เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 5

ทฤษฎีห้องปิดตาย

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
ปลายนิ้วที่สวมถุงมือหนังสีดำของรินทร์สั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกไม่ได้มาจากอากาศในค่ำคืนนี้ แต่มาจากความจริงข้อหนึ่งที่เพิ่งกัดกินขั้วหัวใจ คราบเลือดบนพรมเปอร์เซียสีเลือดหมูตรงหน้า ไม่ได้บ่งบอกถึงร่องรอยการต่อสู้ของเหยื่อกับผู้บุกรุกภายนอก แต่มันกำลังฟ้องว่า... ไม่มีรอยเท้าอื่นใดนอกจากของเขาเอง "แกกำลังไขว้เขว รินทร์" เสียงของศรุตดังขึ้นจากมุมมืดใกล้บานประตู น้ำเสียงของอดีตนายตำรวจผู้ผ่านคดีมาโชกโชนเจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ศรุตมองเพื่อนสนิทที่กำลังยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องปิดตาย ภายในคฤหาสน์ตระกูลบูรพาที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยพายุฝน รินทร์ไม่ตอบ เขาค่อยๆ ก้มลงนั่งชันเข่าลงบนพื้น สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องกระจกเงาแปดเหลี่ยม ห้องที่ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีทางระบายอากาศ ช่องทางเข้าออกมีเพียงประตูบานเดียวที่ถูกลงกลอนตายจากด้านในด้วยสลักเหล็กหนาเตอะ และในขณะที่เขาพังประตูเข้ามาพร้อมกับศรุต ร่างไร้วิญญาณของ 'ท่านผู้หญิงวิภาดา' ก็ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบอยู่บนเก้าอี้โยกกลางห้อง โดยมีมีดสั้นปักคาอยู่ที่หัวใจ ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีทางหนีทีไล่ ไม่มีแม้กระทั่งรอยนิ้วมืออื่นใดบนด้ามมีด นอกจากลายนิ้วมือของรินทร์เอง... และรอยเปื้อนเลือดที่ติดอยู่บนเสื้อโค้ทของเขา *“นายไม่ได้เข้ามาในห้องนี้คนเดียว... แต่บางที นายอาจจะเป็นคนลงมือฆ่าโดยไม่รู้ตัวจริงๆ”* เสียงกระซิบจากโทรศัพท์ปริศนาดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาท มันคือเสียงของ ‘หน้ากากเงิน’ ฆาตกรผู้ใช้จิตวิทยาเล่นงานความทรงจำของเขา สมองของรินทร์พยายามปฏิเสธ แต่ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่เขายึดมั่นมาตลอดชีวิตกลับเริ่มสั่นคลอน รินทร์จำไม่ได้ว่าช่วงเวลาสามสิบนาทีที่หายไปก่อนที่เขาจะพังประตูเข้ามา เขากำลังทำอะไรอยู่... หรือว่าภาวะ ‘Sleepwalking’ หรืออาการPTSDจากคดีเก่าจะกำเริบจนทำให้เขากลายเป็นฆาตกรสายดาร์กที่เขาตามล่าเสียเอง? "ศรุต..." รินทร์เอ่ยขึ้น เสียงแหบพร่าโดยไม่หันกลับไปมอง "นายเชื่อเรื่องปีศาจที่สิงอยู่ในกระจกเงาไหม?" ศรุตถอนหายใจยาว ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เพื่อนร่วมงาน "เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วรินทร์ แกคือนักสืบผู้เชื่อมั่นในลอจิก ลืมคำพูดของมันซะ ห้องนี้มีคำตอบของมันเอง หน้าที่ของเราคือการถอดรหัส ไม่ใช่มานั่งงมงายกับคำปั่นหัวของฆาตกรโรคจิต" รินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติ ความเย็นชาและระเบียบวิธีคิดแบบนักสืบถูกงัดขึ้นมาใช้ประคับประคองจิตใจที่กำลังพังทลาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาเริ่มวิเคราะห์จุดตายและทางหนีตามทฤษฎีห้องปิดตายที่เขาเชี่ยวชาญ "ถ้าฆาตกรไม่ได้เข้ามาทางประตู หรือหน้าต่าง... มันก็ต้องออกไปไม่ได้" รินทร์พึมพำกับตัวเอง เดินสำรวจรอบห้องอย่างละเอียด มือสัมผัสกับพื้นผิวกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่รอบทิศทาง "ทฤษฎีห้องปิดตายมีอยู่สามรูปแบบหลัก" รินทร์เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมามั่นคงทีละน้อย เพื่อกดความกลัวในจิตใจให้จมดิ่งลงไป "หนึ่งคือการฆ่าตัวตาย