เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 4

ศพในห้องที่ล็อคจากข้างใน

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"อย่าขยับ! ถ้าผนังบีบเข้ามาอีกนิ้วเดียว กระดูกซี่โครงเราได้กลายเป็นเศษผงแน่" รินทร์ตะโกนเสียงกร้าว มือซ้ายกระชากคอเสื้อศรุตให้ถอยหลังไปชิดมุมที่แคบที่สุดของห้องสมุด เสียงเหล็กเสียดสีกันดังสนั่นกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก ผนังห้องสมุดที่เป็นไม้โอ๊คเก่าแก่บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยแผ่นเหล็กกล้าเย็นเยียบที่ค่อยๆ เลื่อนเข้าหากันด้วยกลไกไฮดรอลิกที่ไร้เสียงรบกวน ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ดูเหมือนจะมาจากทุกทิศทาง—จากกระจกเงาทุกบานที่รายล้อมพวกเขาไว้ "รินทร์! ดูที่นั่น!" ศรุตชี้มือสั่นเทาไปที่ใจกลางห้อง บนเก้าอี้หนังสัตว์ตัวใหญ่ที่เคยว่างเปล่า บัดนี้ร่างของ 'ท่านเจ้าคุณอรรถ' เจ้าของคฤหาสน์ผู้ทรงอิทธิพลกำลังนั่งนิ่งสนิท ทรวงอกของเขาถูกแทงด้วยกริชโบราณ เลือดสีคล้ำไหลซึมลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพงจนเป็นวงกว้าง รินทร์ไม่ตอบ เขาพุ่งตัวเข้าไปหาศพในจังหวะที่ผนังห้องห่างจากไหล่เขาเพียงไม่กี่นิ้ว ดวงตาของเขาหรี่ลง จ้องมองห้องที่ปิดตายสนิท ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีช่องระบายอากาศ และประตูบานเดียวก็ถูกล็อคตายจากด้านในด้วยกลอนเหล็กที่ต้องใช้กุญแจรหัสเท่านั้น "เจ้าคุณอรรถไม่ได้ตายเพราะถูกบีบ" รินทร์พึมพำขณะคว้าแว่นขยายคู่ใจขึ้นมาตรวจสอบรอยเลือด "ดูที่มุมปาก... รอยเขียวช้ำนั่นไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ แต่มันคือปฏิกิริยาของสารพิษก่อนที่กริชจะเสียบเข้าที่หัวใจ" "ใครจะฆ่าเขาได้ในห้องที่ล็อคจากข้างใน? เราอยู่ตรงนี้มาตลอดตั้งแต่เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น!" ศรุตขมวดคิ้วแน่น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "กลไกห้องบีบตัวนี่มันเป็นแค่อุปกรณ์เบี่ยงเบนความสนใจงั้นหรือ?" รินทร์ไม่ได้ตอบ เขาเอื้อมมือไปสัมผัสบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังฝั่งตรงข้าม รอยนิ้วมือของเขาปรากฏขึ้นบนพื้นผิวกระจก ทว่ามันกลับไม่ใช่รอยนิ้วมือของเขา แต่มันเป็นรอยนิ้วมือที่ดูเล็กลงและยาวผิดปกติ "ศรุต ส่องไฟมาที่กระจกนี่ที" ศรุตเดินเข้ามา แสงไฟฉายส่องกระทบกระจกเงา สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่เงาของพวกเขา แต่มันคือภาพของ 'หน้ากากเงิน' ที่ยืนซ้อนหลังพวกเขาทั้งคู่ในเงาสะท้อน—แม้ว่าในความเป็นจริง พื้นที่ด้านหลังพวกเขาจะว่างเปล่า! รินทร์ใจสั่นรัว ลอจิกที่เขาเคยเชื่อมั่นกำลังถูกท้าทายด้วยสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยากจะอธิบาย เขาคว้าด้ามกริชที่ปักอกศพแล้วกระชากออกอย่างแรง เลือดกระเด็นเปื้อนเสื้อสูทของเขา แต่สิ่งที่เขาพบใต้คมกริบนั้นไม่ใช่ความตายที่ว่างเปล่า แต่มันคือเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา *‘ความจริงไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเห็น