เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 6

หลักฐานที่หายไป

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ—ไม่ใช่กลิ่นเลือด แต่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของคราบออกซิเดชันบนเนื้อกุญแจทองเหลืองเก่าคร่ำครึที่ถูกบิดฝืนกลไก รินทร์ รัตนโชติ ไม่ได้ขยับตัวมาสามนาทีเต็มแล้ว ดวงตาคมกภายใต้กรอบแว่นสายตาสี่เหลี่ยมผืนผ้าจดจิ่งนิ่งอยู่ที่บานพับลิ้นชักโต๊ะทำงานไม้สักทอง เบื้องหน้าเขาคือความว่างเปล่าที่ตะโกนเสียงดังลั่นห้อง *“นายถอดรหัสห้องของฉันได้เร็วกว่าที่คิด แต่น่าเสียดาย ที่นายดันไขปริศนา... ในสถานที่ที่เตรียมไว้ฝังศพของนายพอดี”* ประโยคท้าทายจากคืนก่อนยังคงก้องกังวานในโสตประสาท ทว่าสิ่งที่ทำให้สันหลังของนักสืบหนุ่มเยียบเย็นลงไปถึงขั้วกระดูกในยามนี้ หาใช่คำขู่ฆ่าของฆาตกรเงาฆาตกรในกระจกเงาไม่ แต่มันคือ "ความจริงทางกายภาพ" ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า—แฟ้มหนังสีดำบรรจุบันทึกการชันสูตรพลิกศพของเหยื่อรายแรก ซึ่งควรจะนอนสงบนิ่งอยู่หลังบานล็อกรหัส... ได้มลายหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีเศษฝุ่นหลุดร่วง ไม่มีรอยขีดข่วนบนผิวไม้รอบรหัสกลไกตัวเลข และที่สำคัญที่สุด... ระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์สำรองที่เขาตั้งโปรแกรมไว้เพื่อตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากการสอดกุญแจผี กลับปรากฏสัญญาณสถานะ "สีเขียว" ว่าไม่มีการบุกรุก "เป็นไปไม่ได้..." เสียงพึมพำลอดไรฟันของรินทร์แหบพร่า ดวงตาคู่เดิมกวาดมองคราบฝุ่นบางเบาบนพื้นโต๊ะ รอยกดทับรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของแฟ้มหนังยังคงปรากฏชัดเจน แต่ตัววัตถุกลับมลายหายไป ราวกับมันระเหิดกลายเป็นไอในอากาศปิดตาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเชื่องช้าดังขึ้นที่กรอบประตูห้องทำงาน ศรุตยืนกอดอกพิงวงกบ ใบหน้าคมเข้มของอดีตนายตำรวจสายสืบเรียบนิ่งไร้อารมณ์ แต่ดวงตาคู่คมกลับกวาดสำรวจสภาพความผิดปกติภายในห้องด้วยความเร็วแสง เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด "นายกำลังทำหน้าเหมือนคนเพิ่งรู้ตัวว่าเดินลงไปในหลุมศพที่ตัวเองขุดไว้เอง, รินทร์" รินทร์ไม่ตอบ เขาหยิบแว่นขยายด้ามงาช้างขึ้นมาส่องสำรวจรอยต่อของบานไม้ ลมหายใจของเขาผ่อนออกทางจมูกอย่างช้าๆ พยายามกดความตื่นตระหนกที่กำลังตีตื้นขึ้นมาให้จมดิ่งลงไปใต้จิตสำนึก ลอจิก... ทุกอย่างต้องมีลอจิกมารองรับ ห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง ช่องลมถูกซีลด้วยยางกันอากาศ ระบบรักษาความปลอดภัยไม่มีร่องรอยการถูกแฮก และกุญแจดอกจริงมีเพียงเขาที่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทตลอดเวลา "มันไม่ใช่การงัดแงะ, ศรุต" รินทร์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบแห้งแต่หนักแน่น "และไม่ใช่การแฮกข้อมูลระบบ" ศรุตเลิกคิ้วเล็กน้อย ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ก้มลงมองรอยกดบนโต๊ะ "ถ้ามันไม่ได้หายไปเพราะมีคนเปิดลิ้นชัก... แล้วมันระเหยออกไปทางรูระบายอากาศรึไง?" "มีวิธีเดียวเท่านั้น..." รินทร์ถอดแว่นออก ใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ซึมตามขมับ "วัตถุดังกล่าว... ไม่เคยถูกย้ายออกไปจากห้องนี้... ในตอนนี้" คิ้วของศรุตขมวดเข้าหากันทันที "พูดบ้าอะไรของนาย?" "ฉันหมายความว่า..." รินทร์หันขวับมามองเพื่อนสนิท แววตาฉายประกายความคิดวิเคราะห์ขั้นสุดยอด "ของชิ้นนั้นยังอยู่ในห้องนี้... แต่เราถูกหลอกตาด้วยรูปแบบการรับรู้!" