“ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปกดดันเขาจนเกินไป ศรุต!”
เสียงของรินทร์ รัตนโชติ ไม่ได้ตะคอก แต่ความเย็นเยียบในน้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด เขากระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊คจนฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามขอบโต๊ะฟุ้งกระจาย ในห้องพักฟื้นที่เงียบเชียบของพยานปากสำคัญ—นายสมชาย ช่างซ่อมนาฬิกาผู้เห็นเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ—บัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่า
เตียงคนไข้ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อยเกินกว่าจะเป็นฝีมือของผู้ป่วยที่เพิ่งตื่น ผ้าปูเตียงตึงเปรี๊ยะราวกับโรงแรมห้าดาว หน้าต่างบานเลื่อนข้างเตียงเปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย เสียงหวีดหวิวของลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาฟังดูคล้ายเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
ศรุตยืนนิ่งอยู่กลางห้อง มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน “ผมไม่ได้กดดันเขา รินทร์... ผมแค่เข้าไปถามเรื่องรอยประทับตราบนจดหมายขู่ที่เขาได้รับเมื่อเช้า แต่ตอนที่ผมหันไปหยิบแก้วน้ำให้เขาเพียงไม่กี่วินาที...”
“เพียงไม่กี่วินาที?” รินทร์ขัดขึ้น พลางเดินไปที่ขอบหน้าต่าง เขาใช้ถุงมือผ้าสีขาวลูบไปตามขอบหน้าต่างอย่างแผ่วเบา “คนไข้ที่ถูกวางยาพิษจนกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงมาตลอดสามวัน จะลุกจากเตียงแล้วหายไปได้ภายในไม่กี่วินาทีโดยไม่ทิ้งร่องรอยการต่อสู้เลยงั้นหรือ? นายกำลังดูถูกสติปัญญาของฆาตกร... หรือดูถูกความสามารถของตัวเองกันแน่?”
ศรุตถอนหายใจยาว สายตาที่เคยเด็ดขาดของอดีตตำรวจสายสืบวูบไหวลง “รินทร์ ผมไม่ได้ตาบอด ผมเฝ้าหน้าประตูตลอดเวลา ไม่มีใครเข้าหรือออกผ่านประตูนั้นแน่นอน”
รินทร์ไม่ตอบ เขาหยิบแว่นขยายคู่ใจขึ้นมาส่องไปที่พื้นพรมใต้เตียง แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์สะท้อนกับวัตถุบางอย่างที่เป็นประกายเล็กๆ เขาใช้คีมคีบสิ่งนั้นขึ้นมา—มันคือเศษโลหะเล็กๆ ที่มีรูปทรงประหลาดคล้ายฟันเฟืองนาฬิกา แต่ถูกบิดงอจนเสียรูป
“ความเงียบคือคำตอบที่น่ากลัวที่สุดศรุต” รินทร์พึมพำ ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด “ฆาตกรไม่ได้แค่ต้องการตัวพยาน เขาต้องการส่งข้อความถึงผม การที่สมชายหายไปในขณะที่เรากำลังจะถอดรหัสลับของ ‘หน้ากากเงิน’ ได้ หมายความว่าเรากำลังเดินเข้าใกล้รัศมีของมันมากเกินไปจนมันต้องตัดวงจรทิ้ง”
“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป?” ศรุตถาม “กล้องวงจรปิดในโรงพยาบาลเสียไปตั้งแต่สิบห้านาทีก่อนเกิดเหตุ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่”
รินทร์เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้ามืดมิดเบื้องนอก “ฆาตกรคนนี้รักในความสมบูรณ์แบบ มันไม่มีทางทิ้งหลักฐานชิ้นใหญ่ไว้ให้เราหรอก แต่มันพลาด... มันพลาดที่ทิ้ง ‘กลิ่น’ ของความเย่อหยิ่งไว้”
รินทร์หมุนตัวกลับมา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนต่ำและเคร่งขรึม “ไปเอาบันทึกการรักษาของสมชายมาให้ผม เดี๋ยวนี้ เราต้องรู้ว่าใครเป็นคนเปลี่ยนเวรพยาบาลในกะนี้ และที่สำคัญ... ตรวจสอบย้อนหลังดูว่าสมชายเคยมีความเกี่ยวข้องกับโครงการนาฬิกาโบราณของตระกูลเวสสันต์หรือไม่”
ขณะที่ศรุตรีบเดินออกจากห้องไป รินทร์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาหยิบรูปถ่ายในที่เกิดเหตุขึ้นมาดูอีกครั้ง สิ่งที่เขาพบในห้องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือการจัดฉากที่สมบูรณ์แบบเหมือนกับการตั้งนาฬิกาปลุก
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของรินทร์ก็ดังขึ้นในความเงียบ มันเป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ระบุตัวตน
รินทร์เปิดอ่าน ข้อความนั้นเขียนเพียงสั้นๆ ว่า: *‘นาฬิกาไม่ได้หยุดเดินเพราะกลไกเสีย แต่มันหยุดเพราะถึงเวลาที่ต้องตาย... อย่าพยายามหมุนเข็มย้อนกลับเลย นักสืบ’*
หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ เขาหันไปมองที่โต๊ะข้างเตียงอีกครั้ง สายตาของเขาปะทะเข้ากับสิ่งผิดปกติที่เขาพลาดไปก่อนหน้านี้... มันคือแจกันดอกไม้ที่ถูกจัดวางใหม่โดยมีดอกลิลลี่สีขาวสลับกับดอกไม้สีดำสนิท ซึ่งเพิ่งถูกวางไว้ตอนที่เขากำลังก้มดูพรม
ใต้ฐานแจกันใบนั้น มีกุญแจเหล็กเก่าๆ ดอกหนึ่งวางอยู่ พร้อมกับคราบเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิทเปื้อนอยู่ที่โคนก้านดอกไม้ ทันใดนั้น ไฟในห้องพักฟื้นทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่กดทับจนหายใจไม่ออก
จากมุมมืดของห้อง เสียงกระซิบที่คุ้นเคยและเย็นยะเยือกดังขึ้นข้างหูของรินทร์ “คุณมาช้าไปเพียงก้าวเดียว... เพื่อนเก่า”
รินทร์ชะงักงัน เขาค่อยๆ หันไปตามเสียงนั้น โดยรู้ดีว่าในเงามืดนั่น... ปลายกระบอกปืนกำลังจ่อเข้าที่ขมับของเขาพอดี
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปกับผม "นักสืบแว่นขยาย" นะครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 38
ความเงียบคือคำตอบ
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!