แต่เป็นสิ่งที่เจ้าจงใจมองข้าม... รินทร์’* ทันใดนั้น เสียงเหล็กเสียดสีก็หยุดกึก ผนังหยุดการเคลื่อนไหวลงอย่างฉับพลันในระยะที่ห่างจากร่างของพวกเขาเพียงแค่คืบเดียว ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมห้องสมุด ราวกับว่าห้องทั้งห้องกำลังกลั้นหายใจรอคอยอะไรบางอย่าง "รินทร์ ถอยออกมา!" ศรุตตะโกนพลางดึงรินทร์ออกห่างจากเก้าอี้ ในวินาทีนั้นเอง กระจกเงาทุกบานในห้องก็พร้อมใจกันแตกละเอียดราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาดลงมาพร้อมกัน แต่แทนที่จะเป็นเศษแก้วที่ตกลงพื้น มันกลับกลายเป็นไอระเหยสีเงินจางๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างมนุษย์ที่ดูสูงเพรียวและเยือกเย็น ชายในหน้ากากเงินก้าวออกมาจากละอองหมอกสีเงินนั้น เขาไม่ได้มีอาวุธในมือ นอกจากนาฬิกาพกเรือนเก่าที่เดินถอยหลังอย่างประหลาด เขาหยุดยืนข้างศพท่านเจ้าคุณอรรถก่อนจะหันมามองรินทร์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช "นักสืบผู้ยิ่งใหญ่..." เสียงของฆาตกรแหบพร่าและกังวานราวกับเสียงโลหะเสียดสีกัน "คุณใช้เวลาทั้งชีวิตตามหาความจริงในห้องปิดตาย แต่คุณไม่เคยเอะใจเลยหรือว่า... ห้องที่ปิดตายจริงๆ ไม่ใช่ห้องนี้ แต่เป็นกรงขังในใจคุณต่างหาก" "แกต้องการอะไรกันแน่?" รินทร์กัดฟันแน่น มือขวาล้วงปืนพกออกมาจากซองใต้เสื้อ "แกฆ่าเขาทำไม?" หน้ากากเงินยกยิ้มใต้หน้ากากโลหะไร้อารมณ์ "ฉันไม่ได้ฆ่าเขา... รินทร์ นายต่างหากที่ฆ่าเขา ในความฝันที่นายพยายามลืมไปเมื่อห้าปีก่อน" รินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายของความทรงจำอันเลวร้ายที่เขาพยายามฝังกลบย้อนกลับมาเตือนใจราวกับเข็มพิษ เขาจำได้... กลิ่นอายของสารเคมีนี้ กลิ่นที่อยู่ในคดีที่เขาพลาดจนคนรักต้องตาย! ฆาตกรก้าวถอยหลังสู่เงามืดที่ขยายตัวขึ้นกลางห้อง ผนังเหล็กเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้บีบตัว แต่มันกำลังเริ่มแยกออก เผยให้เห็นทางเดินลับที่นำไปสู่ห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายของรินทร์ในทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา "ถ้าอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่ตายในห้องนี้... จงตามฉันมาให้ทันก่อนที่ความจริงจะบดขยี้วิญญาณนายจนไม่เหลือซาก" หน้ากากเงินหายวับไปในความมืด รินทร์ก้าวเท้าตามไปอย่างไม่ลังเล ทว่าศรุตกลับดึงแขนเขาไว้แน่น ใบหน้าของคู่คิดดูซีดเผือด "รินทร์! อย่าไป! นั่นมันกับดัก... ดูที่พื้นนั่น!" รินทร์ก้มลงมองตามนิ้วของศรุต และเขาก็ต้องหยุดกึก... บนพื้นใต้ร่างของเจ้าคุณอรรถ ไม่ใช่เลือด แต่มันคือสีแดงที่เพิ่งถูกทาลงไปสดๆ และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีรอยเท้าของใครเลยนอกจากรอยเท้าของเขาเองที่ก้าวเข้ามาในห้องนี้! รินทร์รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง เขาไม่ได้เข้ามาในห้องนี้คนเดียว... แต่เขาอาจจะเป็นคนลงมือฆ่าโดยไม่รู้ตัวจริงๆ ตามคำพูดของฆาตกร ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมไขปริศนาไปกับผมนะครับ นักสืบแว่นขยาย
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%