ง รินทร์ รัตนโชติ ไม่ได้ตอบกลับทันที ผมค่อยๆ วางรูปถ่ายโพลารอยด์ที่ขอบจางจนเกือบเป็นสีเหลืองลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวเก่า ในภาพนั้นเป็นเพียงเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ของห้องเก็บศพที่โรงพยาบาลร้างเมื่อสิบปีก่อน เงาที่ดูเหมือนคนสวมหน้ากากเรียบง่าย แต่มีประกายวาววับสะท้อนแสงไฟฟลูออเรสเซนต์อย่างน่าประหลาด
“ศรุต คุณจำรายละเอียดของคดี 'กล่องดนตรีมรณะ' ได้ไหม” ผมถามโดยไม่หันไปมองคู่หูที่กำลังสาละวนอยู่กับการจัดเรียงแฟ้มคดีใหม่
ศรุตชะงักมือที่กำลังหยิบเอกสาร เขาสบตากับผมผ่านเงาสะท้อนของหน้าต่าง “ทำไมถึงถามตอนนี้? คดีนั้นจบไปนานแล้ว รัฐบาลปิดแฟ้มไปตั้งแต่คุณออกจากกรม”
“มันไม่เคยจบหรอกครับ” ผมลุกขึ้นเดินไปที่บอร์ดสืบสวน ซึ่งเต็มไปด้วยด้ายสีแดงที่โยงใยเหตุการณ์ต่างๆ เข้าหากัน “เงาสะท้อนในรูปนี้... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่หน้ากากเงินทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุล่าสุดที่คฤหาสน์ตระกูลเวทิต ปลายคางของหน้ากากมีรอยบากเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำ รอยเดียวกับที่ฆาตกรในอดีตคนนั้นเคยทิ้งไว้”
ศรุตวางแฟ้มลงเสียงดังปัง เขาเดินตรงเข้ามาประชิดบอร์ดสืบสวน สายตาที่เคยสุขุมเริ่มมีแวววิตกกังวล “ถ้าคุณกำลังจะบอกว่า 'หน้ากากเงิน' คือคนเดียวกับฆาตกรเมื่อสิบปีก่อน นั่นหมายความว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับคนที่มีอายุกว่าห้าสิบปี และเป็นคนที่รู้ไส้รู้พุงการทำงานของคุณดีที่สุด”
ผมไม่ได้ตอบ แค่หยิบปากกาเคมีขึ้นมาวงที่รูปถ่ายใบนั้น แรงกดของปากกาหนักจนทะลุกระดาษ บาดแผลทางใจที่ผมพยายามลืมเลือนค่อยๆ ปริแตกออก คนรักของผมเสียชีวิตเพราะความประมาทในการวิเคราะห์ลอจิกเพียงครั้งเดียว และตอนนี้ ฆาตกรที่พรากเธอไปดูเหมือนจะกลับมาทวงถามความพ่ายแพ้ของผมอีกครั้ง
“เรามีเบาะแสใหม่จากห้องแล็บนิติเวชครับ” ศรุตเปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น “รอยเลือดที่พบบนขอบหน้ากากที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุล่าสุด ไม่ใช่เลือดมนุษย์ แต่มันคือสารเคมีสังเคราะห์ประเภทเดียวกับน้ำมันหล่อลื่นกลไกนาฬิกาโบราณ”
ผมหันขวับ “น้ำมันหล่อลื่น? ในที่ที่ไม่มีเครื่องจักรกลเนี่ยนะ?”