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินทอดจังหวะราวกับเสียงฆ้อนตอกตะปูปิดฝาโลง รินทร์เริ่มกวาดสายตาสำรวจทุกตารางนิ้วของห้องทำงานอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน—จากชั้นหนังสือสูงชนเพดาน พรมเปอร์เซียลายโบราณ ไปจนถึงเงาสะท้อนบนกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังฝั่งตรงข้าม กระจกเงา... หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ ภาพสะท้อนของตัวเขาเองและศรุตในกระจกดูบิดเบี้ยวเล็กน้อยในมุมมองที่แปลกประหลาด ทันใดนั้น ความทรงจำจากคดีเก่าเมื่อห้าปีก่อนที่เขาเคยผิดพลาดจนสูญเสียคนรักก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว สมองของเขาประมวลผลกลไกภาพลวงตาทางฟิสิกส์อย่างรวดเร็ว—กระจกเงาสองชั้น, ห้องลับซ่อนเร้นหลังผนังปูนฉาบ, หรือแม้กระทั่ง... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะจากภายนอกห้อง ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดลงในทันที ทั้งรินทร์และศรุตหันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกัน "ใคร?" ศรุตตะโกนถาม มือขวาเอื้อมไปแตะที่สะโพกโดยสัญชาตญาณ—ตำแหน่งที่ซ่อนปืนพกประจำกายเอาไว้ ไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลภายนอก ทว่ามีซองจดหมายสีขาวสนิทสอดเข้ามาใต้ช่องประตู แรงผลักทำให้มันไถลมาหยุดอยู่ที่ปลายรองเท้าหนังของรินทร์ รอยผนึกครั่งสีแดงสดประทับตราสัญลักษณ์รูป 'กระจกเงาแตก'—สัญลักษณ์ประจำตัวของฆาตกรที่พวกเขากำลังไล่ล่า รินทร์ก้าวเข้าไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาด้วยมือที่มั่นคง แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก เขากลั้นหายใจ ฉีกผนึกครั่งออกแล้วดึงกระดาษโน้ตแผ่นเล็กด้านในออกมาอ่าน ลายมือหวัดลึกอันคุ้นเคยปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น: *"นายฉลาดมากที่รู้ว่ามันยังอยู่ในห้องนี้... แต่ช้าไปก้าวเดียว รินทร์ ลองก้มมองที่เงาสะท้อนในกระจกสิ แล้วนายจะรู้ว่า... ตอนนี้ ใครกันแน่ที่กำลังยืนอยู่ 'ข้างหลัง' นายจริงๆ"* รินทร์เบิกตาโพลง ความเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายเท้าขึ้นสู่ท้ายทอย ในวินาทีที่เขากำลังจะหันกลับไปมองกระจกเงาเบื้องหน้า ศรุตที่ยืนอยู่ข้างกายก็เอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเขา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่รินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบสิบปีที่รู้จักกัน... --- ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมไขปริศนาไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — นักสืบแว่นขยาย
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%