"คุณกำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ รินทร์... ความตายไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่มันคือจังหวะที่ผมเลือกแล้ว"
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากทางเข้าประตู หรือหน้าต่างที่ถูกล็อคตายสนิทด้วยกลไกซับซ้อน แต่มันแว่วออกมาจากลำโพงวิทยุสื่อสารที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงาน—เครื่องที่ผมเพิ่งปิดสวิตช์ไปเมื่อสิบนาทีก่อน
ผมชะงักมือที่กำลังหยิบปากกาลูมิเนียมขึ้นมาจดบันทึก แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาของผมยาวเหยียดไปบนผนังห้องทำงานที่รกไปด้วยแฟ้มคดี รินทร์ รัตนโชติ ไม่ใช่คนขวัญอ่อน และผมก็ไม่เชื่อเรื่องผีสาง ผมเชื่อในลอจิก แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า... มันสั่นคลอนความเชื่อมั่นที่ผมใช้สร้างเกราะป้องกันตัวเองมาตลอดหลายปี
"ใคร" ผมถามออกไป น้ำเสียงของผมเรียบเฉย ทว่าฝ่ามือกลับกำด้ามปากกาแน่นจนเส้นเลือดขึ้นชัดเจน
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่เงียบสงัดอยู่แล้วให้ดูอึดอัดขึ้นไปอีก ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ ที่แฝงไปด้วยความเวทนาจะดังขึ้นผ่านคลื่นวิทยุที่ซ่าขาดห้วง "อย่าพยายามหาที่มาของสัญญาณเลยครับ เพราะเสียงของผมไม่ได้เดินทางผ่านคลื่นอากาศ แต่มันเดินทางผ่านความทรงจำที่คุณพยายามฝังกลบเอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ"
ศรุตที่นั่งกอดอกอยู่ตรงมุมห้องขยับตัวลุกขึ้น เขาดึงปืนพกออกมาจากซองข้างเอวอย่างเงียบเชียบ สายตาของเขากวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังมองหาเงาที่มองไม่เห็น เขารู้ดีว่าหากคนอย่าง 'หน้ากากเงิน' เลือกที่จะติดต่อมาแบบนี้ มันหมายความว่าเรากำลังเดินเข้าสู่กับดักที่มันขุดไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ
"คุณต้องการอะไร" ผมถามต่อ พยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติ "ถ้าจะมาข่มขู่กันด้วยเรื่องเก่าๆ ผมบอกไว้เลยว่ามันไม่ได้ผล"
"เรื่องเก่าหรือครับ?" เสียงกระซิบนั้นต่ำลง แผ่วเบาจนดูเหมือนมันดังขึ้นข้างหูซ้ายของผม ทั้งที่ผมอยู่คนเดียวในมุมโต๊ะ "รินทร์... คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมวันนั้น คุณถึงได้ยินเสียงปืนเพียงนัดเดียว ทั้งที่ในห้องมีกระสุนฝังอยู่ในร่างเธอถึงสองตำแหน่ง?"
หัวใจของผมกระตุกวูบ ความเย็นเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลัง ภาพใบหน้าของ 'พิมพ์' คนรักของผมที่สิ้นลมอยู่ในอ้อมกอดในวันนั้นย้อนกลับมา ราวกับถูกกระชากออกมาจากที่ซ่อน ลอจิกที่ผมยึดถือพังทลายลงชั่วขณะเมื่อความทรงจำที่ขัดแย้งกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในตอนนั้นพุ่งเข้าชนสมอง
"นั่นเพราะคุณมองไม่เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ตรงหน้าไงล่ะ" เสียงนั้นทิ้งท้ายก่อนที่สัญญาณจะตัดไปทิ้งไว้เพียงเสียงซ่าของคลื่นรบกวนที่ดังบาดหู ก่อนจะเงียบสนิทลงราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ศรุตเดินเข้ามาใกล้ ผมเห็นแววตาของเขาที่เต็มไปด้วยความกังวล เขาวางมือลงบนไหล่ผมแรงๆ เพื่อดึงสติ "รินทร์ อย่าไปฟังมัน มันกำลังปั่นหัวคุณ เป้าหมายของมันคือการทำลายความมั่นคงในเหตุผลของคุณ เพื่อให้คุณพังทลายลงเหมือนตอนคดีนั้น"
ผมพยักหน้าช้าๆ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของตรรกะกลับมาประกอบร่างใหม่ ศรุตพูดถูก แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่ฆาตกรพูด... หากกระสุนสองนัดมาจากปืนกระบอกเดียว แต่ผมได้ยินเสียงปืนเพียงนัดเดียว นั่นหมายความว่าอย่างไร? ห้องนั้นปิดตาย ไม่มีทางเข้าออก ไม่มีร่องรอยการยิงซ้ำ... หรือว่าคนยิงไม่ได้อยู่ในห้องนั้นตั้งแต่แรก?