“นั่นแหละครับที่น่าสนใจ” ศรุตยื่นซองพลาสติกให้ผม ข้างในมีเศษโลหะเล็กๆ รูปร่างคล้ายฟันเฟืองที่บิดเบี้ยว “ผมไปพบสิ่งนี้ซุกอยู่ในซอกไม้ของบานหน้าต่างห้องปิดตาย มันไม่ใช่ส่วนประกอบของห้องนั้น แต่มันถูกยัดไว้เพื่อขัดกลอนไม่ให้เปิดออกได้จากด้านนอก นี่คือร่องรอยของการจัดฉากที่ประณีตที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา”
ผมหยิบแว่นขยายคู่ใจขึ้นมาส่องดูเศษฟันเฟืองนั้น ลวดลายบนโลหะชิ้นเล็กละเอียดเกินกว่าจะเป็นฝีมือช่างทั่วไป แต่มันกลับดูคุ้นตาอย่างประหลาด... มันคือสัญลักษณ์บนเข็มกลัดที่หน้ากากเงินเคยทิ้งไว้ในจดหมายขู่ฉบับแรก
“เขากำลังเล่นเกมกับเรา ศรุต” ผมวางแว่นขยายลงแล้วสูดหายใจลึก “เขาไม่ได้ต้องการแค่ฆ่าคน แต่เขาต้องการให้เราเห็นว่าเขากำลังทำอะไร แล้วค่อยๆ บีบให้เรายอมรับว่าลอจิกของเรามันล้มเหลว... เขากำลังจะปิดห้องปิดตายห้องต่อไป”
“รินทร์ ระวัง!”
เสียงอุทานของศรุตทำให้ผมต้องหันไปตามสัญชาตญาณ กระจกเงาบานใหญ่ที่แขวนอยู่ข้างผนังห้องทำงานของผมสั่นสะเทือนด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง ก่อนที่รอยร้าวจะค่อยๆ ขยายตัวออกเป็นรูปดาวกระจาย ไม่ใช่เพราะลมพัด ไม่ใช่เพราะแผ่นดินไหว แต่เพราะมีวัตถุบางอย่างพุ่งทะลุมาจากฝั่งตรงข้ามของถนน
เสียงกระจกแตกกระจายดังก้องไปทั่วห้อง ผมและศรุตทิ้งตัวลงกับพื้นโดยสัญชาตญาณ เมื่อฝุ่นควันจางลง เราพบว่ามีมีดสั้นเล่มหนึ่งปักคาอยู่ที่ผนังไม้ ตรงจุดที่หัวของผมเพิ่งจะอยู่เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน บนด้ามมีดมีป้ายชื่อเล็กๆ ติดอยู่—ชื่อของคนรักที่จากไปเมื่อสิบปีก่อน
ศรุตคว้าปืนขึ้นมาแล้วรีบวิ่งไปที่หน้าต่าง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ
“รินทร์... ดูนี่” เขาเรียกเสียงสั่น
ผมลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ตรงฝั่งตรงข้ามของตึกร้างที่อยู่ห่างออกไปสามสิบเมตร มีร่างคนคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทสวมหน้ากากเงินเงาวับยืนนิ่งอยู่บนดาดฟ้า เขากำลังมองมาที่ผมด้วยท่าทีสงบ ก่อนจะยกมือขึ้นโบกช้าๆ และชี้ไปยังหีบเพลงไม้เก่าๆ ใบหนึ่งที่วางอยู่บนพื้นตรงหน้าเขา
เขากดปุ่มบนหีบเพลงนั้น... เสียงดนตรีที่คุ้นเคยบรรเลงออกมา มันคือเพลงกล่อมเด็กที่คนรักของผมชอบฮัมบ่อยๆ ก่อนที่เธอจะจากไป
ในจังหวะที่เสียงเพลงขึ้นท่อนสุดท้าย ร่างในชุดคลุมก็ถอดหน้ากากเงินออกช้าๆ รินทร์แทบหยุดหายใจ เมื่อใบหน้าที่ปรากฏอยู่ภายใต้หน้ากากนั้น ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นใบหน้าที่ผมคุ้นเคยดีที่สุดในชีวิต... ใบหน้าที่ควรจะฝังอยู่ในหลุมศพมานานกว่าทศวรรษ
รินทร์... รินทร์คนเดิมที่กำลังยืนสะท้อนอยู่ในกระจกเงาอีกบานหนึ่งที่หน้ากากเงินถืออยู่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นในบทถัดไปกับผม "นักสืบแว่นขยาย" นะครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 37
ร่องรอยของหน้ากากเงิน
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!