“ตายแล้ว? นายจะบอกว่าวิญญาณที่ยืนคุยกับฉันอยู่นี่คือความทรงจำที่แตกสลาย หรือเป็นแค่เรื่องตลกหน้าตายที่นายกุขึ้นมาเพื่อล้อเล่นกับความรู้สึกของฉันกันแน่ ศรุต?”
รินทร์ รัตนโชติ สะบัดไหล่แรงจนมือของศรุตหลุดออก ดวงตาของเขาวาวโรจน์ท่ามกลางความมืดสลัวในโถงทางเดินของคฤหาสน์วินเทอร์มอร์ กลิ่นอายความชื้นของไม้เก่าและคราบฝุ่นคลุ้งอยู่ในอากาศ ราวกับว่าอาคารแห่งนี้กำลังสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรอคอยเหตุการณ์บางอย่างที่เลวร้ายกว่าความตาย
ศรุตไม่ได้โกรธเคือง เขายังคงยืนนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยนั้นดูราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกทิ้งร้างไว้ในห้องใต้ดิน แววตาของเขาว่างเปล่า แต่ในความว่างเปล่านั้นกลับมีความโศกเศร้าที่หยั่งรากลึกจนรินทร์รู้สึกหนาวสั่นเข้าถึงกระดูก
“ตรรกะของนายพังทลายไปตั้งแต่วันที่นายยอมให้เขากดปุ่มจุดชนวนนั่นแล้ว รินทร์” ศรุตตอบเสียงเรียบ “ที่นี่ไม่ใช่คฤหาสน์ของตระกูลวรโชติ และเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสืบคดีฆาตกรรม... เรามาที่นี่เพื่อรอรับบทลงโทษ”
“หุบปาก!” รินทร์ตะคอก พลางคว้าข้อมือเพื่อนสนิทไว้แน่น แต่สิ่งที่เขาได้รับสัมผัสกลับไม่ใช่ความอุ่นของผิวหนังมนุษย์ แต่มันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแห้งที่สัมผัสกับอากาศ “นายไม่ใช่ศรุต... นายเป็นใคร?”
ยังไม่ทันที่ศรุตจะได้ตอบ เสียงที่กรีดแทรกโสตประสาทก็พุ่งผ่านความเงียบงันขึ้นมา มันไม่ใช่เสียงตะโกนทั่วไป แต่มันคือเสียงแหลมสูงที่ลากยาวจนแก้วหูแทบฉีกขาด ราวกับเสียงนั้นถูกเค้นออกมาจากลำคอของคนที่กำลังเห็นปีศาจขย้ำร่างตัวเอง
*กรี๊ดดดดดดดดดด—!*
เสียงนั้นดังมาจากทิศทางของห้องสมุดชั้นบน รินทร์ไม่รอช้า เขาทิ้งความสงสัยที่มีต่อตัวตนของศรุตไว้เบื้องหลัง แล้วออกวิ่งทันที สัญชาตญาณนักสืบที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือดทำให้เขาพุ่งตัวขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเสียงกระดูกคนหัก
รินทร์พังประตูห้องสมุดเข้าไป กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นเหล็กจางๆ ลอยแตะจมูก เขาชะงักกึก—
ในห้องที่ควรจะมืดสนิท กลับมีแสงไฟสลัวจากเชิงเทียนที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานใจกลางห้อง แสงสีส้มนวลตาทำหน้าที่ขับเน้นเงาทอดยาวบนผนัง และบนเก้าอี้ไม้บุนวมตัวใหญ่... หญิงสาวในชุดราตรีสีดำสนิทกำลังนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้าง จ้องมองไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังตรงข้าม
แต่สิ่งที่ทำให้รินทร์หยุดหายใจไม่ใช่หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงนั้น หากแต่เป็นภาพที่สะท้อนในกระจก
ในกระจก... หญิงสาวคนนั้นไม่มีใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าที่ดำมืดราวกับหลุมศพ แต่ที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือเงาสะท้อนของตัวรินทร์เอง เขายืนอยู่ตรงนั้น แต่ในกระจก เขากำลังถือมีดสั้นอาบเลือดจ่ออยู่ที่ลำคอของหญิงสาว
“ไม่... นี่ไม่ใช่ฉัน” รินทร์พึมพำ มือไม้สั่นเทา เขาหันกลับไปมองหญิงสาวตัวเป็นๆ ที่เก้าอี้ เธอค่อยๆ หันหน้ามามองเขา ใบหน้าของเธอสวยงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ทว่ากลับมีรอยเย็บยาวตั้งแต่มุมปากไปถึงใบหู
“คุณรินทร์...” เธอเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้? เราเคยสัญญากันไว้ไม่ใช่หรือว่าคุณจะปกป้องฉัน?”
“คุณเป็นใคร? ผมไม่เคยพบคุณ!” รินทร์ถอยหลังกรูด หลังของเขาชนเข้ากับบางอย่างที่แข็งและเย็น... ไม่ใช่กำแพง แต่เป็นใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ลมหายใจเย็นๆ รดลงที่ต้นคอของรินทร์ พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียน
“คดีปิดตายที่ไม่มีวันไขออก เริ่มต้นขึ้นแล้วนะ รินทร์” เสียงนั้นเป็นเสียงของศรุต ทว่ามันกังวานและซ้อนทับกันราวกับมีคนสิบคนพูดออกมาพร้อมกัน “นายบอกว่านายยึดมั่นในลอจิกใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้น ลองแก้โจทย์นี้ดูสิ... ในห้องที่ปิดตายด้วยกลอนเหล็กหนาจากด้านใน และไม่มีทางออกอื่นนอกจากประตูที่นายพังเข้ามา... ใครคือฆาตกรตัวจริง ระหว่างนายที่ถือมีดในกระจก กับฉันที่ยืนซ้อนหลังนายอยู่ตรงนี้?”
รินทร์หันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับศรุต แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่เพื่อนสนิท เขากำลังยืนอยู่หน้ากระจกเพียงลำพัง และเมื่อเขาก้มลงมองมือตัวเอง มีดสั้นอาบเลือดที่เปียกชื้นของจริงวางอยู่ในอุ้งมือเขาแล้ว
ห้องสมุดที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นตู้คอนเทนเนอร์เหล็กที่ผนังทุกด้านเริ่มบีบตัวเข้าหากัน ช้าๆ... ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังออกมาจากเงาสะท้อนในกระจกเงาทุกบานที่รายล้อมห้องนี้!
ขอบคุณที่ติดตามการไขปมปริศนาสุดระทึกในครั้งนี้ครับ - นักสืบแว่นขยาย
เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย•ตอนที่ 3
เสียงกรีดร้องยามวิกาล
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาฆาตกรในกระจกเงา: คดีฆาตกรรมห้องปิดตายไร้รอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!