"ศรุต ลองเช็คแปลนของคฤหาสน์หลังนั้นใหม่อีกครั้ง" ผมสั่งเสียงเข้ม "โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างผนังชั้นสองกับเพดานห้องสมุด ผมต้องการรู้ว่ามีจุดไหนที่เสียงสามารถเดินทางผ่านได้โดยไม่ถูกกำแพงกันไว้"
ศรุตขมวดคิ้ว "คุณคิดว่ามีคนซ่อนตัวอยู่หลังผนัง?"
"หรืออาจจะเป็นกลไกที่ซับซ้อนกว่านั้น" ผมลุกขึ้น เดินไปที่กระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมห้องปิดตาย "ฆาตกรคนนี้ไม่ได้แค่ฆ่าคน มันกำลังเล่นละครที่ตัวเอกคือเหยื่อ และเรา... กำลังถูกลากให้เข้าไปร่วมแสดงในบทที่มันเขียนขึ้นมา"
ทว่า ก่อนที่เราจะได้เริ่มวิเคราะห์แผนผังกันต่อ เสียงเคาะประตูห้องทำงานสามครั้งก็ดังขึ้นเป็นจังหวะที่คุ้นเคย ประตูเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเด็กสาวรับใช้ในคฤหาสน์ที่ผมเพิ่งไปสืบมาเมื่อวาน เธอมีท่าทางหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาของเธอแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา
"คุณรินทร์คะ..." เธอพูดเสียงสั่น "ฉัน... ฉันเจอนี่ในกล่องจดหมายที่เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่ค่ะ"
เธอยื่นซองจดหมายสีขาวสะอาดตาให้ผม หน้าซองไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่มีตราประทับขี้ผึ้งสีแดงเลือดเป็นรูป 'หน้ากากที่แตกร้าว' ผมรับมันมาด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ก่อนจะฉีกซองออก
ในนั้นมีเพียงภาพถ่ายใบเดียว... ภาพถ่ายที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ มันคือภาพของ 'ศรุต' ในมุมมืดขณะที่เขากำลังถือปืนจ่อไปที่ใครบางคนที่ถูกเบลอหน้าไว้ และที่สำคัญที่สุด... ในมือของศรุตในภาพนั้น ถือของสำคัญชิ้นหนึ่งที่ผมเพิ่งจะพบว่ามันหายไปจากกระเป๋าเสื้อโค้ทของผมเมื่อเช้านี้
เหรียญเงินตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่หายไปจากคดีฆาตกรรมครั้งแรก!
ศรุตชะงักไปเมื่อเห็นภาพในมือผม เขาขยับถอยหลังหนึ่งก้าว แววตาที่เคยนิ่งสงบเปลี่ยนเป็นความสับสนและหวาดระแวงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"รินทร์... นั่นมันอะไร" ศรุตถาม เสียงของเขาแหบพร่าผิดปกติ
ผมเงยหน้าขึ้นมองคู่คิดที่อยู่เคียงข้างมาตลอดหลายปี ความไว้ใจที่ผมเคยมีให้เขากำลังถูกทดสอบด้วยความสงสัยที่ฆาตกรจงใจหยิบยื่นให้ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผมก็นึกขึ้นได้ว่า... ประตูห้องทำงานถูกล็อคจากด้านใน แล้วเด็กสาวรับใช้คนนั้น... เข้ามาได้อย่างไรโดยที่ผมไม่ยินเสียงไขกุญแจ?
ผมหันกลับไปที่ประตู แต่ที่หน้าประตูนั้นว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของเด็กสาว และที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือ... ประตูก็ยังคงปิดล็อคสนิทอยู่เหมือนเดิม!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปกับผม "นักสืบแว่นขยาย" นะครับ
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 39
เสียงจากความมืด
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!