แต่มีดเล่มนี้ปักลึกในมุมองศาที่คนเราไม่สามารถแทงทะลุหัวใจตัวเองได้ สองคือการใช้กลไกหน่วงเวลา ซึ่งเราตรวจดูรอบห้องแล้ว ไม่มีร่องรอยของรอก เอ็น หรือเครื่องกลใดๆ และสาม..." รินทร์หยุดเดิน เขาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานที่หันหน้าตรงกับเก้าอี้โยกของเหยื่อพอดี "และสาม... ฆาตกรไม่ได้หายตัวไปไหน เพราะมันยังอยู่ในห้องนี้" ศรุตต่อประโยคให้ พร้อมกับชักปืนพกออกจากซองอย่างไร้เสียง สายตากวาดมองเงาสะท้อนในกระจกที่มืดครึ้มด้วยความหวาดระแวง "ไม่ใช่แค่เรื่องนั้น ศรุต" รินทร์หรี่ตาลง จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ "สังเกตความหนาของกระจกบานนี้สิ... มันหนาเกินกว่ากระจกตกแต่งบ้านทั่วไปถึงสามเท่า" ศรุตขมวดคิ้ว รีบก้าวเข้าไปใกล้ แล้วใช้ไฟฉายส่องสำรวจตามขอบกระจก "กระจกเงาสองด้าน (Two-way mirror)... ด้านหลังนี้คือทางเดินลับงั้นเหรอ?" "ไม่ใช่แค่ทางเดินลับ" รินทร์ยื่นมือไปเคาะเบาๆ ที่พื้นผิวกระจก เสียงที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่เสียงทึบของกำแพงปูน แต่เป็นเสียงก้องกังวานของห้องโถงโล่งๆ อีกฝั่งหนึ่ง "แต่มันคือ 'ห้องกระจกเงาซ้อนห้องกระจกเงา' ลองคิดดูสิศรุต ถ้ากระจกบานนี้ถูกออกแบบให้หมุนได้ด้วยกลไกไฮดรอลิกใต้พื้นพรม... ทุกอย่างก็จะกระจ่าง" รินทร์ก้มลงสำรวจรอยต่อของพรมที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีต มือของเขาสอดเข้าไปใต้ขอบพรมแล้วออกแรงดึงเบาๆ ปรากฏว่าพรมผืนใหญ่ถูกยกขึ้นได้ เผยให้เห็นกลไกเฟืองเหล็กและร่องรอยการหมุนตัวของฐานกระจกแปดเหลี่ยม "นี่คือ 'ทฤษฎีห้องลวงตา'" รินทร์แววตาสว่างวาบ ความมั่นใจในลอจิกเริ่มไหลกลับคืนสู่กระแสเลือด "ห้องนี้ไม่ได้ปิดตายตั้งแต่แรก... ในขณะที่ท่านผู้หญิงวิภาดานั่งอยู่บนเก้าอี้โยก ฆาตกรแอบซ่อนตัวอยู่หลังกระจกเงาบานนี้ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นห้องจำลองอีกห้องหนึ่งที่หมุนสลับกันได้ เมื่อมันลงมือแทงเหยื่อจากช่องว่างลับ มันก็แค่หมุนผนังกระจกสลับด้าน ทำให้ร่างของเหยื่อถูกเหวี่ยงไปอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง ส่วนตัวมันเองก็เดินออกไปทางประตูอีกฝั่งที่เชื่อมต่อกับทางเดินหลัก... ก่อนที่ฉันจะมาถึง!" ศรุตพยักหน้ารับด้วยความทึ่ง "ยอดเยี่ยม... กลไกซับซ้อนแบบนี้มีแต่สถาปนิกอัจฉริยะหรือคนวงในเท่านั้นที่สร้างมันขึ้นมาได้!" รินทร์หันกลับมาเผชิญหน้ากับศรุต รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความกระหายในการเอาชนะ "ใช่ และตอนนี้ เราก็รู้แล้วว่าฆาตกรไม่ได้เป็นผีสางที่ไหน และฉันก็ไม่ได้บ้าจนลงมือฆ่าคนโดยไม่รู้ตัว..." รินทร์พูดพลางยกมือขึ้นแตะที่ด้ามมีดสั้นที่จำลองอยู่ในหัว "คนที่สร้างห้องนี้ขึ้นมา คือคนเดียวกับคนที่ออกแบบคลังสมบัติของตระกูลบูรพา... คนที่รู้ทางหนีทีไล่ของคฤหาสน์หลังนี้ทุกซอกทุกมุม" ทว่า ในวินาทีที่ความจริงเริ่มกระจ่าง และรินทร์กำลังจะเอ่ยนามของฆาตกรตัวจริงออกมานั้นเอง... ไฟฟ้ารอบคฤหาสน์ก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในพริบตา เหลือเพียงแสงสว่างวาบจากสายฟ้าที่ผ่าลงมานอกหน้าต่าง และเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังก้าวเข้ามาล้อมกรอบหน้าห้องปิดตายแห่งนี้ ก่อนที่เสียงปรบมือช้าๆ และเย็นเยียบ จะดังขึ้นมาจากความมืดด้านหลังหลังคาห้องกระจกเงา... *"เก่งมาก รินทร์... นายถอดรหัสห้องของฉันได้เร็วกว่าที่คิด แต่น่าเสียดาย ที่นายดันไขปริศนา... ในสถานที่ที่เตรียมไว้ฝังศพของนายพอดี"* --- ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันครับ - นักสืบแว่นขยาย
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%